ผู้ชนะคำขวัญ 50 ปชป. หอบโล่พร้อมเงินรางวัล 5 พัน บาท คืนประชาธิปัตย์ หลังร่วมรบ.หนุน “บิ๊กตู่” พร้อมมอบคำขวัญให้ใหม่ให้ แรงจี๊ด!

เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.เวลา 10.15 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวรา จันทร์มณี ผู้ชนะคำขวัญครบรอบ50ปีพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อปี 2538 นำโล่พร้อมเงินรางวัล จำนวน5,000บาท มาคืนให้กับพรรคประชาธิปัตย์ โดยวางคืนไว้ต่อหน้าพระแม่ธรณีบีบมวยผม หลังพรรคตัดสินใจร่วมรัฐบาลกับ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะถือว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่รักษาสัญญาประชาคม ละทิ้งอุดมการณ์พัฒนาประชาธิปไตย รับใช้ประชาชน โดยไม่คำนึงถึงอุดมการณ์ที่เขียนไว้เมื่อก่อตั้งพรรคปี 2489

นายวรากล่าวว่า ตนไม่ได้มาด้วยความเกลียดชังพรรคประชาธิปัตย์ แต่มาในฐานะพลเมืองที่ต้องการมีส่วนร่วมทางการเมือง และมีสิทธิท้วงติงให้พรรคการเมืองมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อประชาชน ไม่ใช่เอาแต่ตักตวงช่วงชิง ต่อรองผลประโยชน์ ประดิษฐ์วาทกรรมอำพรางเพื่อฉกฉวยโอกาสเข้าสู่วงจรแห่งอำนาจพรรคการเมืองควรทุ่มเทกายใจแก้ปัญหาให้บ้านเมือง เพราะประชาชนต้องการนักการเมืองที่มีคุณภาพ มีมโนสำนึก มากกว่าพวกเล่นแร่แปรธาตุ ขายวิญญาณ เป็นทากเหลือบแร้งกาคอยสูบจิกรุมทึ้งบ้านเมือง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

“ลักษณะของสังคมไทยวันนี้เข้าสู่ยุค แหวนแม่ นาฬิกาเพื่อน สะกดคำว่าละอายไม่เป็น แต่ก็ขอขอบคุณการแสดงความรับผิดชอบของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค แม้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ที่ประกาศต่อประชนว่าไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จะเพิกเฉยไม่รู้ร้อนรู้หนาว และอ้างมติพรรค เพื่อสร้างความชอบธรรม ที่จะตระบัตสัตย์เพื่อชาติ

ที่สำคัญคือการรักษาพันธะสัญญาที่มีต่อประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ควรรักประชาชนมากกว่ารักตัวเอง ไม่ควรละเลยดูถูกเหยียดหยามความรู้สึกและไม่ให้เกียรติประชาชน ผมขอมอบคำขวัญให้ใหม่ว่า

“73 ปีประชาธิปัตย์ กัดกร่อนประชาธิปไตย ทรยศประชาชน” นายวรา กล่าว

ทั้งนี้ นายวรา จันทร์มณี ได้เผยแพร่แถลงการณ์ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

แถลงการณ์ คืนโล่และเงินรางวัลจากการประกวดคำขวัญ เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์ตระบัดสัตย์ต่อประชาชน

เรียน พี่น้องประชาชนไทย และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์

ผมรู้สึกเสียใจที่ต้องกลับมาพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง หลังจากที่วันก่อนได้มาขอให้พรรครักษาคำมั่นสัญญาต่อประชาชน กรณีจะไม่สนับสนุนให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อสืบทอดอำนาจ คสช.

บัดนี้พรรคประชาธิปัตย์ ได้ตระบัดสัตย์ต่อประชาชนโดยสมบูรณ์แล้ว ผมจึงต้องรักษาคำพูดด้วยการนำโล่รางวัลชนะเลิศการประกวดคำขวัญ 50 ปี พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อพ.ศ. 2538 ที่ว่า “50 ปีประชาธิปัตย์พัฒนาประชาธิปไตยรับใช้ประชาชน” มาคืนพร้อมเงินรางวัล 5,000 บาท

ทำไมผมจึงต้องนำโล่และเงินรางวัลมาคืน? เพราะเมื่อพรรคประชาธิปัตย์ไม่ปฏิบัติตามสัญญาประชาคม ละทิ้งอุดมการณ์ โล่รางวัลที่เป็นสัญลักษณ์แห่งอุดมการณ์ก็ไร้ความหมาย หากเปรียบอุดมการณ์ดั่งรัฐธรรมนูญ วาทกรรมที่พยายามประดิษฐ์ขึ้นเพื่ออธิบายบทละครเป็นเพียงแค่กฏหมายลูก กฎหมายลูกจะมาล้มล้างรัฐธรรมนูญมิได้

นี่เป็นการเปรียบเปรยที่อาจจะไม่ตรงนัก ความจริงแท้ๆ ตรงๆ คือพรรคประชาธิปัตย์ไม่รักษาพันธะสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน ละทิ้งอุดมการณ์ พัฒนาประชาธิปไตย รับใช้ประชาชน มากกว่านั้นยังไม่คำนึงถึงอุดมการณ์ข้อ 2, 3, 4 ที่เขียนไว้ครั้งก่อตั้งพรรคเมื่อปี 2489 ว่า พรรคจะดำเนินการเมืองด้วยความซื่อสัตย์สุจริตต่อประชาชน โดยอาศัยหลักกฏหมายและเหตุผลเพื่อความศักดิ์สิทธิ์แห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นเยี่ยงอย่างแก่อนุชนรุ่นหลัง จะไม่สนับสนุนระบบและวิธีแห่งเผด็จการ ไม่ว่าจะเป็นระบบและวิธีการของรัฐบาลใดๆ

