“บิ๊กตู่”ขอโทษสื่อ รับกดดันเป็นเหตุให้หงุดหงิด แจงเงินคงคลังไม่ใช่เงินสำรอง ไม่เกี่ยวกับความเชื่อมั่น ไม่พอเบิกจ่ายก็กู้ได้”กอบศักดิ์ ภูตระกูล” เผยยอดเงินจะสูงขึ้น เดือนก.ย.หลังรัฐบาลเริ่มกู้ ปชป.แนะรัฐบาลเลิกจัดซื้ออาวุธ-เครื่องบินพาณิชย์ เพื่อลดค่าใช้จ่ายประเทศ เพื่อไทยชี้แค่เงินเดือนข้าราชการก็จ่ายถึงเดือนละ 5 หมื่นล้าน จี้ปรับครม. “หมอประเวศ”ปัดนั่งกก.เตรียมปรองดอง ส่งแค่ตัวแทนเข้าร่วม “บิ๊กป้อม”เตรียมตั้งอนุกก. ประชุมนัดแรกสัปดาห์นี้ ไม่เชื่อหมอดูทักดวงตก

“ประเวศ”ส่งตัวแทนนั่งกก.ปรองดอง

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 7 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์กรณีมีคำสั่ง แต่งตั้งคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองว่า รายชื่อส่วนใหญ่เป็นผู้บริหาร ส่วนที่ปรึกษาและกรรมการจะเป็นคนนอก มีอยู่ประมาณ 40 คน แต่วันนี้ยังเปิดเผยไม่ได้ รายชื่อที่ปรึกษาและกรรมการทุกคนคุ้นเคยอยู่แล้ว ทั้งนักวิชาการและคนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูป ขอให้รอดูกัน เดี๋ยวจะเปิดเผย แต่ปัญหาคือรายชื่อคณะกรรมการที่เขาเลือกมาแล้วหลายคนบอกว่ามาไม่ได้ อย่างนพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ก็ขอช่วยงานข้างนอก แต่จะส่งคนมาทำงานตรงนี้แทน ส่วนนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีชื่อเป็นที่ปรึกษาและกรรมการในส่วนของคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองและในส่วนของคณะกรรมการเตรียมการยุทธศาสตร์ชาติ ส่วนเรื่องคนนอกเดี๋ยวคณะกรรมการเขาพิจารณาเอง ไม่ใช่ว่าเอาเขามาอยู่ตรงไหนแล้วทำตามนั้น เขาต้องทำตามใจตัวเองด้วย

นายกฯกล่าวถึงการดำเนินการร่างพ.ร.บ. คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชนของกมธ.ด้านสื่อสารมวลชน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) ที่ถูกองค์กรสื่อมวลชนยังเคลื่อนไหวคัดค้านอยู่ว่า เรื่องสื่อให้เขาถกแถลงกันไป อย่าเอามาเป็นประเด็นข้างนอกเลย เรื่องมาตรการต่างๆ ออกได้ก็ออก ไม่ได้ค่อยไปว่ากัน จะทำอย่างไรกันต่อไปตนก็ไม่รู้ เปรียบเทียบกับต่างประเทศเขาเป็นอย่างไร ถือว่าช่วยกัน ตนก็ฟังมาหมด บางเวลาก็หงุดหงิดนิดหน่อย ให้อภัยตนบ้าง

งบมั่นคงไม่หายไปไหน

นายกฯกล่าวกรณีมีข่าวในโชเชี่ยลตั้งคำถามถึงเงินคงคลังของประเทศที่ลดลงในช่วงปี 2557-2559 ซึ่งมีการนำเงินส่วนนี้ไปใช้งานรักษาความปลอดภัยสมัยรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จนถึงในช่วงรัฐประหารและงานของคสช.ว่า ทุกแผนงานโครงการและทุกงบประมาณจะต้องขออนุมัติหลักการขึ้นมาจากฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายเศรษฐกิจ ฝ่ายสังคม กฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม และกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(กอ.รส.) ต้องทำเรื่องเพื่อเบิกเบี้ยเลี้ยงต่างๆ และขึ้นไปเป็นงบความมั่นคง ซึ่งเป็นไปตามข้อเท็จจริง มีการตรวจสอบการใช้จ่ายงบ ควบคุมบัญชี ไม่ใช่ว่าเงินตรงนี้หายไปเพราะเอาไปให้ทหารทำงาน จะทำแบบนั้นได้ที่ไหน เมื่อเบิกเงินก็ต้องใช้ตามข้อเท็จจริง ผ่านการกลั่นกรองเยอะกว่าจะได้รับการอนุมัติ ถือเป็นไปตามข้อเท็จจริง

