‘ทวี’ ชี้หน.คสช.ใช้ม.44 ช่วยทีวีดิจิตอลเอื้อกลุ่มทุน ขัดรธน.-ความเป็นนายกฯสิ้นสุด

ขัดรัฐธรรมนูญ

‘ทวี’ โพสต์เฟซบุ๊กระบุ หน.คสช ใช้ม.44 ช่วยกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เอื้อกลุ่มทุน ความเป็นนายกรัฐมนตรีสิ้นสุด ด้วยเหตุ ขัดรัฐธรรมนูญ

ขัดรัฐธรรมนูญ / เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 4/2562 ลงวันที่ 11 เม.ย. 2562 เรื่องมาตรการแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม ซึ่งลงนามโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2562 สมาชิกรัฐสภาได้อภิปรายเรื่องคุณสมบัติของผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในเรื่อง “มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์” โดย ส.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล จากพรรคอนาคตใหม่ ได้อภิปรายถึงการใช้ ม.44 อุ้มทีวีดิจิตอล และการยืดหนี้ใบอนุญาต 4G ว่าไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีพฤติกรรมฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมร้ายแรง ซึ่งเป็นคุณสมบัติต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5)

และเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2562 นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยหลังจากประชุมคณะอนุกรรมการเยียวยาการเรียกคืนคลื่นความถี่ 700 MHz ตามคำสั่ง คสช. ที่ 4/2562 เพื่อพิจารณาแผนเยียวยาและคืนเงินช่องสปริงนิวส์19 และสปริง26 (ชื่อเดิม NOW26) ว่า รัฐจะจ่ายค่าชดเชยให้ทั้ง 2 ช่องเป็นวงเงินราว 1,175 ล้านบาท (สปริงนิวส์19 จำนวน 500 ล้านบาท ส่วน NOW26 จำนวน 675 ล้านบาท)

การที่ หน.คสช ออกคำสั่ง ม44 ดังกล่าว ถือว่าเป็นการสนับสนุนเงินหรือทรัพย์สินอื่น เพื่ออุดหนุนกิจการสื่อมวลชนของเอกชน ที่รัฐจะกระทำไม่ได้ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 35 วรรค 5 ที่บัญญัติว่า

“การให้เงินหรือทรัพย์สินอื่นเพื่ออุดหนุนกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นของเอกชน รัฐจะกระทำมิได้ หน่วยงานของรัฐที่ใช้จ่ายเงินหรือทรัพย์สินให้สื่อมวลชนไม่ว่าเพื่อประโยชน์ในการโฆษณา หรือประชาสัมพันธ์ หรือเพื่อการอื่นใดในทำนองเดียวกันต้องเปิดเผยรายละเอียดให้คณะกรรมการ ตรวจเงินแผ่นดินทราบตามระยะเวลาที่กำหนดและประกาศให้ประชาชนทราบด้วย”

คำสั่ง ม.44 ที่ออกมาเพื่อช่วยเหลือ การประกอบกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม ซึ่งจะเรียกว่า “ทีวีดิจิตอล” คือเป็นระบบการส่งผ่านสัญญาณภาพวีดีโอและเสียงโดยระบบดิจิตอล ถือว่าเป็น “สื่อมวลชน” ชนิดหนึ่งด้วย และ สิทธิหรือประโยชน์อื่นใดที่สนับสนุน อยู่ในความหมายของคำว่า “ทรัพย์สิน” ด้วย จึงเป็นเรื่องต้องห้าม

กรณีนี้มีผู้วิพากษ์วิจารณ์ แสดงความเห็น ทั้งนักวิชาการจาก TDRI นักสื่อสารมวลชน และผู้เชี่ยวชาญต่างๆ รวมทั้งภาคประชาสังคมผู้ที่สนใจ ว่าการช่วยเหลือดังกล่าว ผู้ได้ประโยชน์มากที่สุด คืออภิมหาเศรษฐีและนักลงทุนต่างชาติ ผู้เสียหาย คือประเทศและประชาชน

การกระทำ ของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 35 วรรค 5 ที่บัญญัติห้ามรัฐสนับสนุนเงินหรือทรัพย์สินสื่อมวลชนของเอกชน และมีพฤติกรรมฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมร้ายแรง ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งถือเป็นคุณสมบัติต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 160 (4) และ (5)

เห็นว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน ไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของสมาชิกสภาทั้งหมด หรือจำนวน 50 คน เข้าชื่อร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สิ้นสุดความเป็นนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 170 ประกอบมาตรา 160 และมาตรา 82 ที่ประธานสภาได้รับคำร้องต้องส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย การสิ้นสุดความเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ต่อไป

สำหรับประชาชนที่เป็นผู้เสียหายจากการที่ถูก คสช. และ กสทช. เอาเงินไปใช้อุ้มทีวีดิจิตอลที่เป็นกลุ่มทุนใหญ่นั้น การรับรู้ข้อมูลยังถือว่าน้อย จำเป็นต้องได้รับข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน และมีการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจให้มากขึ้น เพราะถือเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนเอง

อนึ่ง ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นตำแหน่งสูงสุดของฝ่ายบริหารซึ่งมีความสำคัญ เรื่องคุณสมบัติที่รัฐธรรมนูญกำหนดถือเป็นมาตรฐานขั้นต่ำที่ต้องเคร่งครัด จึงต้องทำการตรวจสอบให้มีความถูกต้องชัดเจนและเป็นที่ยุติ

แต่อย่างไรก็ตามในเรื่องความชอบธรรมนั้น อย่างน้อยต้องมีหลักความชอบธรรม 3 ประการ คือ ประการแรก มีความชอบถูกต้องตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ประการที่สอง มีความชอบธรรมได้รับการยอมรับตามวิธีประชาธิปไตย และประการที่สาม มีความยุติธรรมหรือธรรมแห่งอำนาจและประชาธิปไตย

การโหวตเลือกแม้มีเสียงข้างมากเลือกให้ พลเอกประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีใช้อำนาจโดยขัดหลักความชอบธรรมทั้ง 3 ประการแล้ว สังคมจะไว้วางใจให้ทำหน้าที่ผู้นำในการปกป้องประโยชน์สาธารณะและประชาชนได้อย่างไร

หากไม่ทำข้อเท็จจริงให้ยุติและได้รับการยอมรับแล้ว ก็จะทำให้ความขัดแย้งแตกแยกในสังคมและประเทศขยายออกกว้างใหญ่ขึ้น และท้ายที่สุดก็จะอยู่ไม่ได้

บทความก่อนหน้านี้งูเห่าดงผงะศพแขวนคอ! น้าเศร้าหลาน16เสียแม่เข้ากรุงฯของานทำ สุดท้ายมาฆ่าตัว
บทความถัดไปสุดช็อก! หนุ่มเยอรมัน ออโตอิโรติก จนตาย คาห้องพักโรงแรมหรู 2 วันเพิ่งมาเจอศพ