เพื่อไทย เชื่อค่าโง่ เหมืองทองคำชาตรี หนักกว่า โฮปเวลล์ ชี้ไม่เคารพหลักประชาธิปไตย คือปมสำคัญทำให้คนไทยต้องจ่ายค่าโง่หลายครั้ง
เมื่อวันที่ 24 เม.ย. นายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มหากาพย์ค่าโง่ทางด่วนโฮปเวลล์ที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา สั่งให้รัฐบาลไทยชดใช้ค่าเสียหายแก่ บ.โฮปเวลล์ จำนวน 11,888 ล้านบาท ตามที่เป็นข่าวนั้น ประชาชนที่ติดตามข่าวย่อมทราบดีว่าเกิดจากรัฐบาลยุคใด และเป็นความผิดพลาดบกพร่องของใคร นับว่าเป็นความเจ็บปวดและสูญเสียของประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ ซึ่งถือเป็นอุทธาหรณ์ค่าโง่ครั้งสำคัญครั้งใหญ่ที่ไม่ควรให้เกิดขึ้นซ้ำอีก
“แต่ในวันนี้คนไทยทั้งประเทศจะต้องเจอกับค่าโง่ครั้งใหม่ที่ร้ายแรงกว่าเดิมมีความเสียหายมากกว่า คือกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.และนายกฯ ในฐานะผู้นำรัฐบาลใช้อำนาจมาตรา 44 ออกคำสั่งคสช.ที่ 72/2559 ปิดเหมืองหรือยกเลิกสัมปทานเหมืองทองคำชาตรีของ บ.อัครา รีซอร์ทเซส จำกัด ซึ่ง บ.คิงส์ เกท คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด จำกัด สัญชาติออสเตรเลีย เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ก่อนสิ้นสุดวาระสัมปทานในปี 2563 และ 2571 ในลักษณะคล้ายกับการยกเลิกสัญญาสัมปทานโฮปเวลล์ ทำให้บริษัทฯ ดังกล่าวยื่นฟ้องรัฐบาลไทยต่อคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศฐานละเมิดข้อตกลงเขตการค้าเสรี ไทย- ออสเตรเลีย หรือ TAFTA เรียกค่าเสียหาย 30,000 ล้านบาท” นายชุมสาย กล่าว
นายชุมสาย กล่าวต่อว่า หากคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ วินิจฉัยให้รัฐบาลไทยเป็นฝ่ายแพ้คดี ทำให้ประเทศไทยอาจต้องจ่ายค่าโง่ภาค 2 จากคำสั่งปิดเหมืองทองคำ รัฐบาลไทยจะต้องชดใช้เงินจำนวน 30,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินภาษีของประชาชนทั้งประเทศที่จะต้องร่วมกันชดใช้ ทั้งยังเป็นการทำลายความเชื่อมั่นในการลงทุนของเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ จึงนับว่าเป็นสุดยอดผลงานชิ้นสำคัญของรัฐบาล คสช.
เกาะติดข่าวการเมืองข่าวเลือกตั้ง แค่กดเป็นเพื่อนกับไลน์@ข่าวสด ที่นี่

นายชุมสาย กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ โครงการเหมืองทองชาตรีนอกจากส่อเค้าต้องจ่ายค่าโง่ซ้ำซ้อนอีกแล้ว ยังแสดงให้เห็นว่าก่อนที่ภาครัฐจะตัดสินใจให้เอกชนทำโครงการอะไรต่าง ๆ ก็ตาม มักไม่มีการสอบถามชาวบ้านตามหลักประชาธิปไตยอย่างจริงจัง การทำประชาพิจารณ์ส่วนใหญ่เป็นเพียงแค่พิธีกรรมเพื่อให้ครบขั้นตอนตามกฎหมาย สุดท้ายผลกระทบจึงเกิดขึ้นกับชาวบ้านทั้งในเรื่องของสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิต
รองโฆษก พท. กล่าวด้วยว่า จะเห็นได้ว่าการไม่เคารพหลักประชาธิปไตยอย่างจริงจัง คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนไทยต้องจ่ายค่าโง่หลายครั้ง ทั้งค่าโง่โฮปเวลล์ ค่าโง่ทางด่วน ค่าโง่คลองด่าน และที่กำลังจะมาถึงก็คือค่าโง่ปิดเหมืองทอง ซึ่งไม่ใช่เฉพาะจ่ายกับเอกชนเท่านั้น แต่ยังต้องจ่ายค่าเสียเวลาพัฒนาการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมูลค่ามหาศาล ตั้งแต่รัฐประหารในปี 2534 ปี 2549 และปี 2557
___________________________________