ขอโทษนักข่าวที่หงุดหงิดใส่

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา ต้องขอโทษเพราะบางทีก็หงุดหงิด ยุ่งๆ เหนื่อยกับการประชุมกอ.รมน.หลายเรื่องแล้วมาเจอปัญหา ที่ตนทราบคือรมว.คลังได้ชี้แจงแล้ว 2-3 รอบ ตนติดตามจากหนังสือพิมพ์เห็นว่ามีข่าว แต่พอมาถามซ้ำบางทีก็ไม่ไหวมันกดดันเยอะ แต่ตนไม่เคยปกปิดอะไรเลยขอให้เข้าใจ วันนี้ยังมีอาจารย์คนเดิมออกมาอีก ตนได้เล่าให้รมว.คลังไปแล้ว ก็บอกว่าอาจารย์อาจไม่เข้าใจในหลายเรื่องในเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่ดูแต่ตัวเลขอย่างเดียวต้องดูวิธีปฏิบัติด้วย ฉะนั้น ยอดเงินต่างๆ กู้มากหรือกู้น้อยก็กู้มาทุกรัฐบาล ช่วงไหนใช้เยอะก็กู้เยอะแล้วใช้หมด ช่วงไหนกู้แล้วไม่ได้ใช้มันควรจะปลดล็อกไปบ้าง ไม่ใช่กู้มารอไว้เพราะบางช่วงดอกเบี้ยมันขึ้นลง ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องให้เงินเหล่านี้เหลือไว้มาก รัฐบาลนี้จะขับเคลื่อนหลายโครงการออกมาให้ได้ อาจทำให้ยอดการใช้จ่ายสูงขึ้น หากเรามีค้างไว้เยอะแล้วเบิกมาไม่ได้ก็จะถูกไล่เรื่องการใช้จ่ายงบอีก จะพันกันหมด

นายกฯกล่าวว่า ตนไม่ได้โกรธนักวิชาการ แต่เสนออะไรมาขอให้พูดด้วยข้อมูล หากสงสัยถามมาก็จะตอบ ทำความเข้าใจ ช่วยกัน อย่ามาจับผิดจับถูกตอนนี้ ตนไม่ต้องการให้มันรั่วไหล หรือใช้ประโยชน์ในทางที่ไม่ถูกต้อง ทุกคนทราบดีว่าตนเข้ามาทำอะไร ไว้ใจตนแต่ไม่ไว้ใจคนอื่นมันก็ยาก เพราะเข้ามาทำงานให้คนอื่นด้วย ตนพยายามกำกับดูแลให้ดีที่สุดภายใต้กฎหมายระเบียบการเงินการคลัง ไปถามได้เลยว่าแตกต่างกับทุกรัฐบาลที่ผ่านมาหรือไม่ เพราะข้าราชการประจำเดิมๆ ก็ยังอยู่ ถามเขาเองแล้วกันถ้าถามเดี๋ยวหาว่าคุยโม้โอ้อวดอีก มันไม่ใช่

เงินคงคลังไม่พอกู้เพิ่มได้

เมื่อถามว่าจะต้องมีแผนรองรับเงินคงคลังเพื่อสร้างความเชื่อมั่นอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เงินคงคลังกับเงินสำรองเป็นคนละเรื่องกัน เงินสำรองเรามีสูงมากลำดับที่ 18 ของโลก เพราะไม่ได้ใช้จ่ายเยอะ ยังคงคลังอยู่อย่างนั้น และอันนั้นจะเป็นตัวสร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยยังมีความแข็งแกร่งอยู่ในด้านการเงิน เพราะมีเงินสำรองไว้เยอะมาก เคยมีบางรัฐบาลคิดจะเอามาใช้ แต่ตนไม่ใช่ก็เก็บไว้อย่างนั้น หลายประเทศเห็นว่าถ้าลงทุนในไทยแล้วมีปัญหารัฐบาลไทยยังมีเงินสำรอง นั่นแหละคือการสร้างความเชื่อมั่น

นายกฯกล่าวว่า เงินคงคลังตรงนี้มันน้อยแล้วโครงการเบิกจ่ายพอหรือไม่ ถ้าไม่พอก็กู้เงินมาเพิ่ม อันไหนไม่จำเป็นต้องกู้ก็ยังไม่กู้ ทำไมจะต้องเอาเงินมากองไว้ หากกู้มาจะต้องใช้ให้หมด โดยจะต้องมีโครงการที่ผ่านการตรวจสอบ ถ้าทำได้ก็ทำไปไม่เช่นนั้นจะติดกันทั้งหมด เงินเหลือเยอะ แต่โครงการทำไม่ได้จะมีประโยชน์อะไร ถ้ามองว่าเอาเงินไปใช้อะไร ตรงนี้ตรวจสอบได้เลย หน่วยราชการที่รับผิดชอบก็ไล่สอบกันได้ ถ้าไม่ไว้ใจ ตนไม่ได้ปิดบังอะไร

