เสียงสะท้อน-โฉมหน้าครม.บิ๊กตู่ 2

รายงานพิเศษ

เสียงสะท้อน-โฉมหน้าครม.บิ๊กตู่ 2 

เห็นโฉมหน้าครม.บิ๊กตู่ 2 จำนวน 36 คน 39 ตำแหน่ง ที่ประกอบด้วยหน้าเก่า-หน้าใหม่

มองภาพรวมแล้วครม.ใหม่จะเข้ามาแก้ปัญหาบ้านเมืองได้หรือไม่

โดยเฉพาะอย่างปัญหาเศรษฐกิจ ที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการ

มีมุมสะท้อนจากนักวิชาการ

กิตติ ลิ่มสกุล

เศรษฐศาสตร์ ม.ไซตามะ ญี่ปุ่น

ภาพรวมต่างตอบแทนช่วงเลือกตั้ง เหมือนวางแต่ละตัวบุคคลในจุดที่เหมาะสมไม่ได้ แต่ก็ถือว่าไม่เลวร้ายอะไรหากไม่นับมาเฟียที่รวมอยู่ด้วย

ในทางเศรษฐกิจการคลังไม่น่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงทางรูปธรรมชัดเจน เพราะยังเป็นหน้าเดิม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ หัวเรือใหญ่ทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์ นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง ถือว่าไม่มีความสามารถ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจคงแจกเงินผ่านบัตรเหมือนก่อนเลือกตั้ง

ด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่ต้องอาศัยพาณิชย์และการคลัง ยังไม่ชัดว่าจะมีนโยบายรับมือสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนอย่างไร นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.พาณิชย์ อาจเคยมีประสบการณ์มาแล้วแต่ก็เคยมีปัญหาการค้าขายกับรัสเซีย ยังไม่มีใครเห็นวิสัยทัศน์ว่าจะพาไทยฝ่าเศรษฐกิจที่ตกต่ำอย่างไร

ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ นายดอน ปรมัตถ์วินัย เหมือนเหล้าเก่าในขวดใหม่ 5 ปีที่ผ่านมาไม่อาจลดความตึงเครียดจากภาพความเป็นรัฐบาลทหารได้ เพียงแต่เดินเกมรับใช้ล็อบบี้ให้นายกฯไปร่วมวงในเวทีโลกได้แต่ก็กลายเป็นเรื่องเสียหน้าหลายรอบ เมื่อพาณิชย์และต่างประเทศเครดิตไม่ได้ก็น่ากังวลว่าจะรับมือกับเศรษฐกิจอย่างไร

เศรษฐกิจภายในประเทศ การกระจายรายได้ กระจายความมั่งคั่งก็ยังไม่เห็นวี่แววเมกะโปรเจ็กต์อย่างอีอีซีที่คสช.ผลักดันก็ไม่เห็นความคืบหน้า การพัฒนาโดยรอบเชื่อมโยงการขนส่งระบบล่างก็นำไปให้ทุนใหญ่ ส่วนกระทรวงอุตสาหกรรมที่มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรมว. คงไม่ต้องทำอะไรมาก เพราะมีเอกชนขับเคลื่อนอยู่แล้ว เพียงแค่กำกับนโยบายเท่านั้น

พลังงานถือว่าน่าเสียดายที่ยังใช้ทีมนาย สมคิด ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านอื่นมากกว่า ความมั่นคงด้านพลังงานจากพลังงานทางเลือก พลังงานสะอาด มีความสำคัญต่อประเทศไทยในอนาคตเป็นอย่างมาก

ด้านกระทรวงเกษตรฯที่เกษตรกรคาดหวังจะมีการแก้ปัญหาพืชผลทางเศรษฐกิจตกต่ำถือว่าขี้เหร่ที่สุด ทั้ง 4 คนไม่เห็นคนที่มีคุณสมบัติหรือมีความสามารถที่เกี่ยวข้อง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช. เคยปลูกต้นไม้สักต้นหรือไม่

ส่วนความมั่นคงนั้นปัญหาความไม่สงบชายแดนใต้น่าจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เจ้ากระทรวงที่เกี่ยวข้องอย่างกลาโหมและมหาดไทยอยู่กับ 3 ป.ตามเดิม น่าเสียดายกับโอกาสที่ไทยกลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตยจะได้ไปหารือทางแก้ปัญหากับผู้อำนวยความสะดวกมาเลเซียได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ควบกลาโหมจะจัดสรรเวลาอย่างไรให้ลงตัว

