‘หญิงหน่อย’ ลั่นนายกฯ จาก ปชต. ต้องไม่กลัวอภิปราย ชี้อยากเห็นชายชาติทหารยืนตอบคำถาม

‘หญิงหน่อย’ ลั่นนายกฯ จาก ปชต. ต้องไม่กลัวอภิปราย
ชี้อยากเห็นชายชาติทหารยืนตอบคำถาม

จากกรณีพรรคพลังประชารัฐเปิดเผยว่าจะมีการจัดทัพ ส.ส.ของพรรคและพรรคร่วมรัฐบาล เพื่ออภิปรายในสภา และรับมือการอภิปรายเรื่องคุณสมบัติรัฐมนตรีของฝ่ายค้าน นั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ก.ค. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าวว่า #นายกจากประชาธิปไตยต้องไม่กลัวการอภิปราย อาการกลัวเป็นเอามาก ตั้งแต่ออกมาประกาศว่าฝ่ายค้านไม่ควรอภิปรายคุณสมบัตินายก ไปจนถึง ฟอร์มทีม องครักษ์พิทักษ์นายกฯ ไว้ถึง 60 คน คำถามก็คือ ถ้าไม่ด่างพร้อย จะกลัวอะไรกันหนักหนา ?

วันก่อน ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติรับคำร้องวินิจฉัย คุณสมบัตินายกรัฐมนตรี ว่าสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ปมเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ ตลกร้ายสำหรับคนไทย ที่มีนายกฯที่ไม่สามารถบอกสถานะตัวเองได้ เวลาได้ประโยชน์ก็บอกว่า ตัวเองเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เวลาเสียประโยชน์ ก็บอกว่า ตัวเองไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ อย่างเรื่องเหมืองทองอัครา ที่บอกว่าดิ้นกันใหญ่ ก็เพราะมีองครักษ์พิทักษ์นายกบางคนบอกว่า เมื่อศาลมีมติรับวินิจฉัยในเรื่องนี้แล้ว 7 พรรคฝ่ายค้านก็ไม่ควรถือเอาประเด็นนี้ เป็นเรื่องถกเถียงในวันแถลงนโยบายรัฐบาล

ดิฉันขอยืนยันว่าฝ่ายค้านอภิปรายคุณสมบัตินายกฯ และรมต. ได้ และจะอภิปรายด้วย องค์รักษ์พิทักษ์นายกฯ ทั้งหลาย เตรียมตัวได้เลยค่ะ ทำไมคุณสมบัตินายกฯ และรัฐมนตรีจึงมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่านโยบายที่จะแถลงต่อสภา เพราะวันนี้ประชาชนทั้งประเทศเปรียบเหมือนผู้โดยสาร นั่งอยู่บนรถบัสคันหนึ่ง สิ่งที่เราคาดหวังก็คือ คนขับรถให้กับเราต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย มีความสามารถเพียงพอ ที่จะนำพาประชาชนหรือผู้โดยสารทั้งคันรถไปสู่เป้าหมายได้โดยสวัสดิภาพ และอยู่รอดปลอดภัย

ในแง่นี้ คุณสมบัติของคนขับรถจึงสำคัญ!! เพราะความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้โดยสารทั้งคันรถ ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติและคุณภาพของคนขับรถ ไม่ใช่อยู่ๆ ก็เอาปืนมาขู่คนขับที่มาตามกฎหมายให้ลงจากรถ และไปเอาคนขับซาเล้ง ที่ไม่มีใบอนุญาตขึ้นมาขับรถบัสแทน และถ้านายกรัฐมนตรี รวมถึงคณะรัฐมนตรีใหม่ทั้งคณะ ไม่มีคุณสมบัติด่างพร้อย และมีคุณสมบัติไม่ขัดต่อกฎหมาย ไม่ต้องกลัวการอภิปราย และไม่จำเป็นต้องมีองครักษ์พิทักษ์นายกฯ ใดใด แต่บางคนอาจจะชินกับการทำเรื่องผิดกฎหมาย ให้ถูกกฎหมาย ด้วยการตีความกฎหมายแบบศรีธนญชัย

ดิฉันอยากเห็นชายชาติทหารยืนตอบคำถามของ 7 พรรคฝ่ายค้านอย่างองอาจด้วยตัวเอง ไม่ใช่รอคอยการช่วยเหลือจากบรรดาลิ่วล้อ องครักษ์พิทักษ์นายกฯ ที่ตระเตรียมไว้หลายสิบคน เพราะถ้าไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย ก็ไม่มีอะไรต้องกลัว!!

บทความก่อนหน้านี้ဟောင်ကောင်မှာ အုပ်စုဖွဲ့ တိုက်ခိုက်မှုကြောင့် ပြည်သူတွေ အကြီးအကျယ် ထိတ်လန့် တုန်လှုပ်
บทความถัดไปแต้ว เบรก ต้น ให้แก๊งเฟอร์บี้  แซงคิว ยันไม่เป็นรายต่อไป