ชี้เงินคงคลังมีวัฏจักรขึ้น-ลง

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ชี้แจงกรณีเงินคงคลังลดลงไปเหลืออยู่ที่ระดับ 7.4 หมื่นล้านบาทว่า การที่เงินคงคลังอยู่ในระดับดังกล่าวไม่ใช่เรื่องที่ผิดปกติหรือน่าตกใจ เพราะเงินคงคลังเปรียบเสมือนเงินสดในกระเป๋าของรัฐบาลที่เก็บไว้ใช้จ่ายในด้านต่างๆ ซึ่งปกติในช่วงต้นปีงบประมาณหรือช่วงเดือน ต.ค. ปริมาณเงินคงคลังจะอยู่ในระดับสูงสุด เพื่อเตรียมนำไปใช้จ่ายในระหว่างปี หลังจากนั้นเงินคงคลังจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง ขึ้นอยู่กับการรายได้จากการจัดเก็บภาษีและการเบิกจ่ายของภาครัฐ โดยแต่ละปีรัฐจะมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีใน 3 ช่วง คือ ช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. มีรายได้จากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย.มีรายได้จากภาษีเงินได้นิติบุคคล และเดือน ส.ค.จะเป็นรายได้จากการจ่ายภาษีในรอบครึ่งปีของนิติบุคคลบางราย ซึ่งเงินคงคลังจะเริ่มกลับมาสูงสุดอีกครั้งในช่วงเดือน ก.ย.ที่รัฐบาลได้เริ่มกู้อีกครั้งเพื่อการใช้จ่ายสำหรับปีงบถัดไป

“อยากเปรียบเทียบว่าเงินคงคลังเหมือนน้ำในเขื่อน สูงสุดช่วงปลายฝนคือต้นต.ค. จากนั้นค่อยๆ ลดระดับลงมา จนถึงพ.ค.ที่เริ่มมีฝนลงมาหรือเริ่มมีเงินจากภาษีเข้ามาอีกครั้ง เมื่อรายได้เข้าน้ำก็จะเริ่มเต็มเขื่อนอีกครั้ง และจะกลับไปเต็มเขื่อนในช่วงเดือนต.ค. นี่คือหัวใจของวัฏจักรเงินคงคลัง จึงไม่น่าแปลกใจที่ปีนี้เวลาดูเงินคงคลังตอนแรกเริ่มที่ 4.4 แสนล้านบาท และปลายม.ค.จะค่อยๆ ลงมาเหลือ 7.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งไม่ต่างจากปีก่อนๆ เป็นไปตามปกติ จากนั้นเงินคงคลังจะอยู่ในระดับนี้ไปอีกระยะ ก่อนจะกลับมาถึงช่วงต้นปีงบประมาณปีหน้า เงินคงคลังจึงจะกลับขึ้นมา”นายกอบศักดิ์ กล่าว

ย้ำลดภาระดอกเบี้ย

นายกอบศักดิ์กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2560 มีการเบิกจ่ายในระดับที่ดีกว่าปีก่อนๆ ทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน ทำให้รัฐบาลมีเงินนำไปช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้กระทรวงการคลังได้ปรับเปลี่ยนนโยบายการจัดเก็บเงินคงคลังและการบริหารเงินสดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและเท่าที่จำเป็นเพื่อไม่ให้มีภาระเรื่องดอกเบี้ย การที่เงินคงคลังลดลงจากอดีตเป็นเพราะกระทรวงการคลังบริหารจัดการเรื่องนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจแต่สะท้อนประสิทธิ ภาพการบริหารจัดการเงินคงคลัง สะท้อนว่ารัฐบาลเบิกจ่ายงบประมาณได้ดีขึ้น รัฐบาลได้ประมาณการไว้อย่างดีแล้วว่าต้องเตรียมเงินไว้เท่าใดถึงจะพอเพียงต่อการใช้จ่ายในปีนั้น เตรียมไว้แค่เพียงพอเพื่อไม่ให้มีภาระเสียดอกเบี้ย” นายกอบศักดิ์ กล่าวและว่า หากรัฐบาลเห็นว่าระดับเงินคงคลังลดลงมากจนเกินไปสามารถระดมทุนผ่านตลาดพันธบัตรได้ ใช้เวลาเพียง 2 วันเท่านั้น จึงไม่จำเป็นต้องมีเงินคงคลังในระดับสูงเช่นในอดีต

ปชป.จี้งดซื้ออาวุธลดรายจ่าย

นายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เเละกิจกรรมพิเศษภาคอีสาน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีเกิดกระเเสความกังวลเรื่องเงินคงคลังว่า รัฐบาลได้ชี้เเจงในระดับหนึ่งให้ประชาชนคลายกังวล เรื่องนี้อาจน่าเป็นห่วงน้อยกว่าเม็ดเงินที่ลงทุนไปในทุกระดับว่าเกิดมรรคผลเพียงใดหรือสูญเปล่าและการกระตุ้นเศรษฐกิจจะทำได้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะการลงทุนเศรษฐกิจฐานรากจนถึงเศรษฐกิจชุมชน รวมถึงเรื่องที่กระทบต่อความเชื่อมั่นในการจัดลำดับทุจริตคอร์รัปชั่นนานาชาติของประเทศไทยที่ลดลง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวกับการตรวจสอบต้องเร่งรัดในเกิดเป็นรูปธรรม

