อนาคตใหม่ ลุย เบตง กระตุ้นการค้าชายแดน สร้างงาน ชาวบ้านมีเงินเอง!

อนาคตใหม่ เบตง

อนาคตใหม่ ลุย เบตง กระตุ้นการค้าชายแดน สร้างงาน ให้ชาวบ้านมีเงินเอง!

เบตง / เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนาคตใหม่ พร้อมคณะ เดินทางไปยัง อ.เบตง จ.ยะลา ร่วมพบปะพูดคุยกับสมาชิกพรรค ประชาชน และผู้ประกอบการใน อ.เบตง เมืองท่องเที่ยวและการค้าชายแดนที่สำคัญในจังหวัดชายแดนใต้

โดยได้ร่วมเดินรณรงค์แนะนำพรรคและหาสมาชิกพรรค ร่วมกับคณะทำงานพรรคอนาคตใหม่ จ.ยะลา จากบริเวณปากทางอุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ ไปจนถึงหน้าตลาดสดอำเภอเบตง พร้อมพูดคุยกับประชาชนถึงปัญหาต่างๆ ก่อนร่วมกันเปิดเวทีรับฟังปัญหาจากชาวเบตง ที่โรงแรมการ์เด้นวิวเบตง จังหวัดยะลา ท่ามกลางผู้สนใจเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นและรับฟังวิสัยทัศน์ของพรรคเป็นจำนวนมาก

นายธนาธรกล่าวว่า สำหรับการเดินทางมาที่เบตง รวมถึงพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ในครั้งนี้ ตนได้สื่อสารปัญหาร่วมกับประชาชน พบว่าปัญหาส่วนใหญ่ที่ประชาชนกำลังประสบคือปัญหาทางเศรษฐกิจ เช่น กรณีค่าเงินริงกิตลดลง ทำให้แรงงานไทยส่งเงินกลับมาได้น้อยลง

นักท่องเที่ยวจากมาเลเซียก็ลดลงเพราะเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ปัญหายางพารา ปัญหาการประมง และปัญหาทางเศรษฐกิจอื่นๆ และในกรณีจังหวัดชายแดนใต้ ยังถูกซ้ำเติมด้วยปัญหาความไม่สงบเป็นการเฉพาะ จากการใช้อำนาจที่เกินขอบเขตของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งได้งบประมาณปีละกว่า 12,700 ล้านบาท แต่ก็ล้มเหลวในการแก้ไขปัญหามาตลอด

สร้างงานจากนมแพะ-ยางพารา

นายธนาธร กล่าวอีกว่า ในส่วนของปัญหาเศรษฐกิจเอง พรรคอนาคตใหม่เห็นว่าปัญหาดังกล่าวจะแก้ไขได้ ก็ด้วยการดึงเอาศักยภาพของท้องถิ่นออกมา ในกรณีจังหวัดชายแดนใต้เอง

ตนเห็นว่ามีทรัพยากรสำคัญของท้องถิ่นอยู่แล้วมากมาย ตัวอย่างเช่นกรณีของแพะ ซึ่งเป็นปศุสัตว์เศรษฐกิจสำคัญในพื้นที่ แต่ที่ผ่านมามีเพียงการส่งออกในรูปวัตถุดิบไปต่างประเทศ ซึ่งทำให้ประเทศไทยและท้องถิ่นชายแดนใต้ ต้องสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจไปจำนวนมหาศาล

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อน

พรรคอนาคตใหม่จึงขอเสนอนโยบายการทำอุตสาหกรรมการแปรรูปนมแพะอย่างเต็มรูปแบบขึ้นมา ซึ่งสามารถสร้างตำแหน่งงานได้ถึง 4,000 ตำแหน่ง และเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์จากนมแพะได้ถึง 3,800 ล้านบาทต่อปี

ใช้เงินลงทุน 6,800 ล้านบาทภายในเวลา 4 ปี หรือ 1,700 ล้านบาทต่อปี ซึ่งรัฐสามารถนำเอางบประมาณออกมาจากงบประมาณฝ่ายความมั่นคงในการแก้ปัญหาความไม่สงบชายแดนใต้ เพียง 13% ต่อปี ก็สามารถทำนโยบายนี้ได้ในทันที

อีกตัวอย่างหนึ่งคือกรณีของยางพารา ซึ่งเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย ที่เป็นผู้ผลิตและส่งออกยางพาราเป็นจำนวนมากออกสู่ตลาดโลก แต่จากข้อเท็จจริงจะพบได้ว่ายางพาราของไทยขาดกระบวนการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่า ทำให้ส่วนแบ่งมูลค่าไปตกอยู่กับคู่ค้าที่มีความสามารถในการแปรรูป โดยเฉพาพมาเลเซีย

ดังนั้น พรรคอนาคตใหม่ มีแนวคิดที่จะต้องนำยางพารามาสู่การแปรรูปเพื่อความยั่งยืน พรรคอนาคตใหม่เองขอเสนอการนำยางพารามาเป็นส่วนประกอบของถนน ใช้แทนที่วัตถุดิบเดิมในการซ่อมบำรุงและก่อสร้างถนน ซึ่งที่ผ่านมามีงานวิจัยรองรับแล้ว ว่าถนนที่มียางพาราเป็นส่วนผสมในบางเลเยอร์ สามารถบำรุงรักษาได้ง่ายที่สุดและทนทานที่สุด

ซึ่งประเทศไทยมีงบประมาณในการซ่อมและสร้างถนนอยู่แล้วจำนวนมหาศาลต่อปี ไม่ต้องจัดสรรงบเพิ่ม เพียงแค่เปลี่ยนส่วนประกอบของวัตถุดิบเท่านั้น แต่ที่ผ่านมาเรากลับคงรูปการซ่อมและสร้างถนนแบบเดิมๆเอาไว้ ไม่ยอมเปลี่ยน ทั้งๆที่มีงานวิจัยที่ยืนยันแล้วว่าคุ้มค่ากว่า ก็เพราะผู้รับเหมารายเดิมจะเสียผลประโยชน์นั่นเอง

หัวหน้าพรรคนนาคตใหม่ กล่าวทิ้งท้ายว่า ในส่วนของเบตงเองนั้น เป็นเมืองการค้าชายแดนที่มีลักษณะเฉพาะ มีมูลค่าการนำเข้า-ส่งออกถึง 4 พันล้านบาทต่อปี ส่วนเมืองใกล้เคียงอย่างสะเดา มีมูลค่าการนำเข้า-ส่งออกถึง 3 แสนล้านบาทต่อปี

ซึ่งเป็นศักยภาพที่ต้องได้รับการส่งเสริม ไม่ว่าจะเป็นการจัดอบรมทักษะการประกอบการนำเข้า-ส่งออก การอบรมด้านภาษา รวมทั้งการอำนวยความสะดวก เช่นเวลาการเปิดปิดด่าน ที่ไม่ควรยึดเวลาราชการ แต่ควรให้ท้องถิ่นเป็นผู้กำหนดเอง

บทความก่อนหน้านี้ดวง 4 ราศี ปีหน้าไม่โสดแน่นอน มีเกณฑ์ลงเอยกับคนที่ชอบ
บทความถัดไปอดีต กปปส. แกนนำม็อบยาง ลั่น เอารัฐบาลประชาธิปไตย มาแก้ปัญหาเท่านั้น!