เชื่อว่ารัฐบาลร้อยพ่อพันแม่จะอยู่ได้นาน ส.ส.ในสภาและรมต.จะไม่อยากยุบสภาเร็ว ประชาชนจะน้ำตาเช็ดหัวเข่าจากการรบริหารหลังจากนี้

สุเชาวน์ มีหนองหว้า

อดีตอจ.คณะมนุษยศาสตร์ฯ มรภ.อุบลฯ

มองภาพถ้าเต็ม 100 คะแนน คงได้ไม่เกิน 60 เพราะเกือบครึ่งครม.เป็นรัฐมนตรีที่ยังไม่คุ้นหน้า ไม่เคยเห็นผลงานอื่นเป็นที่ประจักษ์ และการจัดครม.ครั้งนี้เป็นการประนีประนอมต่อรองผลประโยชน์มากกว่า เห็นได้จากใช้เวลาตั้งรัฐบาลนานกว่าจะลงตัว มีข่าวขัดแย้งต่อรองโควตารัฐมนตรีเป็นระยะ ในทางจิตวิทยาอาจไม่ได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน

ส่วนกระทรวงที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจซึ่งมีหน้าเก่าเข้ามาบริหาร เช่น คลัง พลังงาน จะสร้างความเชื่อมั่นและเห็นความเปลี่ยนแปลงหรือไม่นั้น นายกฯคงมองหาตัวเลือกอื่นนอกจากมือเศรษฐกิจเดิมไม่ได้เพราะไม่ใช่กลุ่มเดียวกัน และคนกลุ่มเดิมบริหารงานหลายปีน่าจะทราบว่าเรื่องเร่งด่วนคือปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง แต่จะทำได้หรือไม่ต้องรอดูเนื่องจากเป็นรัฐบาลผสมจึงต้องพูดคุยเพื่อประสาน นโยบาย ต้องช่วยกันแก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นลำดับแรก

แม้จะขับเคลื่อนลำบากและเชื่องช้าเพราะปัญหาสะสมมานาน นโยบายก็มาจากหลายพรรค รวมถึงมีการตรวจสอบจากฝ่ายค้าน แต่หากแก้ปัญหาพื้นฐานเกี่ยวกับเกษตร ทั้งราคาข้าว ยางพารา ปาล์ม มันสำปะหลัง ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมานานได้ก็จะกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก วันนี้ประชาชนอยากเห็นการประกันราคาผลผลิต ราคาข้าว ราคายาง ให้เห็นทางออก

กระทรวงเกษตรฯที่พลังประชารัฐส่งร.อ.ธรรม นัส พรหมเผ่า มาเป็นรมช. เพราะเป็นกระทรวงที่ประชาชนให้ความสนใจ ซึ่งจะมีผลต่อคะแนนเสียงของรัฐบาล และคงจะติดตามตรวจสอบการทำงานของพรรคอื่นเพื่อคานอำนาจซึ่งกันและกัน เวลานี้มีการพูดเรื่องกัญชาเสรีหากปล่อยให้พรรคร่วมเข้าไปทำทันทีพรรคแกนนำหลักจะไม่มีผลงาน

กระทรวงการต่างประเทศที่มอบให้นายดอน ปรมัตถ์วินัย ทำหน้าที่ต่อคงเพื่อสานงานให้ต่อเนื่องโดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ไทยต้องทำหน้าที่ประธานอาเซียน และนายดอนมีความคุ้นเคยกับรัฐบาลเดิม รู้ทิศทางทำงานมาตลอด หากไปตั้งคนใหม่ก็ต้องเรียนรู้ใหม่และอาจทำให้งานไม่ต่อเนื่อง

ขณะที่กระทรวงแรงงานน่าเป็นห่วง เพราะรัฐมนตรียังไม่มีประสบการณ์เรื่องนี้ จึงต้องให้กำลังใจพร้อมกับติดตามการทำงาน

ถ้ารัฐบาลไม่รีบแก้ปัญหาให้ตรงจุด แก้ไขปัญหาเดิมๆ ที่สุมไว้ให้ประชาชนเห็นเป็นรูปธรรมได้ภายใน 1 ปี การบริหารของรัฐบาลก็น่าเป็นห่วง