“ผมฝากถึงรัฐบาลว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะลดค่าใช้จ่ายประเทศลงได้คือ งดการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ และเครื่องบินพาณิชย์ที่ยังไม่จำเป็น ถ้าจำเป็นจะต้องระมัดระวังเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงอย่าให้ซ้ำรอยกรณีจีที 200 เรือเหาะหรือสินบนโรลส์-รอยซ์ แต่ยังเชื่อว่านายกฯ เอาอยู่ คงไม่ปล่อยให้ความไม่ค่อยเชื่อมั่นในทีมเศรษฐกิจลามมากระทบตัวเอง” นายภูมิสรรค์กล่าว

เพื่อไทยแนะปรับครม.

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรมว.ต่างประเทศ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า 3 ปีงบประมาณรัฐบาลคสช.ทำงบฯ แบบขาดดุลทุกปีและยังทำงบฯ กลางปีเพิ่มเติมอีก 3 ปีติดต่อกันเช่นกันทำให้ขาดดุลเพิ่มขึ้นอีก จนเงินหมดกระเป๋าและยังนำเงินในคลังที่เก็บสะสมไว้ออกมาใช้จ่ายอีก รายได้ไม่มี มีแต่รายจ่าย และรายจ่ายที่เกิดขึ้นก็ไม่ก่อให้เกิดรายได้เรียกได้หรือไม่ว่าเริ่มจะถังแตก ดังนั้นโครงการต่างๆ ที่รัฐบาลจะหยิบมาทำ น่าจะต้องศึกษาดูว่าจุดคุ้มทุนหรือจุดคืนทุนอยู่ตรงไหน ขณะที่สนช. ควรทำหน้าที่ท้วงติงรัฐบาล คสช.บ้าง

นายสุรพงษ์กล่าวว่า การที่รัฐบาล คสช.คิดจะจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์มาใช้ในกองทัพคงมีแต่เจ๊งหรือขาดทุนลูกเดียว ถ้าจะให้ดีต้องหาคนมีความรู้ขึ้นมาทำหน้าที่โดยเร็ว หรือรีบปรับครม.ชุดใหม่อีกรอบได้แล้วก่อนที่ประเทศจะก้าวเข้าสู่สภาวะล้มละลายจะยิ่งซ้ำเติมสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน ขอให้นายกฯ คิดเป็นการบ้านโดยด่วนและขอให้ใจเย็น ใช้ความอดทน เพราะการเป็นผู้นำทำดีมักจะไม่ค่อยได้ดี และอยากให้บริหารประเทศไปนานๆ ให้รู้ดำรู้แดง อีกทั้งขอให้เข้าใจด้วยว่าปัญหาของประเทศขณะนี้ก็คือรัฐบาล คสช.

หวั่นมีจ่ายเงินเดือนขรก.ได้กี่เดือน

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ระบุระดับเงินคงคลังในเดือนธ.ค. 2559 ที่ต่ำถึง 7.49 หมื่นล้านบาท เนื่องจากไม่ต้องการกู้เงินมากองไว้จะได้ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยว่า ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลและคสช. 2 ปีกว่า เงินคงคลังลดลงไป 4.2 แสนล้านบาท ถ้าย้อนไปเปิดตัวเลข 10 ปี เงินคงคลังสูงถึง 6 แสนล้าน ในปี 2556 จนถึงปัจจุบันเงินคงคลังของรัฐบาลเหลืออยู่ 74,907 ล้านบาท ถือว่าน่าตกใจมาก รัฐบาลมีรายจ่ายเดือนละ 2-4 แสนล้านบาท เฉพาะเงินเดือนค่าจ้างพนักงาน ข้าราชการเดือนละ 5 หมื่นล้านบาท ประชาชนจึงวิตกกังวลว่าเงินคงคลังที่เหลือ 7.49 หมื่นล้านบาท จะจ่ายเงินเดือนได้อีกกี่เดือน

“สถานการณ์แบบนี้เรียกว่ารัฐบาลถังแตกได้หรือไม่ แล้วจะเข้าสู่ยุคภาษีอานคือเก็บภาษีเพิ่มแหลกลาญ จะมีการขึ้นภาษีอื่นๆ ตามภาษีน้ำมันเครื่องบินอีกหรือไม่ สะท้อนว่ารัฐบาลนี้น่าจะมีปัญหาการบริหารจัดการในหลายจุด ถึงเวลาที่รัฐบาลและคสช.ต้องพูดความจริงกับประชาชน และยอมรับโดยดุษฎีว่าปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารไม่สามารถช่วยรัฐบาลและคสช.ได้ทุกเรื่อง” นายอนุสรณ์กล่าว