พี่น้องประชาชนที่รัก เกิดเป็นคน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือสัจจะ หากไร้ศักดิ์ศรี ไม่รักษาคำพูด ละทิ้งอุดมการณ์ ก็ไร้คุณค่า หมดราคา ยิ่งเป็นพรรคการเมืองด้วยแล้ว ก็ไร้ความน่าเชื่อถือ ยากที่ประชาชนจะไว้วางใจได้อีกต่อไป

การที่ผมมาในวันนี้ มิได้มาด้วยความเกลียดชังพรรคประชาธิปัตย์ แต่มาในฐานะพลเมืองที่ต้องมีส่วนร่วมทางการเมือง มีสิทธิ์ท้วงติงให้พรรคการเมืองมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อประชาชน มิใช่เอาแต่ตักตวงช่วงชิง ต่อรองผลประโยชน์ ประดิษฐ์วาทกรรมอำพรางเพื่อฉกฉวยโอกาสเข้าสู่วงจรแห่งอำนาจ พรรคการเมืองควรที่จะมุ่งมั่นทุ่มเทกายใจแก้ปัญหาบ้านเมือง เพื่อความอยู่เย็นเป็นสุขของราษฎร

ประชาชนต้องการนักการเมืองที่มีคุณภาพ มีมโนธรรมสำนึกและหิริโอตัปปะ มากกว่าพวกกำมะลอเล่นแร่แปรธาตุขายวิญญาณ เป็นทากเหลือบแร้งกาคอยสูบจิกรุมทึ้งบ้านเมือง

ลักษณาการของสังคมไทยวันนี้ หนักหนากว่าที่จะเอาศรีธนญชัยมาเปรียบ บ้านเมืองเราเข้าสู่ยุค“แหวนแม่นาฬิกาเพื่อน” สะกดคำว่าละอายไม่เป็น ชนชั้นนำทำอะไรก็ได้ที่จะฉกฉวยเอื้อประโยชน์ เฉไฉโกหกบิดเบือนชนิดด้านได้อายอด

ตลอด 5 ปีที่เผด็จการครองอำนาจ ประชาชนทุกทั่วหัวระแหงลำบากยากเข็ญ รัฐบาลคสช. ที่ไม่มีธรรมาภิบาลได้ทำให้ประเทศย่อยยับ มีการเอื้อประโยชน์และทุจริตจำนวนมหาศาล ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ย่อมรู้อยู่แก่ใจดี

อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณการแสดงความรับผิดชอบส่วนตัวของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และท่านอื่นๆ แม้ว่าคุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคฯ ที่ได้ประกาศต่อประชาชนเช่นกันว่าจะไม่สนับสนุนให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี จะเพิกเฉยไม่รู้ร้อนรู้หนาวแต่อย่างใด

ขอเรียนพี่น้องประชาชนว่าสิ่งสำคัญกว่าการอ้างมติพรรคเพื่อสร้างความชอบธรรมที่จะ“ตระบัดสัตย์เพื่อชาติ” คือการรักษาพันธะสัญญาที่มีต่อประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ควรรักประชาชนมากกว่ารักตนเอง พรรคประชาธิปัตย์ไม่ควรละเลย ดูถูกเหยียดหยามความรู้สึก ไม่ให้เกียรติประชาชน ประชาชนในที่นี้มิได้หมายความแต่ผู้ที่เลือกพรรคประชาธิปัตย์ แต่หมายถึงประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่รับรู้ว่าพรรคประชาธิปัตย์พูดไว้เช่นไรและต่างมีพันธะสัญญาต่อคำพูดนั้น

อนึ่ง มีการให้เหตุผลว่าพรรคประชาธิปัตย์จำเป็นต้องเลือกระหว่างพรรคคนดีอย่างพลังประชารัฐ กับพรรคฝ่ายประชาธิปไตย ซึ่งเป็นการหลงประเด็น สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์เลือกได้มีแค่ 2 ทาง คือเลือกที่จะเป็นสัตบุรุษด้วยการรักษาวาจาสัตย์ หรือเป็นโมฆะบุรุษด้วยการตระบัดสัตย์ ผมจะคอยดูว่าคุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ จะแสดงความรับผิดชอบต่อคำพูดของตนที่ยังปลิวว่อนอยู่ในสื่อสาธารณะอย่างไร ท่านจะทำให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นที่หนึ่งในหัวใจของประชาชนได้อย่างไร ในเมื่อแม้แต่คำสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนก็ยังรักษาไว้ไม่ได้

ผมขอขอบคุณคุณูปการหลายอย่างที่พรรคประชาธิปัตย์กระทำในอดีต และขอไว้อาลัยต่ออัตวินิบาตกรรมที่พรรคประชาธิปัตย์กระทำแก่ตนเองในครั้งนี้ ผมขอรักษาคำพูดมอบคำขวัญ “73 ปีประชาธิปัตย์ กัดกร่อนประชาธิปไตย ทรยศประชาชน” แก่ท่านตามที่เคยประกาศไว้

พี่น้องประชาชนที่รัก ผมมิอาจนิ่งเฉยต่อการกระทำของพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนี้ได้ เพราะการตัดสินใจของพรรคนั้น จะส่งผลถึงทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน และจริยธรรมทางการเมืองของประเทศ

ในเมื่อเราไม่สามารถเชื่อถือคนได้ ผมจึงขออนุญาตวางโล่พร้อมเงินรางวัลคืนแก่พรรค ณ เบื้องหน้าพระแม่ธรณี ขอพระแม่ธรณีได้โปรดรับรู้และเป็นสักขีพยาน

สัจจังเวอมตาวาจา
วรา จันทร์มณี
7 มิถุนายน 2562


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน