ฟัน72ขรก.ล็อต8 ไก่อูมีเฮ อธิบดีกรมประชาฯ “เกษมสันต์”พ้นปลัดทส. บิ๊กติ๊กเอ่ยขอโทษบิ๊กตู่ รับปมฝาย-ไม่สมควร

“บิ๊กตู่”ใช้ม.44 สั่งพักงาน 72 ข้าราชการล็อต 8 ส่วนใหญ่เป็นอปท. ตั้ง”ไก่อู”รักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เด้ง”เกษมสันต์” พ้นปลัดทส. เซ็นตั้งแล้ว 30 สนช. นายกฯไล่สื่อ ถ้าไม่เชื่อมั่นป.ป.ช.สอบ”บิ๊กติ๊ก”ก็ไปอยู่ที่อื่น เผยปลัดกลาโหมมาขอโทษแล้ว ยอมรับเรื่องฝายชื่อเมียไม่สมควร แต่ปมบริษัทลูกชายพร้อมสู้เต็มที่ จวก”กกต.”ดีแต่พูด ไม่มีหน้าที่กำหนดวันเลือกตั้ง เตรียมมอบรมว.คลังลงนามเรียกค่าเสียหายคดี”ปู” วิษณุรายงานความเสียหายจำนำข้าว จนท.รัฐ-เอกชนมีเอี่ยว 850 คดีใน 33 จังหวัด “ศอตช.”สอบเอาผิดระดับนโยบายเพิ่ม “มีชัย”ชี้เลือกไขว้ 50 ส.ว.ไม่เวิร์กยังแก้ไขได้

“บิ๊กตู่”หน้าเครียด-ค้อนนักข่าว
เวลา 09.00 น. วันที่ 27 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนการประชุม พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นำนักเรียนที่ชนะเลิศการประกวดโครงการออกแบบบรรจุภัณฑ์นมโรงเรียนเข้าพบนายกฯ นายกฯ ร่วมรับชมการแสดงของนักเรียน และเดินผ่านสื่อมวลชนพร้อมมองค้อนกลุ่มสื่อมวลชนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ผู้สื่อข่าวพยายามเรียกเพื่อสัมภาษณ์แต่นายกฯไม่ได้พูดจาใดๆ ก่อนขึ้นประชุมครม.ทันที

ลั่นสบตาผู้นำโลกได้ทุกคน
เวลา 14.15 น. หลังประชุมครม. พล.อ. ประยุทธ์กล่าวถึงการร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ท่าทีนายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐ และผู้นำในหลายประเทศเปลี่ยนไปหรือไม่ ว่าทุกประเทศมาคุยกับตนทุกคน เจอหน้าก็ทักทายกันเพราะเริ่มจำตนได้ เขาไม่ได้ถามว่าเมื่อไรจะสละอำนาจ ตนประกาศบนเวทีแล้วถึงโรดแม็ปเลือกตั้งปี 2560 เมื่อถามว่าท่าทีเขายอมรับผู้นำไทยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เขาไม่ยอมรับตน ประเทศประชาธิปไตยจะพูดอย่างอื่นได้อย่างไร พูดไม่ได้ เขาต้องพูดอย่างเดียวคือเรื่องเลือกตั้ง ทำไมไม่ช่วยกันอธิบาย ช่วยตนด้วยเพราะตนทำเพื่อทุกคน แต่ไม่มีใครช่วยเลย

เมื่อถามว่าเขาไม่ได้มองเป็นตัวประหลาดแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนไม่ได้เป็นตัวประหลาด เขาคุยกับตนทุกคน เจอหน้ามาทักก่อน ไม่มีใครเดินหนี ตนสบตาทุกคน ไม่ได้ก้มหน้าหนี ทักทุกคน เหนื่อยแต่ไม่ได้ไปเพื่อให้เขายอมรับว่ามาถูกต้อง ตนยอมรับในที่มาแต่ทำเพื่อประเทศไทย ให้โอกาสประเทศไทยบ้างตนพูดอย่างนี้กับทุกคน

เตือนนักข่าวแอบด่าให้ระวัง
เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรที่คอลัมนิสต์ยกให้เป็นเผด็จการคลาสสิค พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เผด็จการคือการปฏิวัติรัฐประหารเข้ามา ตนรู้ตัวแล้วไม่เคยคิดถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นเลย เพราะมองประเทศชาติเป็นหลัก ชีวิตตนมันตายไปตั้งแต่วันแรกที่เป็นทหารแล้ว วันนี้อยากทำให้ประเทศอย่างเต็มภาคภูมิ

เมื่อถามถึงกรณีได้รับข้อมูลว่ามีสื่อตำหนินายกฯ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ใครว่า ไม่ได้อยู่ด้วยหรือ สรุปไม่มีคนอยู่เลยใช่ไหม เดี๋ยวตนเช็กเวลาที่มีข่าวว่ามีการว่าตนในรังนกกระจอกทั้ง 3 รัง ระวังพูดจาอะไรออกไปกล้องซีซีทีวีติดอยู่หรือเปล่า แต่ตนไม่ไปละเมิดขนาดนั้น ก็พูดไปเรื่อย เวลาพูดเล่น พูดหัว ก็เอาไปพาดหัวหมด วันหลังไม่พูดเล่นแล้ว พูดแหย่ไป ต่อไปพอเรื่องจริงก็กลายเป็นเรื่องไม่สำคัญ ทั้งนี้ ใครชอบด่าตนก็ระวังตัว ไม่ใช่ด่าแบบเป็นเรื่องเป็นราวหรือด่าแบบสื่อ แต่ด่าส่วนตัวแบบนี้ตนเกลียด พูดจาไม่สุภาพ ด่าตนด้วย เป็นผู้หลักผู้ใหญ่แล้วไม่ควรทำ