ชี้ข้อมูลเศรษฐกิจของรบ.ไม่ถูกต้อง

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน ทีมทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่มีข่าวว่าเงินคงคลังลดลงจาก 200,000 ล้านบาท เหลือเพียง 74,907 ล้านบาทนั้น จริงๆ คงไม่ใช่เรื่องหนักหนาสาหัสถ้ารัฐบาลยังไม่มีแผนงานจะใช้เงินมากในช่วงนี้ แต่ปริมาณเงินคงคลังที่ต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี อาจแสดงถึงการบริหารจัดการเงินคงคลังที่ไม่มีประสิทธิภาพ มองย้อนไปจะพบว่ารัฐบาลไม่ได้เตรียมพร้อมและหลอกตัวเองว่าเศรษฐกิจดี ตนเคยเตือนว่าเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายปีที่แล้วจะไม่ดีแต่รัฐบาลไม่เชื่อส่งหลายคนออกมาเถียง รวมถึงนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯด้วย พอเศรษฐกิจไม่ดีจริงรัฐบาลก็เร่งออกมาตรการแจกเงินและอัดฉีดเงินกันวุ่นวายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นผลให้เงินคงคลังลดลงอย่างรวดเร็ว อีกทั้งภาวะเศรษฐกิจแย่รัฐบาลไม่สามารถเก็บภาษีได้ตามเป้ายิ่งทำให้เงินคงคลังลดลงไปอีก

นายพิชัยกล่าวว่า แม้รัฐบาลอัดเงินจำนวนมากเข้าไปในระบบแต่ตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาสสี่ยังออกมาไม่ดี ฉุดให้การเจริญเติบโตทั้งปีอาจเหลือแค่ 3.2 เปอร์เซ็นต์ไม่ถึง 3.5 เปอร์เซ็นต์ ตามที่นายสมคิดยืนยัน ล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) แถลงว่าการลงทุนต่างประเทศในปี 2559 ลดลงถึง 63 เปอร์เซ็นต์ จากปี 2558 ที่แย่อยู่แล้ว และเหลือเพียง 1.15 แสนล้านบาท ไม่ได้ดีอย่างที่นายกฯบอกและยังมีเงินทุนไหลออกอย่างต่อเนื่อง หากนายกฯยังมีข้อมูลเศรษฐกิจที่ไม่ถูกต้องจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ ประชาชนจะยิ่งลำบาก การลดลงอย่างมากของเงินคงคลังจึงเป็นอีกสัญญาณหนึ่งที่แสดงว่าการบริหารจัดการทางเศรษฐกิจของรัฐบาลมีปัญหา และควรเร่งแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนคนที่มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริงเข้าทำงานแทน

“เต้น”ชี้ปีนี้วัดผลสอบได้หรือตก

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า นายกฯ บอกว่าอย่าตกใจแต่ช้าไป เพราะประชาชนจำนวนมากตกใจไปแล้วกับยอดเงินคงคลังที่ลดลงอย่างมากหลังรัฐประหาร การอธิบายว่าใช้เงินไปเพื่อลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจอาจรับฟังได้ แต่เมื่อพิจารณาจากสภาพความเป็นจริง พบว่าปัญหาเศรษฐกิจยังส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง ไม่มีแนวโน้มว่าจะดีขึ้น รัฐบาลไม่ควรมองว่าคนวิจารณ์หรือตั้งคำถามเรื่องนี้เป็นพวกไม่หวังดี เพราะตัวเลขด้านเศรษฐกิจไม่ใช่ความลับ สิ่งที่ควรจะเป็นคือมีฝีมือเท่าไรต้องใส่ให้หมด

“ปีนี้เป็นปีสอบไล่ ไม่ได้หมายความว่าจะมีใครออกมาเผชิญหน้าหรือรุกไล่รัฐบาล แต่ทุกเรื่องที่ทำจะมีข้อสรุป จะสอบผ่านหรือสอบตกอยู่ที่ปีนี้ คิดว่าประชาชนคงให้คะแนนได้ ปีนี้ของจริง นายกฯ จะดวงตกหรือไม่ ผมไม่มีความรู้เรื่องโหร แต่มั่นใจว่างานหนักแน่ ผลโพล เพลง หรือการจัดรายการทุกสัปดาห์ จะมีน้ำหนักน้อยกว่ารูปธรรมที่ประชาชนจับต้องได้” นายณัฐวุฒิกล่าว

เลขาธิการนปช. กล่าวว่า 2 ปีที่ผ่านมา ยังไม่มีอะไรใหม่ มาตรการเศรษฐกิจคนยังเผลอคิดว่าเป็นยุครัฐบาลไทยรักไทย เพราะหลายเรื่องดูเหมือนนายสมคิด จะถอดแบบมา เรื่องปฏิรูป ยุทธศาสตร์ ปรองดอง ก็เหมือนเพิ่งเริ่มเอาตอนตั้งป.ย.ป. และยังมองไม่ออกว่าจะเดินไปได้แค่ไหน หลายคนสงสัยด้วยซ้ำว่าถ้าไม่มีมาตรา 44 รัฐบาลนี้จะทำงานอย่างไร รัฐบาลต้องเร่งมือทำงานทุกด้านไม่ต้องกังวลกับฝ่ายการเมือง แต่ผู้มีอำนาจต้องมองให้ชัดว่าคู่ต่อสู้ที่แท้จริงคือปัญหาปากท้องของประชาชน และการนำประเทศกลับคืนสู่แนวทางประชาธิปไตย เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นไปของโลก

“บิ๊กป้อม”ตั้งอนุปรองดอง

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง กล่าวว่า จากนี้จะตั้งคณะอนุกรรมการชุดต่างๆ ทั้งอนุกรรมการรับฟังข้อคิดเห็น อนุกรรมการที่จะบูรณาการข้อคิดเห็นที่ได้รับฟังจากทุกภาคส่วน โดยให้กองทัพร่วมกับผู้ว่าฯ ผบ.ตร. ไปรับฟังความเห็นจากทั่วประเทศนำมารวมกับข้อเสนอของส่วนอื่น ทั้งจากที่นพ.ประเวศ จัดทำเอาไว้ รายงานของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงการปรองดองแห่งชาติ(คอป.) ก่อนนำความเห็นทั้งหมดมาพิจารณาร่วมกันว่าจะกำหนดแนวทางอยู่ร่วมกันอย่างสันติได้อย่างไร ทั้งหมดจะดำเนินการตามขั้นตอน ทั้งนี้ ความเห็นทั้งหมดจะเปิดเผยให้ประชาชน พรรคการเมือง และส่วนอื่นๆ ได้ดูและยึดถือเป็นแนวทางที่จะอยู่ร่วมกันในอนาคต ส่วนเรื่องกฎหมายก็ต้องว่ากันไป

รองนายกฯ กล่าวว่า การดำเนินการเช่นนี้จะทำให้ทราบว่าถ้าพรรคใดที่เห็นชอบแล้ว แต่ในอนาคตยังไปขัดแย้งกันจะได้รู้ว่าเคยตกลงกันไว้แล้วอย่างไร ยืนยันว่าเราจะทำให้ได้แต่จะได้แค่ไหนก็แค่นั้น ทุกฝ่ายต้องช่วยกันทั้งหมด ส่วนการประชุมคณะอนุกรรมการชุดแรกนั้นจะทำให้เร็วที่สุดในสัปดาห์นี้ สื่อใจเย็นๆ อย่ากดดันให้มาก โดยคณะอนุกรรมการชุดที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชนกับฝ่ายการเมือง จะเป็นคนละชุดกัน

ยันหมอประเวศช่วยอยู่ข้างหลัง

“คณะกรรมการที่มาร่วม ผมหาคนเป็น กลางที่สร้างสรรค์ ผู้ใหญ่บางคนที่ไม่อยากมาอาจจะช่วยอยู่ข้างหลังก็ไม่เป็นไร และมีบุคคลที่ไม่อยากเปิดเผยตัวก็เข้ามาช่วยเยอะ” พล.อ.ประวิตรกล่าว เมื่อถามถึงสาเหตุที่นพ.ประเวศไม่เข้าร่วม พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า สื่อจะมาถามให้เป็นประเด็นทำไม เอาเป็นว่านพ.ประเวศช่วยก็แล้วกัน

ส่วนที่มีเสียงเรียกร้องว่าบุคคลที่จะไปพูดคุยกับพรรคควรมีความเป็นกลางนั้น รองนายกฯ กล่าวว่า ก็จะเอาคนที่เป็นกลางคือ ทหาร ตำรวจ ผู้ว่าฯ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ มานั่งรับฟัง ให้พรรคการเมืองมาให้ข้อคิดเห็น มาพูดคุยว่าต้องการอยู่ร่วมกันอย่างสันติต่อไปได้อย่างไร คณะทำงานจะไม่ไปเถียงกับใครแต่จะนำประเด็นทั้งหมดมาบูรณาการเป็นข้อคิดเห็นร่วมกัน กรอบการรับฟังความคิดเห็นจะทำให้ได้ภายใน 3 เดือน ส่วนการทำข้อตกลงร่วมกับพรรคนั้นยังไม่มีกรอบเวลา ตอนนี้ขอรับฟังความเห็นของทุกคนก่อน เชื่อว่าฝ่ายการเมืองก็เห็นชอบที่จะมาให้ข้อคิดเห็น

