อนาคตใหม่ เน้นรัฐสวัสดิการ ดัน’กรรมกรหญิง’ขึ้นที่ 3 บัญชีรายชื่อ มั่นใจได้เข้าสภา!

อนาคตใหม่

อนาคตใหม่ เอาจริง รัฐสวัสดิการ ดัน’กรรมกรหญิง’ขึ้นที่ 3 บัญชีรายชื่อ เหนือกรรมการบริหารพรรค “ธนาธร” อันดับ1 “ปิยบุตร” อันดับ2 

วันที่ 30 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงาน แหล่งข่าวจากพรรค อนาคตใหม่ เปิดเผยว่า ตามที่พรรคอนาคตใหม่ให้ความสำคัญกับการเปิดกว้าง รับผู้คนหลากหลายสาขาอาชีพ สมัครเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั้งแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ

ปรากฏว่ามีทั้งตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ คนพิการ คนที่มีความหลากหลายทางเพศ คนขับแท็กซี่ เกษตรกร เป็เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค อีกทั้งตลอดช่วงการหาเสียงที่ผ่านมา แกนนำพรรคอนาคตใหม่ไม่ว่าจะเป็นนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค ประกาศบนเวทีปราศรัยอย่างมั่นใจหลายครั้งว่า พรรคอนาคตใหม่จะมีแรงงานตัวจริงเข้าสภาอย่างแน่นอน

ล่าสุด จากการจัดลำดับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรค ชื่อของนายธนาธร และนายปิยบุตร จะอยู่ในลำดับที่ 1 และ 2 ขณะที่ลำดับที่ 3 จะเป็น น.ส.วรรณวิภา ไม้สน เลขาธิการสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ และกรรมการบริหารสหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้นำเสนอนโยบายรัฐสวัสดิการของพรรคอนาคตใหม่ในวันแถลงข่าวเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ พรรคอนาคตใหม่มีความมั่นใจว่า น.ส.วรรณิภา จะเป็นกรรมกรคนแรกในประวัติศาสตร์ไทยที่ได้เข้าไปทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร

แหล่งข่าวระบุอีกว่า การมีชื่อของ น.ส.วรรณวิภา ปรากฏอยู่ในว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรคในลำดับที่ 3 เป็นสิ่งยืนยันว่า พรรคอนาคตใหม่เอาจริงกับการสร้างรัฐสวัสดิการแบบถ้วนหน้าและครบวงจรตั้งแต่เกิดจนตายให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ทำระบบสวัสดิการให้เป็นสิทธิ์ ไม่ใช่การสงเคราะห์ เพราะการยกระดับรายได้คุณภาพชีวิตของประชาชน คือรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ

ทำให้ประชาชนสามารถดึงเอาศักยภาพของตนเองออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ โดยสิ่งที่พรรคอนาคตใหม่มุ่งมั่นที่จะทำในส่วนของนโยบายรัฐสวัสดิการ ได้แก่

  1. เพิ่มสิทธิลาคลอดเป็น 180 วัน
  2. สนับสนุนเงินเลี้ยงดูบุตรอายุ 0-6 ปี เดือนละ 1,200 บาท
  3. สนับสนุนค่าครองชีพและเริ่มต้นชีวิตของเยาวชนอายุ 18-22 ปี เดือนละ 2,000 บาท
  4. ขยายสิทธิประโยชน์ประกันสังคมให้ครอบคลุมแรงงานนอกระบบ
  5. เพิ่มเงินค่าครองชีพผู้สูงอายุเป็นเดือนละ 1,800 บาท
  6. เพิ่มงบรายหัวในระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าเป็น 4,000 บาทต่อคนต่อปี

โดยคาดว่าทั้งหมดนี้จะใช้งบประมาณ 370,000 ล้านบาท ซึ่งแนวทางการหารายได้มาจากการจัดสรรงบประมาณประมาณเสียใหม่ เช่น ลดงบที่ไม่จำเป็นในระบบราชการ ลดงบประมาณอุดหนุนกองทัพ เป็นต้น

เสียงผู้ใช้แรงงานจะเป็นรูปธรรม

สำหรับ น.ส.วรรณวิภา อายุ 36 ปี เป็นชาว จ.อุตรดิตถ์ เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จากโรงเรียนศรีนคร จ.สุโขทัย, ปวช.คอมพิวเตอร์ธุรกิจ กาญจนาภิเษกสมุทรปราการ จากนั้นเดินทางเข้ามาทำงานเป็นแรงงานในโรงงานหลายแห่ง ปัจจุบัน เป็นเลขาธิการสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ และกรรมการบริหารสหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย

ที่ผ่านมาร่วมต่อสู้เคลื่อนไหวเรียกร้องเพื่อผู้ใช้แรงงานมาโดยตลอด จึงเข้าใจและทราบปัญหาของผู้ใช้แรงงานเป็นอย่างดีว่า การต่อสู้เพื่อสิทธิที่พึงได้รับของผู้ใช้แรงงานต่อผู้บริหาร รวมถึงหน่วยงานรัฐ มักถูกเมินเฉย ไม่ได้รับการตอบรับหรือดำเนินการตามข้อเรียกร้อง ปัญหาเก่าไม่ได้รับการแก้ไขและยังเพิ่มปัญหาใหม่ขึ้นมา

โดย น.ส.วรรณิภา เคยกล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า การมีผู้ใช้แรงงานซึ่งเป็นเจ้าของปัญหาเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคการเมือง นับว่าเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้น อยากให้ผู้ใช้แรงงานมั่นใจว่า ข้อเรียกร้องต่างๆ ของผู้ใช้แรงงานจะถูกผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรมได้มากกว่าที่ผ่านมา

แหล่งข่าวระบุอีกว่า สำหรับรายชื่อของว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรคอนาคตใหม่ในลำดับต้นๆ นอกจากนายธนาธร นายปิยบุตร และ น.ส.วรรณวิภา แล้ว ยังปรากฏรายชื่อของ พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหน้าพรรค น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ รองหัวหน้าพรรค, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นักธุรกิจชื่อดัง เป็นต้น ทั้งนี้ ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ นี้ กรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่จะมีการประชุมสรุปการจัดลำดับ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อทั้งหมดอีกครั้งหนึ่ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

บทความก่อนหน้านี้ร้องอัยการสูงสุด นักสู้เพื่อกะเหรี่ยงแก่งกระจาน ถูกอดีตหัวหน้าอุทยานฯ ฟ้องปิดปาก
บทความถัดไปฌอห์ณ ตัดพ้อไม่มีโชคเรื่องรัก พักหาคนรู้ใจ ลั่นอยากร่วมงาน พิม พิมประภา อีกครั้ง