เมื่อถามว่ารู้ได้อย่างไรว่ามีคนไปด่า พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ผมก็ต้องมีอะไรพิเศษบ้าง ผมปล่อยจิตไป ผมก็มีเซนส์ของผม แต่บังเอิญครั้งนี้พูดดัง พูดออกอากาศ”

ตั้ง 30 สนช.-เทที่นั่งขรก.เกษียณ
พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการแต่งตั้งสมาชิกสนช. เพิ่มอีก 30 คน นายกฯ กล่าวว่า ได้เซ็นลงนามแต่งตั้งเรียบร้อยแล้ว ตนจัดทั้งหมด รอมีพระบรมราชโองการลงมา ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการที่เกษียณก็แต่งตั้งเข้ามาทดแทน บุคคลภายนอกมี 2 คนเท่านั้น อย่าไปมองเพียงรายบุคคล ขอให้มองที่ผลงาน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึง กกต. ระบุจะมีการเลือกตั้งภายในเดือนต.ค.2560 ว่า “เป็นเรื่องของกกต.คิดไป ผมก็มีโรดแม็ปของผม ส่วนวันเลือกตั้งไม่รู้ ไม่ใช่หน้าที่กกต. พูดมาก คนละเรื่อง หน้าที่เขาจัดเมื่อไรก็จัดไป ไม่ใช่หน้าที่มากำหนดให้รัฐบาลทำนี่ทำโน่น ทำงานในหน้าที่หน่อย ดีแต่พูดกันทั้งนั้น” เมื่อถามว่ามีแนวคิดจะเซ็ตซีโร่กกต.หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่รู้เดี๋ยวดูก่อน มีคนดูแลเรื่องนี้และตนมีมาตรการรองรับ

ค่าเสียหายจำนำข้าวมีอีก 850 คดี
นายกฯ กล่าวถึงการดำเนินคดีรับจำนำข้าวกับนักการเมืองและข้าราชการว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯชี้แจงตลอด ยืนยันว่าทุกคดีไม่เคยเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ตนมีหน้าที่อำนวยความเป็นธรรมให้ฝ่ายกฎหมาย ศาล กระบวนการยุติธรรมทำงาน ไม่ได้ใช้อำนาจชี้ผิดชี้ถูก เพียงแต่ป้องกันเจ้าหน้าที่ไม่เช่นนั้นเขาไม่กล้า ที่ผ่านมามีการขู่เจ้าหน้าที่กันเยอะจึงต้องมีมาตรา 44 เพื่อปกป้องข้าราชการ แต่ไม่ใช่เพื่อปกป้องให้เขารังแกคนแต่เพื่อให้กล้าทำงาน มาตรา 44 ตนไม่ได้ชี้ผิดถูก ไม่ได้เอามาตัดสิน แต่เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ผิดถูกไปสู้กันตรงนั้นตามหลักฐาน และไม่ต้องห่วงในเรื่องเวลาดำเนินการทันอยู่แล้ว เวลานี้อยู่ในขั้นตอนของกระทรวงการคลัง ทันแน่นอน

นายกฯ กล่าวว่า ส่วนสัดส่วนเรียกค่าเสียหาย 80-20 นั้นใน 80 หลายส่วนต้องมารับผิดชอบ ไม่ใช่ข้าราชการทั้งหมด มี 850 คดีที่ต้องหาผู้มารับผิดชอบ ส่วน 20 นั้นรับผิดชอบทางนโยบาย ฉะนั้นจะมีทั้งระดับสูง ระดับกลางที่เกี่ยวข้อง ยืนยันว่าไม่ได้รังแกข้าราชการ แต่อยากให้เป็นบทเรียน ให้รู้ว่าอะไรผิดถูกจะได้ไม่คล้อยตามไปหมด

โยนรมว.คลังลงนามยึดทรัพย์
เมื่อถามว่านายกฯจะลงนามในคำสั่งทางปกครองเรียกค่าเสียหายคดีจำนำข้าวจากน.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เองหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ดูอยู่ ถ้ามันคล้ายคลึงกับคดีขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ก็มอบให้รัฐมนตรีลงนาม ซึ่งรัฐมนตรีมอบต่อได้เหมือนคดีกระทรวงพาณิชย์ เมื่อถามว่าเหตุผลที่ไม่ลงนามเองเพราะอะไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เขาบังคับให้ตนลงนามเองหรือเปล่า ความจริงเป็นหน้าที่ของกระทรวง ข้าราชการเป็นคนรับผิดชอบเพราะเป็นกรรมการตรวจสอบ ฉะนั้นรัฐมนตรีหรือนายกฯก็เซ็นในนามผู้บริหารราชการ ซึ่งมอบหมายกันได้โดยมีสองขั้นตอน

เมื่อถามย้ำว่าจะมอบให้รมว.คลัง เป็นผู้ลงนามใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า รมว.คลังเป็นหัวหน้าตั้งคณะทำงานนี้ขึ้นมา ซึ่งมี 2 คณะ คณะแรกเป็นกระทรวงพาณิชย์ คิดทั้งสี่ฤดูกาล แต่กระทรวงการคลังตรวจสอบ 2 ฤดูกาล ส่วนระยะเวลาต้องดำเนินการให้ทันก.พ.2560 เพราะคดีจะหมดอายุความ

