ธนาธร กำลังใจดีพร้อมแจงกกต. รุดกลับไทย 25 เม.ย.นี้ ปิยบุตร ย้ำ กกต.ไร้ดาบสอบผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ ข้องใจใบส้มเกี่ยวปมต้องห้ามถือหุ้นสื่อตรงไหน ลั่นเดินสายตีปี๊บต่อเนื่อง ฉะ นักร้องหมกมุ่นจับผิดไม่สร้างสรรค์ ขู่ฟ้องกลับ
วันที่ 23 เม.ย. นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงหลัง กกต. มีมติแจ้งข้อกล่าวหา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กรณีปมถือหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ว่า ในวันสมัครรับเลือกตั้ง นายธนาธร ไม่ได้ถือหุ้นสื่อใดๆอีกแล้ว เมื่อมีสื่อมวลชนสำนักหนึ่ง เอาข่าวมาเปิดว่าโอนหุ้นในวันที่ 21 มี.ค. ถือเป็นการรายงานข่าวที่ผิดพลาดเอง เป็นเพียงแบบฟอร์มที่แจ้งไปยังกรมพัฒนาธุรกิจเท่านั้น เพราะเรื่องมันจบไปตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.ที่มีการโอนหุ้นแล้ว
เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวต่อว่า เป็นที่น่าเสียดายว่า กกต.ไม่ได้เปิดโอกาสให้เราไปชี้แจง จริงๆเขามีอำนาจให้เราไปชี้แจง แต่เขาไม่ได้เรียก พอไม่ได้ชี้แจงวันนี้มีมติทันทีแจ้งข้อกล่าวหา แต่ยืนยันว่าช่วงเวลานี้ไม่ช่วงเวลาการตรวจสอบคุณสมบัติส.ส. และลักษณะต้องห้าม ของส.ส.บัญชีรายชื่อ การตรวจสอบคุณสมบัติ เริ่มต้นในวันที่สมัคร จนถึงวันที่ 23 มี.ค. 1 วันก่อนวันเลือกตั้ง หลังจากนั้นถ้าเลือกตั้งไปแล้ว
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
![]()
หากต้องการตรวจสอบคุณสมบัติ สามารถตรวจสอบได้เฉพาะส.ส.แบบแบ่งเขตเท่านั้น แบบบัญชีรายชื่อไม่มีกฎหมายฉบับไหนอนุญาตให้ตรวจสอบ หากจะตรวจสอบต้องตรวจที่ตอนเป็นส.ส.แล้ว
ดังนั้นช่วงเวลานี้ไม่มีช่องทางใดเหลือให้กกต. มีอำนาจในการออกใบเหลือง ใบส้ม ใบแดง ให้กับนายธนาธร หากจะใช้เหตุเรื่องการถือหุ้นสื่อ ค่อนข้างผิดหวัง ประหลาดใจ กับ กกต. เพราะว่าข้อกฎหมายทุกอย่างชัดเจนจริงๆ
นายปิยบุตร กล่าวต่อว่า เมื่อสักครู่คุยกับ นายธนาธร ที่ขณะนี้กำลังเร่งกลับมา จะมาถึงประเทศไทยในวันที่ 25 เม.ย. เพื่อมาจัดการแก้ข้อกล่าวหา เรามั่นใจว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ มั่นใจในข้อกฎหมายว่าเป๊ะหมดทุกอย่าง ตอนนี้กำลังใจยังดี เพียงแต่เสียดายเวลาที่จะได้ไปดูงาน นำมาปรับใช้กับประเทศไทย แต่ต้องยกเลิกโปรแกรมเพื่อเดินทางกลับมาแก้ข้อกล่าวหา
“ถ้าองค์กรอิสระจริงๆ ไม่มีทางแจ้งข้อกล่าวหาเราด้วยเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน และถ้าหากอยากสอย ธนาธร ต้องรอให้เป็น ส.ส.ก่อน แล้วจึงไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ อยากให้ กกต.ยืนหยัดในข้อกฎหมาย และความยุติธรรม อย่าได้เกรงกลัวต่ออำนาจอื่นที่มากดดัน” เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าว