ธนพร ศรียากูล

นายกสมาคมรัฐศาสตร์แห่ง ม.เกษตรศาสตร์

หากเจาะรายกระทรวงพบว่าเกษตรกรเป็นกลุ่มคน ซึ่งได้รับการดูแลจากรัฐบาลนี้เป็นพิเศษ เพราะกระทรวงเกษตรฯมีรัฐมนตรีถึง 4 คน ล้วนเป็นแกนนำสำคัญของแต่ละพรรค แต่ความท้าทายคือทั้ง 4 พรรคจะทำได้จริงหรือไม่ เพราะมีนโยบายทางการเกษตรที่แตกต่างกันสิ้นเชิง

ประชาธิปัตย์เสนอการประกันรายได้ ภูมิใจไทยเสนอการแบ่งกำไรที่เป็นธรรม พลังประชารัฐเสนอการอุดหนุนปัจจัยการผลิต ชาติไทยพัฒนาเสนอการดึงราคาสินค้าเกษตร ความท้าทายคือข้าราชการประจำที่ต้องรับนโยบายไปปฏิบัติ และเป็นภาระอันยิ่งใหญ่ของนายกฯถ้ามีไม่ผลงานปรากฏภายใน 1-2 เดือน เชื่อว่าจะมีปัญหาทางการเมืองแน่นอน

ราคาพืชผลที่ตกต่ำมากรัฐมนตรีจาก 4 พรรคก็มีนโนบายต่างกัน ยังไม่เห็นว่าจะขับเคลื่อนให้ราคาพืชผลดีขึ้นได้อย่างไร แม้จะมีเป้าหมายเดียวกันแต่วิธีต่างกันผลลัพธ์ย่อมไม่เท่ากัน ส่วนตัวเชื่อว่าจะเป็นกระทรวงที่เป็นปัญหามากที่สุดในรัฐบาลชุดนี้ เพราะนโยบายไม่เป็นเอกภาพ และต้องแข่งขันทางการมืองด้วย

เวทีประชุมครม.เบื้องหลังต้องมีการต่อรองทุกสัปดาห์ เรื่องไหนยังต่อรองไม่ได้ก็ยังไม่ผลักดัน หลายนโยบายอาจทำไม่ได้ แต่ถ้านายกฯทุบโต๊ะอาจเกิดความไม่พอใจกันเอง เลือกที่รักมักที่ชัง อาจเกิดการแตกร้าวกันในพรรคร่วม

ด้านเศรษฐกิจไม่อาจคาดหวังผลงานจากรัฐบาลชุดนี้ได้เลย เพราะตอนนี้มีรองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจมีอยู่แล้วคือ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อีกคนคือนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ที่ดูแลกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ รวมถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล ดูแลกระทรวงคมนาคม กับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

งานด้านเศรษฐกิจรัฐบาลนี้ถ้าจะไปได้ดีคือ ต้องสวดมนต์ภาวนาเพราะเชิงโครงสร้างต่อให้รองนายกฯทั้ง 3 คน เป็นคนดีแค่ไหนก็ตามแต่ไม่สามารถขับเคลื่อนนโยบายให้เป็นเอกภาพได้เพราะทั้ง 3 คนมาจาก 3 พรรคต้องแข่งกัน

ส่วน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ สนับสนุนให้ดูเรื่องที่ดินส.ป.ก.เพราะเป็นนโยบายของพลังประชารัฐ รวมถึงการต้านการทำประมงผิดกฎหมายพลังประชารัฐเป็นพรรคเดียวที่ช่วงหาเสียง บอกว่าจะไม่รื้อพ.ร.ก.ประมง และเป็นพรรคเดียวที่ไม่มีกลุ่มทุนประมงเป็นนายทุน และกรมการข้าว ซึ่งฐานเสียงชาวนาเป็นเป้าหมายของพลังประชารัฐ และบุคคลิกใจถึงพึ่งได้พรรคอาจคิดว่านี่เป็นไม้เด็ดสร้างผลงาน

กระทรวงแรงงานที่มี ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล เจ้ากระทรวง เป็นผู้ใหญ่ที่มีเกียรติยศและตำแหน่งหน้าที่ราชการ ด้วยกรอบวิธีคิดชนชั้นสูง ทฤษฎีผู้ใช้แรงงานถือว่าเป็นคนละกลุ่ม จะเข้าใจปัญหาของคนหาเช้ากินค่ำแค่ไหน น่าเป็นห่วงที่สุดว่าอาจมองไม่เห็นความเดือดร้อนของคนรากหญ้า

กระทรวงการต่างประเทศที่ยังเป็นนายดอน ปรมัตถ์วินัย นายกฯคงอยากให้การทำหน้าที่ประธานอาเซียนของไทย เป็นไปอย่างต่อเนื่อง จึงมีแค่เหตุผลเดียวคือไม่อยากเปลี่ยนม้ากลางศึก

ยุทธพร อิสรชัย

คณะรัฐศาสตร์ มสธ.

ครม.ชุดใหม่สิ่งที่เราสะท้อนได้มี 5 ประเด็น 1. การปรับเปลี่ยนรูปโฉมของคสช. มีการประนีประนอมกับกลุ่มการเมืองหรือนักการเมืองมากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่ากระทรวงที่เกี่ยวข้องด้านความมั่นคงล้วนแต่เป็นโควตาคนนอก โดยเป็นคนของคสช. เช่น รมว.กลาโหม นายกฯนั่งเอง รมช.กลาโหมก็คนใกล้ชิดนายกฯ รมว.มหาดไทยสายตรงคสช. รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงก็ยังเป็นของคสช.อยู่ สะท้อนการกำกับความมั่นคงในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางการเมืองที่คสช.ต้องการปรับเปลี่ยนรูปโฉมของตัวเอง

2.บทบาทของตระกูลทางการเมือง หรือกลุ่มอำนาจการเมืองในท้องถิ่น ยังคงมีบทบาทสำคัญในการเมืองไทย โดยจะเห็นว่าการเมืองในท้องถิ่นนั้นยังมีส่วนสำคัญในการกำหนดตัวรัฐมนตรี เช่น พี่ไม่สามารถดำรงตำแหน่งได้ก็ให้น้องหรือให้ลูก สะท้อนสัมพันธ์การเมืองท้องถิ่นกับการเมืองระดับชาติ

3.เรื่องโควตารัฐมนตรียังมีความสำคัญอย่างยิ่ง ภาวะดังกล่าวนำไปสู่การวางคนผิดในงานที่ผิด ทั้งที่การบริหารงานทั่วไปต้องวางคนให้ถูกกับงาน ทำให้เกิดการวิจารณ์มากมายทั้งในเรื่องของความรู้ความสามารถ ประวัติภูมิหลังและความเชี่ยวชาญ ภาวะตรงนี้ก็เกิดขึ้นมาจากโควตารัฐมนตรีซึ่งเป็นผลมาจากกติการัฐธรรมนูญ

4. บทบาทของกลุ่มทุนยังมีอยู่

5. การคำนึงถึงฐานคะแนนเสียงซึ่งกลายเป็นสิ่งสำคัญในการตัดสินใจวางตัวบุคคล เช่น กระทรวงเกษตรฯมี 4 พรรคหลักอยู่ครบ เพราะถูกมองว่าตรงนี้คือการสร้างฐานที่สำคัญเพราะมีจำนวนคนที่อยู่ในภาค การเกษตรเป็นจำนวนมาก สะท้อนการคำนึงถึงฐานเสียงกลายเป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่าการคำนึงถึงผลที่จะได้ หรือประสิทธิภาพในการทำงาน

เรื่องราคาพืชผลการเกษตรจะดีขึ้นหรือไม่ นั้นมาจากหลายส่วน เช่น นโยบายของพรรคการเมือง การทำงานของรัฐมนตรี รวมถึงระบบราชการขับเคลื่อน และยังมีบริบทหรือปัจจัยภายนอกอีกด้วย เช่น ราคาพืชผลตลาดโลก สถานการณ์เศรษฐกิจภาพรวม จึงไม่ง่ายที่เมื่อมีรัฐมนตรีแล้วจะเป็นวีรบุรุษขี่ม้าขาวมาแก้ราคาพืชผลได้ในฉับพลัน

กระทรวงแรงงานที่ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ไปนั่ง ค่อนข้างน่ากังวลเหมือนกันเพราะที่ผ่านมามีข้อวิจารณ์ในสมัยอยู่แบงก์ชาติเกิดขึ้นอยู่พอสมควร เป็นบทพิสูจน์ว่าจะทำงานได้ในทิศทางที่ไม่เป็นไปตามข้อวิพากษ์วิจารณ์หรือไม่

บทความก่อนหน้านี้อายิโนะโมะโต๊ะ เปิดตัวหนังโฆษณาชุดใหม่ ดึง “รถเมล์ คะนึงนิจ” เป็นพรีเซนเตอร์คนแรก
บทความถัดไปกรมการค้าภายในออกตรวจเข้มการจำหน่ายชุดสังฆทาน ช่วงก่อนวันอาสาฬบูชาและเข้าพรรษา มุ่งสร้างความเป็นธรรมให้ผู้บริโภค