เมื่อถามว่าจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูเรื่องการเรียกค่าเสียหายร่วม 80 เปอร์เซ็นต์ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า กระบวนการยุติธรรมมีอยู่แล้ว ซึ่งส่วนนี้มีทั้งข้าราชการ เจ้าหน้าที่และฝ่ายการเมืองส่วนต่างๆ เรื่องนี้มีหลายคดี และรัฐมนตรีก็ทำในสิ่งที่ป.ป.ช.และศอตช.เตือน แต่ไม่ระงับยับยั้ง ส่วนการทุจริตข้างล่างต้องมีผู้รับผิดชอบเพิ่มรวม 850 คดี จาก 2 ฤดูกาล เวลานี้มอบให้ศอตช. ไปดูเรื่องการบริหารข้างบนว่าใครจะต้องได้รับการตรวจสอบบ้างเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และทำงานร่วมกับฝ่ายกฎหมายด้วย

ท้า”บุญทรง”พ้นคุกค่อยฟ้องกลับ
ส่วนกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ขอให้ยกเลิกมาตรา 44 ในการยึดทรัพย์ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าตนพูดหลายรอบแล้ว คำสั่งดังกล่าวใช้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างไม่หวาดกลัว เพราะวันหน้าเขายังอยู่ในราชการจะถูกรังแกหรือเปล่า นักการเมืองเข้ามาจะเป็นอย่างไร ถ้าน.ส.ยิ่งลักษณ์เข้าใจคงไม่มีเรื่อง อาจฟังคนรอบข้างมากไป พวกทนายตัวดีนัก

เมื่อถามว่านายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ ระบุจะลากนายกฯขึ้นศาลจากคดีจีทูจี พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าก็รอลากตอนที่ตัวเองออกจากคุกมาก่อนแล้วกัน ตนไม่กลัวเพราะเป็นการทำหน้าที่ แต่หลังจากกระบวน การนี้จบสิ้นตนจะโดนอะไรกลับหรือไม่นั้นไม่รู้ เป็นเรื่องกฎหมาย แต่จะมาทำอะไรได้ ก็ช่างเถอะ ถ้ากลัวก็ไม่เข้ามา แล้วมีใครกล้าทำบ้างแต่ตนต้องทำเพราะรับผิดชอบอยู่ ถ้าไม่ทำตนก็มีปัญหาซึ่งกลัวคดีอย่างนี้มากกว่า ไปแก้คดีตัวเองให้จบก่อนมาฟ้องตน

ว้ากสื่อ-ยันไม่ยุ่งปปช.สอบบิ๊กติ๊ก
ถามถึงกรณีมีผู้ร้องป.ป.ช.เรื่องการสร้างฝายแม่ผ่องพรรณพัฒนา อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ และการประมูลงานก่อสร้างของกองทัพภาค 3 ซึ่งเกี่ยวข้องกับพล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม และครอบครัว นายกฯกล่าวว่าเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ป.ป.ช.จะสอบก็ให้เขาสอบไป ตนไม่ได้ไปยุ่ง ถึงจะเป็นน้องก็คนละคนกัน ส่วนรายงานข่าวที่ระบุว่าบริษัทรับงานก่อสร้างอยู่ในค่ายทหารนั้นตนไม่รู้ ไปสอบมา ตนถามไปและให้เตรียมคำตอบให้ดี และต้องไปถามปลัดกระทรวงกลาโหม แต่ไปถามเขาก็คงไม่ตอบแล้ว กลาโหมดำเนินการอยู่เพราะเป็นลูกน้อง

เมื่อถามว่านายกฯมั่นใจที่จะให้ป.ป.ช. ตรวจสอบในฐานะที่พล.อ.ปรีชาเป็นทั้ง สมาชิกสนช.และคสช. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าทำไม ถ้าไม่เชื่อมั่นกระบวนการรัฐก็ไปอยู่ที่อื่น กระบวนการยุติธรรมเขาทำงานอยู่ ไม่เอาอะไรสักอย่างจะเอาแต่ความรู้สึก พอแล้วไม่ตอบ ถามแบบนี้ไร้สาระแล้วหาว่าโมโห ต้องไปถามกระบวนการที่เขาตรวจสอบ โยงกันไปมาอยู่นั่น ตนไม่ได้โมโห

เมื่อถามว่ารัฐบาลนี้ขึ้นชื่อต่อต้านการทุจริต นายกฯกล่าวว่าเขาสอบสวนอยู่ เขาฟ้องขึ้นมาก็เป็นคดี เขาต้องตรวจสอบแบบนั้น นี่คือกลไกใช้อำนาจรัฐ ไม่ใช่นึกจะตรวจสอบใครก็ตรวจสอบ ตอนนี้กระทรวงกลาโหมกำลังตรวจสอบ ขณะที่ป.ป.ช.ก็ตรวจสอบ อย่าเอามาพันกับตน รวมถึงบริษัทเขาก็ตรวจสอบหมด