ไม่เชื่อหมอดูทักปีนี้ดวงตก

พล.อ.ประวิตรกล่าวกรณีนายโสรัจจะ นวลอยู่ โหรชื่อดังเจ้าของฉายานอสตราดามุสเมืองไทย ทักดวงของพล.อ.ประวิตร และ พล.อ.ประยุทธ์ กำลังดวงตกว่า “ใครดวงตก ผมไม่เคยดูดวง ดวงผมก็เป็นแบบนี้ ถ้าปีที่แล้วว่าไปอย่างทั้งไม่สบาย ทั้งหกล้มขาเจ็บ ปีที่แล้วจะดวงตก ปีนี้ไม่เห็นมีอะไรจะตก” ผู้สื่อข่าวถามว่าปีนี้อาจเป็นปีไก่ทองของพล.อ.ประวิตร ก็ได้ รองนายกฯ กล่าวว่า ใช่ เพราะตอนนี้ตนอายุ 72 ปี ตนเกิดปีไก่

“เทือก”ปัดนิรโทษเพื่อปรองดอง

เวลา 09.00 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) พร้อมแกนนำกปปส. อาทิ นาย สกลธี ภัททิยกุล ที่ถูกกล่าวหาในคดีกบฏ ได้มาสังเกตการณ์รับฟังการไต่สวนสืบพยานฝ่ายโจทก์

นายสุเทพกล่าวถึงการสร้างความปรองดองว่า ตนยังยืนยันจุดยืนเดิมที่พร้อมสนับสนุนรัฐบาลในทุกด้านเกี่ยวกับการสร้างปรองดองเพื่อประเทศจะได้เดินไปข้างหน้า หากแสดงความคิดเห็นออกไปมากกว่านี้อาจเกิดเป็นประเด็นความเห็นแย้งกับฝ่ายอื่นๆ ที่จะนำไปอ้างว่าตนไม่มีความคิดที่จะปรองดอง รวมถึงอยากให้รัฐบาลเร่งเดินหน้าสร้างความปรองดองให้ชัดเจนก่อน

นายสุเทพกล่าวว่า อยากให้คนไทยทุกคนเคารพกฎหมายบ้านเมืองและปฏิบัติตามกรอบกฎหมาย เพราะเชื่อว่าหากทุกคนเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย ปัญหาความเห็นต่างและความขัดแย้งก็จะไม่กลายเป็นเรื่องใหญ่ และยืนยันว่าคดีต่างๆ ที่ตนเป็นจำเลยหรือผู้ต้องหานั้นจะสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม ขอย้ำว่าตนไม่เห็นด้วยกับการยกเว้นโทษ นิรโทษกรรม หรือการลบล้างความผิดให้กับผู้ที่ทำผิดกฎหมายเพื่อความปรองดอง

แก้ร่างรธน.เสร็จทัน 18 กพ.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติตามข้อสังเกตพระราชทานว่า การดำเนินการจวนจะเสร็จแล้ว ยืนยันทันกรอบเวลา 30 วัน ในวันที่ 18 ก.พ. ขณะนี้บางมาตราที่นิ่งแล้วได้ส่งให้กองอาลักษณ์เขียนไปพลางก่อน ส่วนมาตราที่ต้องดูถ้อยคำเพิ่มเติมนั้นยังไม่เขียน สำหรับการเปิดเผยเนื้อหาที่แก้ไขนั้นขอดูจังหวะเวลาให้แน่ใจว่าทุกอย่างนิ่งแล้วก่อนเปิดเผยในกรอบ 30 วัน

นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวว่าอยู่ระหว่างขัดเกลาเนื้อหา ซึ่งจะดำเนินการภายในกำหนดเวลาแน่นอน ตามที่นายวิษณุระบุ ส่วนจะส่งร่างแก้ไขให้สำนักอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้ภายในสัปดาห์นี้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความพร้อมหลายอย่าง

ยันไม่มีกม.ลดโทษคดีสินบน

นายดิสทัตกล่าวถึงแนวคิดของนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เสนอแก้ไขกฎหมายอาญาเกี่ยวกับการรับสินบนให้มีการลดโทษทางอาญาเพื่อจูงใจให้เปิดเผยข้อมูลมากขึ้นว่า ที่ประชุมครม.พูดคุยในหลายมิติ โดยให้ไปดูเรื่องระบบให้เกิดความสมบูรณ์และชัดเจนที่สุด แต่ไม่ได้พูดเรื่องการลดโทษ และ นายกฯก็ไม่ได้ให้ข้อสังเกตในเรื่องนี้ เพราะยังไม่มีข้อเท็จจริงที่ชัดเจน แต่มีบุคคลพูดกันไปต่างๆ นานา ซึ่งโดยหลักกฎหมายต้องให้ข้อเท็จจริงชัดเจนก่อน และขณะนี้มีการสอบข้อเท็จจริงการรับสินบนกันอยู่ อย่างไรก็ตาม ระบบที่เรามีดีอยู่แล้วและอยู่ภายใต้การปรับปรุงเพื่อให้สมบูรณ์ที่สุด จึงต้องมั่นใจระบบของเรา ส่วนใดที่ไม่ดีค่อยมาว่ากัน

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรมเผยว่า ตนในฐานะประธานศูนย์อํานวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ(ศอตช.) จะประชุมศอตช.ในวันที่ 9 ก.พ.นี้ ที่กระทรวงยุติธรรม ซึ่งจะพิจารณาติดตามการตรวจสอบข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับการจ่ายสินบนโดยบริษัทต่างชาติให้กับเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานและบริษัทของไทยทุกกรณีที่ถูกเปิดเผยออกมา

ผบ.ทบ.ไม่กังวลข่าวขู่ฆ่า”ตู่-ป้อม”

นายดอน ปรมัถต์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการประสานความร่วมมือกับทางการลาวให้ติดตามตัวกลุ่มคนที่โพสต์ขู่สังหารพล.อ.ประยุทธ์และพล.อ.ประวิตรว่า ปกติมีการติดต่อกันอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว รวมถึงฝ่ายความมั่นคงได้ประสานงานกันอยู่ แต่อะไรที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการต่างประเทศ เราก็มีช่องทางดำเนินการ

ด้านพล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1 กรณีเดียวกันว่า ตรวจสอบพบว่าเป็นการข่มขู่ทางโซเชี่ยลมีเดีย ตนเคยพูดแล้วว่าใครก็คิดได้ แต่ในการกระทำนั้นคงไม่ใช่เรื่องง่าย ที่ผ่านมามีการตรวจสอบเรื่องการรักษาความปลอดภัย มีมาตรฐานตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งไม่มีอะไรต้องเพิ่มเติม คิดว่าไม่น่ากังวล ส่วนที่พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ระบุเป็นกลุ่มเดียวกับที่หนีคดีหมิ่นสถาบันอยู่ในประเทศลาวนั้น ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ติดตามเรื่องนี้มาตลอด โดยพล.อ.ประวิตรได้ประสานงานทางการลาวแล้ว ขั้นตอนทั้งหมดอยู่ระหว่างการประสานงานโดยเฉพาะการส่งผู้ร้ายข้ามแดนและบุคคลที่มีหมายจับอยู่ ส่วนคนที่เหลือเป็นการขอความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน

กม.คดีการเมืองยังไม่สรุป

ที่รัฐสภา นายนรชิต สิงหเสนี โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) กล่าวถึงการเชิญตัวแทนของศาลยุติธรรมมาให้ความเห็นร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า มีหลายประเด็นที่กรธ.สอบถามเพื่อขอทราบรายละเอียดต่อการเขียนเนื้อหาในร่างกฎหมายดังกล่าวว่าควรปรับ หรือต้องแก้ไขอย่างไรหรือไม่ และสอบถามถึงเจตนารมณ์ที่บัญญัติไว้ในมาตราต่างๆ

นายนรชิตกล่าวว่า ส่วนสาระสำคัญเกี่ยวกับประเด็นการพิจารณาคดีของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่มีผู้เสนอให้คดีของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องไม่มีอายุความ หรือยืดอายุความคดีให้นานที่สุดนั้น ที่ประชุมยังไม่มีข้อสรุป เพราะพบว่าการยืดอายุความ หรือการทำให้คดีไม่มีอายุความจะกระทบต่อการไต่สวน เช่น การไต่สวนบุคคลที่หากยืดอายุความของคดีอาจกระทบกับความทรงจำหรือการมีชีวิตอยู่ของผู้ที่จะให้ข้อมูลได้ หรือกรณีต้องใช้การสืบจากเอกสาร ซึ่งโดยราชการจะมีข้อจำกัด คือเก็บเอกสารไว้ในระยะหนึ่งเท่านั้น

นายนรชิตกล่าวว่า กรณีการให้สิทธิอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกานั้น ที่ประชุมยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนจะให้ผู้ที่ถูกตัดสินมีสิทธิอุทธรณ์ได้กรณีใดบ้าง ทั้งกรณีข้อเท็จจริงใหม่ หรือข้อกฎหมาย แต่ในชั้นนี้ การตัดสินหรือการมีคำสั่งของผู้พิพากษาศาลฎีกาของผู้ดำรงตำแหน่งการเมืองซึ่งเป็น ผู้พิพากษาระดับสูงแล้ว การอุทธรณ์ในข้อกฎหมายอาจจำเป็นน้อยกว่าประเด็นข้อเท็จจริงที่มีเข้ามาใหม่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน