ช่อ พรรณิการ์ เปิดใจครั้งแรกภาพดราม่า ขึ้นอยู่ที่ตีความ วอนอย่าใช้มาไล่ล่ากัน

ช่อ พรรณิการ์ เปิดใจครั้งแรกภาพดราม่า ขึ้นอยู่ที่ตีความ วอนอย่าใช้มาไล่ล่ากัน

เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 19 มิ.ย. ที่หอประชุมใหญ่ทีโอที น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกระแสการถูกสถาบันมาโจมตีทางการเมือง ว่า จะพาดพิงถึงสถาบันหรือไม่ขึ้นกับการตีความ อย่างที่โพสต์ยอมรับว่า เป็นภาพไม่เหมาะสมอาจทำให้เกิดความไม่สบายใจ เนื่องจากเป็นสิทธิที่แต่ละคนจะตีความอย่างหลากหลาย ซึ่งดิฉันขออภัยอีกครั้งหนึ่ง ที่ภาพนี้ทำให้เกิดความไม่สบายใจ ดิฉันเองก็ไม่สบายใจอย่างยิ่งที่ภาพนี้ทำให้เกิดบทสนทนาไม่สร้างสรรค์ขึ้นในโซเชียลมีเดีย มีวาทะสร้างความเกลียดชัง จึงขอโทษที่ทำให้เกิดวาทะที่ไม่สร้างสรรค์ขึ้นในยามที่บ้านเมืองต้องการเดินไปข้างหน้า

ส่วนที่ผู้ไปแจ้งความดำเนินคดีนั้น กระบวนการกฎหมายก็เป็นไปตามขั้นตอน ตอนนี้ยังไม่ได้รับแจ้งจากใครว่า เป็นการแจ้งตามมาตรา 112 หรือไม่ คงต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งอย่างเป็นทางการ กับฝ่ายกฎหมายของพรรคนั้นยังไม่ได้คุยอะไรเป็นพิเศษ รอการดำเนินการทางกฎหมายก่อนว่า ตำรวจจะรับฟ้องหรือไม่

น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า จุดยืนของพรรคอนาคตใหม่พูดตั้งแต่แรกแล้วว่า ไม่อยากให้นำสถาบันกษัตริย์มาเป็นเครื่องมือโจมตีทางการเมือง ซึ่งดิฉันไม่ใช่คนแรกและคงไม่ใช่คนสุดท้ายที่โดนโจมตีด้วยข้อหาแบบนี้ ซึ่งทุกเห็นแล้วว่า ไม่ได้ส่งผลแค่ตัวดิฉันคนเดียว แต่ถึงพ่อ ถึงเพื่อน ซึ่งไม่ได้เตรียมใจจะต้องรับเรื่องนี้ การตัดสินใจมาทำงานการเมืองต้องเตรียมตัวว่าต้องมาเผชิญกับอะไร แต่ว่าพ่อแม่และเพื่อน ไม่สมควรต้องมารับผิดชอบในเรื่องนี้ที่บานปลาย อยากให้เป็นภาพสะท้อนให้เห็นว่า เวลานำเรื่องนี้มาโจมตีทางการเมือง ทำให้เสียหายไปถึงบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย การเมืองโดยทั่วไปก็ไม่ได้มีอะไรสร้างสรรค์ขึ้น

“ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ฝ่ายที่เป็นประชาธิปไตย หัวก้าวหน้า มักจะถูกสกัดกั้นทางการเมืองด้วยข้อหานี้ เพราะเป็นเรื่องที่ไม่สามารถแก้ตัวได้เลย แม้จะทำได้ แต่บั้นปลายชื่อเสียงความน่าเชื่อถือทางสังคมหมดแล้ว อีกทั้งยังมีโทษหนัก จึงขอร้องว่า อย่านำสถาบันพระมหากษัตริย์มาโจมตีทางการเมือง เชื่อว่า ประเทศไทยมีจุดยืนร่วมกันแล้วเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ พรรคอนาคตใหม่ตัดสินใจเข้ามาทำงานการเมืองในระบอบรัฐสภา ย่อมชัดเจนแล้วว่า อนาคตใหม่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การทำงานในรัฐสภาก็ต้องเดินไปทางนี้”น.ส.พรรณิการ์กล่าว