รักน้องแต่ไม่ตะแบงช่วย
“เขาสอบหมด บริษัทบ้าบอคอแตกอะไรนั่น อยากสอบอะไรก็สอบไป จะสอบครัวสอบส้วมก็สอบไป จะมาโยงกับผมทำไม เขาก็รับผิดชอบของเขา ไม่ใช่เออ ไอ้ห่า ตระกูลผมเสียหาย มันคนละเรื่อง คนละคน แต่ถามว่าผมรักน้องไหมผมก็รัก แต่ผมทำอะไรไม่ได้ ผมช่วยเขาไม่ได้ และผมมาตะแบงชี้แจงส่งเดชไม่ได้ เป็นเรื่องของกลไกก็รับไป และผมไม่เคยไปว่าใคร ทุกอย่างเป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรม ใครอยากสอบก็สอบไป” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า หรือสื่อจะเป็นตัวแทนนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขา ธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เขาทำงานอะไรมาฟ้องกันทุกวัน มีงานทำหรือเปล่า ทำมูลนิธิหรือ เดี๋ยววันหลังต้องไปสอบ 2 คนนี้บ้าง ทำอาชีพอะไร มีรายได้จากที่ไหน อาชีพสุจริตหรือเปล่า สื่อไปฟ้องแทน ตนไม่อยากยุ่งกับเขา กระบวนการตรวจสอบก็เดินหน้าไป ไม่ใช่มาประโคมข่าวสร้างความสำคัญ ตนยังไม่พยายามพูดถึงโครงการรับจำนำข้าว มันก็พูดกันอยู่นั่น กลับมาย้อนตนทุกเรื่อง ต้องไปสู้ที่กระบวนการยุติธรรมไม่ใช่มาสู้ตามสื่อ ตนไม่ตอบโต้ให้น้องทางสื่อ ไปว่ากันที่กระบวนการ ผิดก็คือผิด

“บิ๊กติ๊ก”ขอโทษพี่-รับไม่สมควร
เมื่อถามว่าพล.อ.ปรีชาได้มาขอโทษหรือไม่ เพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับนายกฯ พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า ก็ธรรมดาเขามาขอโทษ บอกว่าไม่ได้ทำความผิด เพียงแต่บางอย่างอาจไม่สมควร เขายอมรับตรงโน้น แต่เรื่องบริษัทเขาบอกว่าเตรียมหลักฐานไว้เต็มที่ ตนยังไม่รู้ว่าเขามีบริษัท ตั้งมาหลายปีแล้ว หลานก็โตแล้ว ไม่เจอหน้ามากี่ปีแล้ว ตนไม่ค่อยเจอครอบครัวเพราะทุ่มเวลาให้กับงานตลอด และเสียใจที่ไม่ได้อยู่กับครอบครัวพ่อแม่พี่น้องตั้งแต่เด็ก แต่ความผูกพันยังเหมือนเดิม สายเลือดมันต้องมีอยู่แล้ว แต่หน้าที่เราก็ต้องทำให้ดีที่สุด ลดปัญหาความขัดแย้งให้มากที่สุด ใครทำอะไรก็ต้องระวังตัวเอง รับผิดชอบกันเอง เขาบอกว่าเขาจะทำให้ดีที่สุด ผิดพลาดอะไรก็ว่ากันมา เขาก็ยอมรับในกระบวนการสอบสวนก็จบแค่นั้น อย่าไปเพิ่มปัญหาหรือภาระ ตนไม่ได้ปกปิด มีก็มี ก็รับกันไป

เมื่อถามว่าจะทำให้เครดิตนายกฯถูกมองทางลบหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าเครดิตตนคือของตน ไม่เกี่ยวกับคนอื่น ทำด้วยตัวเอง ด้วยรัฐบาล ตนต้องไปรับผิดชอบรัฐมน ตรีทุกคน ญาติพี่น้องอีกหรือเปล่า ต่างคนต่างทำก็รับผิดชอบกันเอง ตนรับผิดชอบในงานของประเทศและดูแลตัวเองให้ดีที่สุด ไม่เช่นนั้นจะพันกันไปหมด
การให้สัมภาษณ์ของพล.อ.ประยุทธ์ใช้เวลาเกือบ 1 ชั่วโมง บางช่วงมีอารมณ์ฉุนเฉียวโดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพล.อ.ปรีชา รวมทั้งยังประชดประชันการทำหน้าที่ของสื่อ

ผบ.ทอ.พร้อมแจงปปช.
ที่บก.ทอ. พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผบ.ทอ. กล่าวกรณีการยื่นป.ป.ช.ตรวจสอบกรณีทอ.อนุญาตให้นางผ่องพรรณ จันทร์โอชา นายกสมาคมภริยาข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ภรรยาพล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ใช้เครื่องบินทอ.เดินทางไปเชียงใหม่ ว่าตนพร้อมให้ข้อมูลต่อป.ป.ช. ทุกอย่างเป็นไปตามหลักการ กระทรวงกลาโหมทำหนังสือขอใช้เครื่องบินมาที่ทอ.ตามระเบียบและธรรมเนียมปฏิบัติว่าขอใช้เพื่อภารกิจอะไร ปกติทอ.จะสนับสนุนเพราะเป็นภารกิจสนับสนุนส่วนราชการต่างๆ ที่ทำประโยชน์เพื่อประเทศ รวมถึงนักบินก็ต้องฝึกบินอยู่แล้ว ตนยินดีและพร้อมให้ข้อมูลทุกอย่าง เป็นไปตามกลไกหากมีการตรวจสอบมา ไม่มีอะไรน่ากังวล และไม่ห่วงจะถูกโยงเป็นเรื่องการเมือง เพราะทำตามหน้าที่และวิธีที่เราปฏิบัติมาตลอด

เปิดชื่อว่าที่สนช.
สำหรับรายชื่อทหารที่ได้รับการเสนอชื่อเป็น สนช. คาดว่ามี พล.ร.อ.ประสาน สุขเกษตร รองผบ.สส. ที่จะเกษียณก.ย.นี้ พล.อ.ประสูตร รัศมีแพทย์ รองผบ.สส. ที่จะเกษียณก.ย. พล.อ.ท.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน รองเสธ.ทอ. ที่จะขึ้นเป็นผช.ผบ.ทอ. พล.อ.อ.สุรศักดิ์ ทุ่งทอง รองเสธ.ทอ. ที่จะขึ้นเป็นเสธ.ทอ. พล.ร.ท. ปรีชาญ จามเจริญ หัวหน้าตุลาการทหารสูงสุด นอกจากนี้ ยังมีรายชื่อผู้บัญชาการกองพล ที่ได้รับแต่งตั้งเข้าสู่ตำแหน่งต.ค.นี้ด้วย

วิษณุมึน-สอบวินัยกับใคร
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นให้ป.ป.ช.ตรวจสอบพล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกลาโหม ได้ใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ช่วยเหลือห้างหุ้นส่วนจำกัดของบุตรชายให้ได้รับงานก่อสร้างในกองทัพภาคที่ 3 หรือไม่ว่า เมื่อยื่นสอบเอาผิดก็ให้ป.ป.ช.สอบไป แต่ถ้าสอบทางวินัยตอนนี้ยังนึกไม่ออกว่าจะสอบอย่างไร นายกฯจึงบอกว่าใครมีข้อมูลอะไรให้ไปร้องแล้วกองทัพบกหรือกองทัพภาคจะสอบได้ แต่คำถามคือสอบวินัยใคร เพราะสอบวินัยต้องสอบข้าราชการ ไม่เกี่ยวกับคนอื่น

ลุยเอาผิดบิ๊ก-จนท.รัฐ-เอกชน
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงการเรียกค่าเสียหายคดีจำนำข้าวว่า นายวิษณุแจ้งที่ประชุมครม.ว่าจำนวนเงินที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องรับผิดชอบชดใช้เป็นเงินกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท ส่วนความเสียหายอีก 80 เปอร์เซ็นต์เป็นเงิน 142,869 ล้านบาท ต้องตรวจสอบกันต่อ ใน 80 เปอร์เซ็นต์มีเจ้าหน้าที่รัฐในระดับปฏิบัติและเอกชนเข้ามาเกี่ยวข้องรวมแล้ว 850 คดี ครอบคลุมพื้นที่ 33 จังหวัด เช่น กำแพงเพชรมีกว่า 100 คดี นครสวรรค์ 200 คดี การมีส่วนทุจริต รับข้าวผิดประเภท ข้าวหาย ลงจำนวนไม่ตรง คดีทั้งหมดอยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เรียบร้อยแล้ว คดีเหล่านี้มาจากการตรวจสอบจากคณะกรรมการที่มีม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ เป็นประธาน

“อีกส่วนที่ต้องตรวจสอบคือเจ้าหน้าที่ระดับนโยบายว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง วันนี้ครม.เห็นชอบให้ ศอตช.เป็นเจ้าภาพประสานปปท. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สตง. ป.ป.ช. เพื่อสอบสวนในระดับนโยบายว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง แล้วนำผลการพิจารณาในระดับนโยบายมาพิจาณาร่วมกับระดับฝ่ายปฏิบัติด้วย” พล.ต.สรรเสริญกล่าว

เมื่อถามว่าจะพักงานผู้ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่ามีขั้นตอนปฏิบัติอยู่แล้ว ใครที่ทำให้พยานหลักฐานดูยุ่งกว่าเดิมจะใช้มาตรการแบบเดิม แต่หากใครไม่วุ่นวายก็อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ นอกจากนี้ นายวิษณุยังชี้แจงว่าในส่วน 80 เปอร์เซ็นต์ อายุความ 2 ปียังไม่เริ่ม เพราะการจะนับอายุความต้องรอให้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้กระทำความผิด แต่เวลานี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

รมว.คลังพร้อมเซ็น”จำนำข้าว”
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เผยว่า ได้รับรายงานสรุปจากคณะกรรมการความรับผิดทางแพ่งกรณีเรียกค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าว 3.57 หมื่นล้านบาท กับน.ส.ยิ่งลักษณ์ แล้วเมื่อวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยส่งต่อให้นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ไปดำเนินการในขั้นตอนทางธุรการที่ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนจะลงนามรับรองในหนังสือเรียกค่าเสียหายหรือไม่นั้น ตนพร้อมดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายตามที่ปลัดเสนอมา หากเห็นว่ารมว.คลังต้องเป็นผู้ลงนามเอง

เลือกไขว้ 50 ส.ว.ไม่เวิร์กแก้ได้
ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุม กรธ.ถึงแนวทางการเลือกไขว้ส.ว.จาก 20 กลุ่มอาชีพ ตามที่กกต.เสนอว่า ได้ยินมาว่า กกต.สามารถคิดสูตรการป้องกันการฮั้วและการบล็อกโหวตได้สำเร็จ ถ้าเป็นเรื่องจริงก็น่ายินดี กรธ.ต้องรับฟังความเชี่ยวชาญของกกต.เพื่อมากำหนดวิธีการเลือกส.ว. แต่ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ ไม่ได้กำหนดไว้ตายตัวว่าส.ว.จะต้องมาจากการเลือกไขว้ เพราะมีคนท้วงติงมาว่ามันมีช่องทางทำให้ไม่สุจริต จึงเขียนเปิดช่องให้ใช้วิธีอื่นได้ เช่น ให้มีข้อตกลงกันในหมู่วิชาชีพ กลั่นกรองกันเองให้เรียบร้อยก่อนว่าใครจะเป็นตัวแทน ป้องกันไม่ให้มีผู้ใดไปจ้างนอมินีลงสมัครเพื่อจะได้มีเสียงไว้โหวตให้ตัวเอง แต่ยังต้องคงหลักการเดิมเอาไว้ มิเช่นนั้นหากกลุ่มอาชีพหนึ่งมีผู้สมัคร 50 คน แต่เป็นนอมินีมีคนจ้างลงสมัครไปแล้ว 40 คนจะทำให้มีปัญหาได้ โดยการสรรหา ส.ว.ที่ให้มาจากการเลือกไขว้ 50 คน จากส.ว.สรรหาทั้งหมด 250 คน ตามบทเฉพาะกาลต้องช่วยกันดูว่าเป็นอย่างไร หากมีปัญหามากก็เปลี่ยนวิธีการในกฎหมายลูกตามที่เปิดช่องไว้ จะได้ไม่ต้องแก้รัฐธรรมนูญ

เมื่อถามถึงค่าสมัครส.ว.เพียง 500 บาท จะเอื้อให้มีนอมินีลงสมัครหรือไม่ นายมีชัยกล่าวว่า ต้องชั่งน้ำหนักดูอีกทีว่ามันเอื้อให้มีการทุจริตหรือไม่ ส่วนการตรวจสอบภาคประชา ชนมองว่าน่าจะต้องกำหนดให้มี คนที่สนใจและเป็นผู้ไม่อยู่ในพื้นที่ลงคะแนนสามารถสมัคร เพื่อช่วยลงไปตรวจตราดูการลงคะแนน โดยจะกำหนดให้มีสถานะมารองรับ และให้มีอำนาจในการแจ้งความจับได้หากพบเหตุต้องสงสัย ส่วนนี้จะนำไปใช้กับการเลือกตั้งส.ส.ด้วย นอกจากนี้ กรธ.จะจัดให้มีการสัมมนาอีกครั้งในส่วนของกฎหมายลูกว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว. และว่าด้วยกกต. ซึ่งอยากให้ฝ่ายการเมืองมาร่วมด้วย กรธ.ต้องการรับฟังประสบการณ์การเมืองว่า ตรงไหนปฏิบัติจริงไม่ได้บ้าง

ศาลรธน.ชี้”คำถามพ่วง”วันนี้
นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญเผยว่า คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้นัดแถลงด้วยวาจาก่อนลงมติคำร้องที่กรธ.ส่งร่างรัฐธรรมนูญซึ่งแก้ไขในส่วนที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับผลการออกเสียงประชามติในประเด็นเพิ่มเติม เพื่อให้พิจารณาว่าชอบด้วยกับผลการออกเสียงประชามติแล้วหรือไม่ ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 1 พ.ศ. 2558 มาตรา 37/1 ในวันที่ 28 ก.ย. โดยจะเริ่มประชุมเวลา 10.00 น.

นายพิมลกล่าวว่า ขั้นการพิจารณาตุลาการแต่ละคนจะนำความเห็นมาแถลงด้วยวาจาในที่ประชุมก่อนลงมติ เพื่อทำเป็นคำวินิจฉัยกลาง อีกทั้งจะไม่ออกนั่งบัลลังก์ เนื่องจากเป็นคำร้องที่พิจารณาบทบัญญัติกฎหมายว่าขัดรัฐธรรม นูญหรือไม่ ไม่ได้เป็นคำร้องที่มีคู่กรณี คาดว่าการทำคำวินิจฉัยกลางอย่างเป็นทางการนั้นน่าจะทำได้เสร็จในวันที่ 28 ก.ย. และส่งให้กรธ.ได้ในวันเดียวกัน

ม.44 สั่งอปท.-ตร.หยุดทำหน้าที่
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ คําสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 59/2559 เรื่อง ประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างถูกตรวจสอบเพิ่มเติมครั้งที่ 8 และการปรับปรุงการบริหารงานบุคคลในบางหน่วยงานของรัฐ ซึ่งไม่อาจดําเนินการโดยวิธีการปกติได้ จึงใช้ อํานาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ. 2557 มีคําสั่งรวม 17 ข้อ โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช. ลงนาม

สำหรับคำสั่งข้อที่ 1-12 เป็นคำสั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่ 5 กลุ่ม รวม 72 ราย ได้แก่ กลุ่มข้าราชการพลเรือน 1 ราย คือ นายสิทธิ พิพัฒน์ชัยกร ปลัดจังหวัดหนองคาย, กลุ่มข้าราชการตำรวจ 2 ราย พ.ต.อ.ไพศาล ศักดิ์สุนทรศิริ และพ.ต.ต.โยธิน สีหาทิพย์, กลุ่มผู้บริหารและผู้มีตำแหน่งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 7 ราย, กลุ่มข้าราชการ อปท. 55 ราย และกลุ่มกรรมการพนักงานส่วนตำบล 7 ราย และให้ผู้บังคับบัญชาแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เสร็จภายใน 30 วัน หากไม่ผิดให้เยียวยา โดยในกลุ่มที่ 3-5 เกือบทั้งหมดเป็นเจ้าหน้าที่อปท.ที่ปฏิบัติหน้าที่ในจ.มหาสารคาม

ตั้ง”ไก่อู”นั่งอธิบดีปชส.
คำสั่งข้อที่ 13-15 สั่งให้นายนที ขลิบทอง ดํารงตําแหน่ง ผอ.สํานักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติต่อไปจนถึงวันที่ 5 พ.ย.2560, ให้พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ รองผบ.ตร. ไปเป็นผู้ตรวจราชการพิเศษประจํา สํานักนายกฯ และให้พล.ต.สรรเสริญ แก้ว กําเนิด โฆษกประจําสํานักนายกฯ รักษาราชการในตําแหน่งอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เป็นการชั่วคราวอีกตําแหน่งหนึ่ง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.กล่าวว่า พล.ต.สรรเสริญรู้ทั้งงานในคสช. งานของรัฐบาล กรมประชาสัมพันธ์มีหน้าที่เป็นโฆษกประชาสัมพันธ์งานของรัฐอยู่แล้ว งานทุกอย่างจะได้เป็นในแนวทางเดียวกัน รับรองเขารู้บทบาทของเขา ส่วนจะรักษาการนานเท่าใดยังไม่ทราบ อย่าลืมว่ากรมประชาสัมพันธ์เป็นหน่วยงานของรัฐ ตนมีสิทธิ์สั่งการได้

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหมกล่าวว่า ที่ต้องใช้คำสั่งคสช.ตามมาตรา 44 เพราะพล.ต.สรรเสริญ สังกัดกระทรวงกลาโหม จึงต้องตั้งด้วยคำสั่งพิเศษ เป็นการตั้งชั่วคราว ส่วนอธิบดีกรมประชา สัมพันธ์คนใหม่ต้องตั้งอย่างแน่นอน ขณะนี้อยู่ระหว่างการสรรหา

ด้านนายอภินันท์ จันทรังษี อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์กล่าวว่า เชื่อว่าพล.ต.สรรเสริญจะทำงานได้ เพราะมีศักยภาพ มีความรู้ความสามารถเข้าใจงานของรัฐบาลอย่างดี มั่นใจว่าจะไม่มีคลื่นใต้น้ำในองค์กร ส่วนรองอธิบดีที่เหลืออีก 2 คนจะเกษียณพร้อมตนก็ยังไม่มีการเสนอชื่อ คงต้องรออีกสักระยะ

เด้งปลัดทส.ผู้ตรวจสำนักนายกฯ
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการใช้มาตรา 44 โยกย้ายข้าราชการรอบที่ 8 ที่ปรากฏชื่อเป็นข้าราชการของจ.มหาสารคามจำนวนมากว่า น่าจะเป็นกรณีการสอบบรรจุคนเข้ารับราชการ ถ้ายังไม่มีผลสอบสวน ก็ต้องสอบสวนก่อน หากผลสอบออกมาก็ให้ผู้ว่าฯดำเนินการได้เลย

ด้านพล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า เมื่อผู้บังคับบัญชามอบหมายก็ต้องทำให้ดีทุกเรื่อง แม้จะรับหลายบทบาท แต่ไม่เป็นปัญหาและจะทำให้ดีที่สุด ส่วนที่ต้องมาดูแลกรมประชาสัมพันธ์ สาเหตุมาจากการบริหารงานที่ผิดพลาดหรือไม่ พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่าไม่วิจารณ์ ขอย้ำว่าเข้าไปทำหน้าที่เชื่อมโยงการทำงานให้เกิดความสมบูรณ์

โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า ครม.มีมติรับโอนนายเกษมสันต์ จิณณวาโส ปลัดกระทรวงทรัพยา กรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) มาเป็น ผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกฯ และแต่งตั้ง นายไพโรจน์ สัตยสัณห์สกุล เป็น ผอ.องค์การสวนพฤกษศาสตร์ (อ.ส.พ.)

นายเกษมสันต์กล่าวว่า ไม่ติดใจ คงต้องให้คนอื่นมาทำหน้าที่ปลัดกระทรวงบ้าง แต่ตามมารยาทนับตั้งแต่วันนี้ตนจะไม่เซ็นเอกสารใดๆ ส่วนที่โดนย้ายเพราะขัดแย้งกับพล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทส.หรือไม่นั้น ต้องไปถามรัฐมนตรีเอง ตนทำตามหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว ส่วนเรื่องความขัดแย้งคงไม่พูดถึง

ตั้งอธิบดีเจรจาการค้า
นอกจากนี้ ครม.มีมติแต่งตั้งตามที่กระทรวงต่างๆเสนอ ดังนี้ นายไพศาล ชื่นจิตร รองอธิบดีกรมศุลกากร เป็น ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร

นายทีปรัตน์ วัชรางกูร ผอ.สำนักพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคกลาง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน, นายวิชญายุทธ บุญชิต ผอ.สำนักยุทธศาสตร์และการวางแผนเศรษฐกิจมหภาค สศช. เป็น ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน, นายประพันธ์ มุสิกพันธ์ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน เป็น รองเลขาธิการสศช. นายมนตรี บุญพาณิชย์ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน เป็น รองเลขาธิการสศช. นายดนุชา พิชยนันท์ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน เป็น รองเลขาธิการ สศช.

น.ส.บงกช อนุโรจน์ ผอ.สำนักการตลาดเพื่อการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เป็น ที่ปรึกษาด้านการลงทุน, น.ส.จิตรา กุลวานิช ผอ.สำนักบริหารกลาง บีโอไอ เป็น ที่ปรึกษาด้านการลงทุน

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร เอกอัครราชทูตคณะผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลก ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส เป็น อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

กระทรวงสาธารณสุข เสนอแต่งตั้ง 5 ราย นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เป็น ผู้ตรวจราชการกระทรวง นางพรรณพิมล วิปุลากร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต เป็น ผู้ตรวจฯ นายโอภาส การย์กวินพงศ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เป็นผู้ตรวจฯ นายไพศาล ดั่นคุ้ม รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เป็น ผู้ตรวจฯ นางวารุณี จินารัตน์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็น ผู้ตรวจฯ

2 อธิบดีกระทรวงเกษตรฯ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอแต่งตั้ง 11 ราย นายคนิต ลิขิตวิทยาวุฒิ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็น ผู้ตรวจ, ว่าที่ร.ต.ไพเจน มากสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็น ผู้ตรวจ, นายโอภาส ทองยงค์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็น ผู้ตรวจ, นายปริญญา เพ็งสมบัติ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็น ผู้ตรวจ, นายดิเรก ตนพะยอม รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็น ผู้ตรวจ, นายสุวรรณ บูราพรนุสรณ์ รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เป็น ผู้ตรวจ, น.ส.จูอะดี พงศ์มณีรัตน์ รองอธิบดีกรมประมง เป็น ผู้ตรวจ, นายประยวน พันธ์สวัสดิ์ รองอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เป็น ผู้ตรวจ, นายเสนอ ชูจันทร์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็น ผู้ตรวจ,
น.ส.จริยา สุทธิไชยา รองเลขาธิการสำนัก งานเศรษฐกิจการเกษตร เป็น เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร, นายสุรสีห์ กิตติมณฑล รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็น อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร

ศาลปค.ยกถอนพาสปอร์ตแม้ว
วันที่ 27 ก.ย. ศาลปกครองกลางอ่านคำพิพากษาคดีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นฟ้องอธิบดีกรมการกงสุลและปลัดกระทรวงการต่างประเทศว่าออกคำสั่งยกเลิกหนังสือเดินทาง เลขที่ U957411 และ Z530117 ลงวันที่วันที่ 26 พ.ค.2558 ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่าอธิบดีกรมการกงสุลสามารถยกเลิกหนังสือเดินทางได้ตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ เป็นการใช้ดุลพินิจโดยชอบด้วยกฎหมายไม่ได้เลือกปฏิบัติ ไม่ถือว่าขัดกับสิทธิเสรีภาพและปฏิญญาสากล โดยดำเนินการตามขั้นตอนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้พิจารณาคำให้สัมภาษณ์ของนายทักษิณ ที่เกาหลีใต้ ที่มีเนื้อหาบางส่วนอาจส่งผลต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศไทย คำให้สัมภาษณ์พาดพิงกฎหมายอาญา มาตรา 112, 326 และ 328 และพ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (3) (5)

นายวัฒนา เตียงกูล ทนายความนายทักษิณ กล่าวว่า คงใช้สิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน

จำคุก”เชาวรินธร์”โกงบ.เขมร
วันที่ 27 ก.ย. ที่ศาลอาญา รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีฉ้อโกงทรัพย์หมายเลขดำ อ.638/2558 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 10 และบริษัท บีพีซี เทรดดิ้ง จำกัด ประเทศกัมพูชา เป็นโจทก์และโจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง ร.ต.ท.เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ อายุ 70 ปี อดีตรมช.ศึกษาธิการ เป็นจำเลย ฐานร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์และผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีวันที่ 6-9 พ.ค.2557 จำเลยกับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง เข้าไปเปลี่ยนแปลงข้อมูลใบสำคัญเก็บสินค้า เป็นให้บริษัท บีพีซี เทรดดิ้ง จำกัด ประเทศกัมพูชา โอนเงินค่าซื้อปูนซีเมนต์ของบริษัท ทีพีไอ โพลีน พลับบลิก จำกัด ประเทศไทย 352,781 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทย 11,428,308 บาท ผ่านเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย สาขารัฐสภา ของพวกจำเลยโดยทุจริต จำเลยปฏิเสธสู้คดี

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โจทก์มีพยานหลักฐานไม่เพียงพอจึงยกประโยชน์ให้จำเลยและยกฟ้อง แต่ความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง จำเลยมีเจตนาไม่สุจริตเนื่องจากมีพฤติกรรมเพิกเฉยหลังทำหนังสือตกลงคืนเงินทั้งหมดให้บริษัท บีพีซี เทรดดิ้งฯ ซึ่งเป็นโจทก์ร่วม ทำให้เห็นว่ามีเจตนาเบียดบังเอาทรัพย์ของผู้อื่นมาเป็นของตนจึงเข้าข่ายยักยอกทรัพย์ มีโทษเท่ากับฐานฉ้อโกงพิพากษาจำคุก 1 ปี 6 เดือนไม่รอลงอาญา และสั่งให้จำเลยคืนเงิน 11,428,308 บาท แก่บริษัทบีพีซี เทรดดิ้งฯ

ต่อมา พ.ต.อรรคริน ลัทธศักดิ์ศิริ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) บุตรชาย ใช้ตำแหน่งพร้อมเงินสด 4 แสนบาทยื่นประกันตัว ศาลพิจารณาอนุญาตให้ประกันตัวโดยตีราคาประกัน 1 ล้านบาท

บทความก่อนหน้านี้สั่งร้านเสริมสวยตั้งราคามหาโหด ติดราคาให้ชัดเจน ขู่ปิดร้าน เจ้ก้อย ขอโทษน้ำตานอง(คลิป)
บทความถัดไปคนร้ายแต่งชุดรปภ.งัดตู้บริจาควัดลาดหลุมแก้วฉกเงินสด 3 หมื่น