ขอตั้งข้อสังเกตว่า ตั้งแต่เราเริ่มก่อตั้งพรรควันที่ 15 มี.ค.61 ก็โดนข้อกล่าวหาอยู่พรรคเดียวเต็มไปหมด จึงสงสัยว่าต้องการอะไร การเมืองเก่าก็บอกไม่เอาแล้ว พอเราจะสร้างการเมืองแบบใหม่ ก็มาเจอเรื่องแบบนี้อีก ซึ่งขอยืนว่าไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับเรา
“อนาคตใหม่จะยังเดินหน้าทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เรื่องเหล่านี้ไม่อาจเป็นอปุสรรคขัดขวางประเทศไทยเพื่อไปยังอนาคตแบบใหม่ได้ โดยวันที่ 24-25 เม.ย.นี้ ตนจะไป จ.เชียงใหม่จัดกิจกรรม อนาคตใหม่เริ่มได้ทันที พร้อมทั้งบรรยาแก่นักศึกษา หาสมาชิก ขายของที่ระลึก ส่วนในวันที่ 27 เม.ย. จะจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี และวันที่ 28เม.ย.- วันที่ 1 พ.ค. จัด อบรมสัมมนาเตรียมพร้อมเข้าทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อรื้อฟื้นเกียรติภูมิส.ส.กลับมา”นายปิยบุตรกล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่มีคำร้องถึงกกต. เพื่อให้ตรวจสอบคุณสมบัติการถือหุ้นธุรกิจ ด้านสื่อสารมวลชน ของผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อกว่า 30 รายชื่อ นายปิบุตร แสงกนกกุล กล่าวว่า ตามที่ตนได้แถลงข่าวชี้แจงไปแล้ว เรื่องลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นั้นจะดูแค่จากหนังสือ บริคณห์สนธิไม่ได้
แต่ผู้นั้นต้องถือหุ้นกิจการที่ประกอบธุรกิจสื่อมวลชนจริงๆ ไม่ใช่ไปเปิดหนังสือบริคณห์สนธิ ที่เป็นแบบฟอร์มจากกระทรวงพาณิชย์ ที่เขียนวัตถุประสงค์ครอบจักรวาล หากจะนำเรื่องนี้มาระบุว่าใครถือหุ้นสื่อหรือไม่ คำถามคือ เรื่องนี้ใช้สมเจตนารมณ์ของกฎหมายหรือไม่ หากมีคนบังเอิญไปถือหุ้นในบริษัทที่
หนังสือบริคณห์สนธิ ที่มีวงเล็บนึงระบุว่า ทำสื่อ แต่บริษัทนั้นประกอบกิจการอาหารสัตว์ แล้วมันเป็นการครอบงำสื่อตรงไหน และต้องเรียนว่าที่มีการร้องเรียนว่าที่ สส. 30 กว่า คนจาก 6 พรรค ระวังให้ดี พรรคฝ่ายสืบทอดอำนาจของคสช. อย่าคิดว่าไม่มีเรื่องพวกนี้
ลองไปหาดูก็เจอ ตนเชื่อว่า ผู้สมัครแต่ละคน ก็มีบริษัทที่รู้อยู่แล้วว่าบริษัทนี้ไม่ได้ทำสื่อ แต่หนังสือบริคณห์สนธิ ดันเขียนวัตถุประสงค์ไว้ คนที่ไปร้องเรียนก็ต้องระวังด้วยว่า อาจเข้าข่ายแจ้งความเท็จ หรืออีกฝ่ายไปร้องกลับบ้าง มันจะไม่จบ
ผมอยากเรียนว่า กฎหมายแต่ละมาตราออกมามีวัตถุประสงค์ของมัน ใช้ให้ถูกวัตถุประสงค์ อย่าใช้กฎหมายกลั่นแกล้งกัน หากจะใช้กฎหมายมากลั่นแกล้งกัน เรื่องคงไม่จบ การเมืองไทยเสียเวลากับเรื่องนี้มาสิบกว่าปีแล้ว มันควรเดินหน้าไปได้แล้ว สมองของมนุษย์และนักการเมืองที่ควรจะคิดเรื่องสร้างสรรค์ วันๆกลับต้องมาคิดแบบนี้
“ผมเห็นบรรดานักร้องแต่ละคนที่ไปร้องเรียนกัน โอโห วันๆนี่ไม่ต้องคิดเรื่องสร้างสรรค์เลยนะ คิดอยู่อย่างเดียว ใครไปถือหุ้นอันไหน ชีวิตไม่ต้องคิดเรื่องอื่นสร้างสรรค์แล้ว การเมืองไทยจะเอาแต่แบบนี้หรือ” เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่กล่าว