เมื่อถามว่า จะกระทบต่อความเชื่อมั่นในการทำงานของพรรคหรือไม่ น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า หนึ่งปีที่ผ่านมาพรรคก็ถูกโจมตีด้วยเรื่องนี้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรก บุคคลอื่นและตัวพรรคเองก็เคยโดน เราได้แต่ยืนยันและหวังว่า สิ่งที่เราต้องการสื่อสารจะไปถึงประชาชนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อถูกโจมตีแบบนี้ อนาคตใหม่ ตั้งใจทำงานการเมืองด้วยความหวัง เพื่อทำลายการเมืองด้วยความกลัว แน่นอนว่า การที่เราพุ่งชนปัญหาและผู้มีอำนาจ จึงต้องเจออุปสรรคเยอะ แต่ยังเดินหน้าต่อไป เชื่อว่า ผู้สนับสนุนและไม่สนับสนุนเราที่รักความเป็นธรรมจะเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น

เมื่อถามว่า โพสต์ว่าพรีโฮห์จิมินห์หมายถึงอะไร น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า นี่เป็นประวัติศาสตร์เวียดนาม มีความชัดเจนในตัวเอง ภาพที่ถ่ายเล่นๆ นั้นสวมหมวกเวียดนามถือตราสัญลักษณ์ จึงโพสต์โยงไปถึงประวัติศาสตร์เวียดนาม ซึ่งต่างจากประวัติศาสตร์ไทย เส้นทางของคอมมิวนิสต์ในเวียดนาม ประชาธิปไตยในไทย ไม่ได้ซ้อนทับกัน ไม่อาจเปรียบเทียบกันได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่จำบริบทตอนโพสต์ไม่ได้แล้ว เป็นการถ่ายกันเล่นๆ ในที่ทำงาน

ซึ่งในสถานีโทรทัศน์จะมีการตั้งตราสัญลักษณ์อยู่แล้ว การที่โพสต์เฟซบุ๊กเป็นความรับผิดชอบอยู่แล้ว การโพสต์ในสมัยที่อาจจะเข้มข้มหรือรุนแรงกว่านี้ แต่เมื่อการเวลาผ่านไปการเดินทางทางความคิดก็เปลี่ยนไป ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ถ้าย้อนกลับไปจะแก้ไขอะไรหรือไม่นั้น อดีตเป็นเรื่องของอดีต ปัจจุบันเป็นเรื่องปัจจุบัน การตัดสินในปัจจุบันเป็นสิ่งที่วิญญูชนทำกัน การเดินทางทางความคิดประวัติศาสตร์ไทย

“การเดินทางของนักศึกษาเดือนตุลาฯเข้าป่ามีความสุดโต่ง เวลาผ่านไปอีกก็เรียนรู้ว่าไม่ใช่แล้วก็กลับมา รัฐบาลในยุคนั้นก็ได้รับการยกย่องสรรเสริญ เพราะไม่ได้กำจัดพื้นที่ความคิดแตกต่าง แต่ว่าให้พื้นที่คนเหล่านี้กลับมากลายเป็นภูมิปัญญาของประเทศชาติ ที่สำคัญสังคมจะอยู่อย่างสมานฉันท์ได้ ไม่ใช่การยึดความคิดทั้งหมดไว้ ไม่ให้ที่คนเห็นแต่า แต่ต้องให้พื้นที่ทุกคน

อย่างกรณีของดิฉันนั้นไม่ถือว่า สุดโต่ง การตั้งคำถามถึงจุดยืนที่เกี่ยวข้องกับสถาบันทางการเมือง ซึ่งตอนนั้นนิสิตนักศึกษาต่อต้านการรัฐประหารมาก แต่ถูกป้ายสีว่า ไม่จงรักภักดี โดยไม่มีทางแก้ตัว จนสังคมตัดสินไปแล้ว ตอนนั้นจึงตั้งคำถามกับการใช้สถาบันเป็นเครื่องมือทางการเมือง ตอนนี้เปลี่ยนไปเยอะ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนของสังคมนี้คือการใช้สถาบันเป็นเครื่องมือทำลายกันทางการเมือง” น.ส.พรรณิการ์กล่าว

บทความก่อนหน้านี้รวบ ‘เดี่ยว เมืองนนท์’ หัวหน้าแก๊งอุ้มทวงหนี้ ประกาศไม่ยอมให้ตร.จับ สุดท้ายจนมุม
บทความถัดไปเด็กบริหารหอการค้าไทย คว้าชัยแผนการตลาดสื่อดิจิทัล