พลังประชารัฐ ยื้อสุดฤทธิ์ ขอกระทรงพาณิชย์ หวั่น ปัญหาภายใน-เจรจาการค้า ระหว่างประเทศ สะดุดยื่น “รมว.ศึกษาฯ” ให้ปชป.เดินหน้านโยบายแก้จนสร้างคนสร้างชาติ
จากกรณี นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ ถึงกระแสข่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์พร้อมเป็นฝ่ายค้านอิสระ หากทางพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ไม่รับ 2 เงื่อนไข ที่เสนอให้แก้รัฐธรรมนูญและบรรจุนโยบายของพรรคลงในนโยบายของรัฐบาล โดยได้กล่าตอนหนึ่งว่า “ทิศทางเสียงภายในที่ประชุมยังเป็นเรื่องการตัดสินใจแบบวันต่อวัน เพราะช่วงแรกเสียงส่วนใหญ่อยากให้ร่วมรัฐบาล แต่ขณะนี้มีแนวโน้มว่าไม่ต้องการร่วมมากกว่า จึงต้องรอดูมติ ในที่ประชุม ส.ส.วันที่ 4 มิ.ย. อีกครั้ง”
ล่าสุด เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรรพลังประชารัฐ (พปชร.) ถึงการจัดตั้งรัฐบาล ว่า จนถึงขณะนี้ยังมีความไม่ลงตัวในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ล่าสุดยื่นเงื่อนไขเรื่อง การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ,การนำนโยบายประกันรายได้พืชผล ทางการเกษตรมาเป็นนโยบายรัฐบาล ให้พิจารณาจัดสรรโควต้ารัฐมนตรีในส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ให้สอดคล้อง กับการดำเนินนโยบาย ของ พรรคพปชร.
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
![]()
โดยพรรคประชาธิปัตย์ต้องการตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ รมว.เกษตร และ สหกรณ์ และ รมว.พัฒนาสังคมฯพร้อมกับตำแหน่ง 4 รมช.ซึ่งสาเหตุที่ต้องการรับผิดชอบ กระทรวงพาณิชย์ และ กระทรวงเกษตรฯ เพื่อผลักดันนโยบาย ประกันราคาพืชผลทางการเกษตร ให้สำเร็จสร้างคะแนนนิยม ให้แก่พรรคประชาธิปัตย์
ทั้งนี้ในระดับผู้มีอำนาจตัดสินใจ ของพรรค พปชร. ได้พิจารณาความเหมาะสมและแนวทางของพรรคประชาธิปัตย์ เกี่ยวกับ กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ พบว่าส่วนใหญ่ เน้นไปในมิติของการยกระดับราคาพืชผลทางการเกษตร ในประเทศเท่านั้น แต่ไม่ได้กล่าวถึงมิติการขยายตลาด ในต่างประเทศ
ซึ่งที่ผ่านมา รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ให้ความสำคัญ ในการเปิดตลาดใหม่ๆ ให้แก่สินค้าเกษตรของไทย โดยพยายามติดต่อเจรจาการค้า และ โรดโชว์กับหลายประเทศ อาทิ จีน อินเดีย แอฟริกา และ สหภาพยุโรป เป็นต้น
อีกทั้งบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่ง ยังไม่ลงตัว จึงเสนอให้พรรคประชาธิปัตย์ เลือกรับผิดชอบ ในกระทรวงอื่นแทน เพื่อให้บุคคลที่ พล.อ.ประยุทธ์ ไว้วางใจมาขับเคลื่อนงาน ในตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ โดยเปิดโอกาส ให้คนของพรรคประชาธิปัตย์ มาร่วม เป็น รมช.พาณิชย์ กำกับดูแลกรมการค้าภายใน เพื่อผลักดันนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ในมิติภายในประเทศเป็นหลัก
รวมทั้งตำแหน่ง รมว.ศึกษาฯ ที่ทางพรรคประชาธิปัตย์ เคยให้ความสนใจไปแทน เพื่อใช้ในการขับเคลื่อน นโยบาย แก้จน สร้างคนสร้างชาติ ที่ต้องมีการปูพื้นฐาน เริ่มจากการศึกษา ไปเพื่อให้เกิดความยั่งยืนมากกว่า