‘อนุสรณ์’ ชี้ 30 บาท เทียบบัตรคนจนไม่ได้ สุดท้ายคนจะเลือก ประชาธิปไตย หรือเผด็จการ

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

จากกรณีนายสังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต เผยแพร่ผลสำรวจ โพล ระบุพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะชนะพรรคเพื่อไทย เป็นครั้งแรก ด้วยบัตรคนจนที่ถูกใจประชาชน กว่านโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค เมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น

นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการและผอ.สำนักงานพัฒนานโยบายสาธารณะ สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งต่อมาพัฒนาไปสู่ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าทำให้ประเทศไทยมีระบบบริการสาธารณสุขให้กับประชาชนอันดับต้นของโลก

แต่ประเด็นท้าทาย คือ ทำอย่างไรให้เกิดความยั่งยืนทางการเงิน การจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมและการเพิ่มประสิทธิภาพมีความจำเป็นต่อการตอบสนองต่อการที่สังคมเคลื่อนตัวสู่สังคมสูงวัยที่จะมีค่าใช้จ่ายทางด้านสุขภาพและสาธารณสุขสูงขึ้น โดยเฉพาะการรักษาเชิงป้องกัน รณรงค์เชิงรุกให้คนเจ็บป่วยน้อยลง

ส่วนบัตรคนจน เป็นนโยบายที่ผลักดันจากฐานข้อมูลคนจนทั่วประเทศ ออกบัตรให้เป็นการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายจิปาถะในชีวิตประจำวัน ซึ่งแนวทางช่วยเหลือคนจนที่ยั่งยืนกว่าบัตรคนจนคือ ทำให้เขามีรายได้สูงขึ้น ผ่านการเข้าถึงปัจจัยการผลิต แหล่งทุน การศึกษาที่มีคุณภาพมากกว่านี้

ทั้ง 2 นโยบายจึงเอามาเทียบกันไม่ได้ เพราะเกิดประโยชน์เหมือนกันทั้งคู่ สิ่งที่ทำได้คือการวิเคราะห์ว่าทางเลือกไหนใช้งบประมาณได้มีประสิทธิภาพมากกว่ากัน เหมือนอย่างที่การเปรียบกรณีงบกองทัพที่สูงขึ้น ก็ต้องย้อนมาดูความสำคัญของปัญหา อันไหนสำคัญจำเป็นเร่งด่วนมากกว่ากัน ก็ต้องไปใช้จ่ายในส่วนนั้น

ส่วน 30 บาทกับบัตรคนจน จะส่งผลให้พปชร.ชนะเพื่อไทยหรือไม่นั้น ต้องรอดูประชาชนในการเลือกตั้งปี 2562 เพราะปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของประชาชน อาจไม่ใช่นโยบายของพรรคการเมืองเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีเรื่องจุดยืนทางการเมือง จะสนับสนุนประชาธิปไตย หรือ การสืบทอดอำนาจของเผด็จการ ตลอดจนกระแสสังคมในช่วงสุดท้ายก็จะคอยชี้ขาด จึงเร็วเกินไปที่จะสรุปผลการเลือกตั้งในตอนนี้

“ในแง่หลักการ การทำโพลต้องวางอยู่บนฐานหลักวิชาการทางสถิติ ซึ่งจะแม่นยำสูงหรือไม่ต้องยึดตามข้อมูลข้อเท็จจริง ไม่ใช่อคติหรือผลประโยชน์แอบแฝง ซึ่งขึ้นกับคำถามและกลุ่มตัวอย่างด้วยว่า กระจายครอบคลุมพื้นที่มากน้อยแค่ไหน ถ้าทำกันแค่เฉพาะกิจก็จะทำลายความเชื่อมั่นของสำนักโพลนั้น สุดท้ายก็ไม่อาจคาดการณ์ได้แม่นยำ และไม่น่าเชื่อถือในที่สุด คนทำโพลจึงต้องมีจริยธรรม”นายอนุสรณ์กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน