เลขาฯชวนโต้ฝ่ายค้าน ยันวินิจฉัยองค์ประชุมชัดเจน-ดักคออย่าตีรวนวันแถลงนโยบาย

เมื่อวันที่ 24 ก.ค.หลังจากนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม สั่งปิดประชุมสภาเมื่อช่วงเย็นวันนี้ จากนั้นฝ่ายค้านวิจารณ์ว่าเป็นการปิดประชุมเพื่อหนีองค์ประชุมไม่ครบ ทั้งที่ญัตติที่ญัตติที่เสนอยังถูกอภิปรายในสภาไม่ครบ และเรียกร้องให้สร้างบรรทัดฐานเรื่องการนับองค์ประชุม เพราะความเห็นของนายสุชาติไม่ตรงกับ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฏร ที่เคยวินิจฉัยว่าแม้ว่าสมาชิกจะไม่ได้เซ็นชื่อเข้าประชุม แต่มานั่งในห้องประชุมก็ถือว่าเป็นองค์ประชุมสามารถลงมติได้

ต่อมา นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฏร แถลงว่า ตนได้รับมอบหมายจากนายชวน ให้มาชี้แจงเกี่ยวกับองค์ประชุมของสภาซึ่งตามข้อบังคับที่ 18 ระบุว่าก่อนเข้าประชุมทุกครั้งให้สมาชิกมาลงชื่อไม่น้อยยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกเท่าที่มีอยู่ทั้งหมดให้เป็นองค์ประชุม หรือหมายความว่าหากจะเปิดการประชุมได้สมาชิกต้องมาลงชื่อ แต่หากระหว่างการประชุมต้องลงมติหรือเช็กองค์ประชุมให้นับจำนวนสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมนั้น ซึ่งนายชวนวินิจฉัยถูกต้องแล้ว แต่วันนี้เกิดเหตุการณ์ผิดปกติของการประชุมสภา

“การประชุมสภาไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นการทำหน้าที่ของผู้แทนประชาชน เพราะไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนต่างก็ได้รับเงินเดือนและสิทธิเท่าเทียมกันทุกคนมีหน้าที่เข้าประชุมสภา เวลาเรียกร้องสิทธิ์ก็เรียกร้องสิทธิ์เท่ากัน รับเงินเดือนก็เท่ากัน จึงขอให้สื่อมวลชนช่วยตรวจสอบว่าการประชุมวันนี้ใครมาประชุมบ้าง ซึ่งก่อนปิดประชุมมีสมาชิกลงชื่อ 297 คน ถ้ามีใครไปลงชื่อหลังปิดประชุมแสดงว่ามีเจตนาแอบแฝง การทำหน้าที่ส.ส.ควรทำด้วยความซื่อสัตย์สุจริต อย่ามีวัตถุประสงค์ทางการเมืองมิเช่นนั้นสภาจะเดินไปยาก โดยเฉพาะในวันที่ 25 ก.ค.ที่จะมีวาระสำคัญคือแถลงนโยบายของรัฐบาล ดังนั้นขออย่าใช้การตีรวนในเรื่องระเบียบข้อบังคับเพราะมีความชัดเจนอยู่แล้ว”นายสมบูรณ์ กล่าว

ด้านนพ.สุกิจ อัตโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฏร กล่าวว่า การหารือในวันนี้ได้มีการตกลงกันทั้งสองฝ่ายว่าให้เหลือผู้หารือฝ่ายละ 20 คน แต่เมื่อส่งรายชื่อขึ้นมาก็ยังมีจำนวนเกิน คือฝ่ายละ 25 คน แต่ประธานที่ประชุมก็อนุโลมให้ ทั้งที่ตอนแรกประธานมีความตั้งใจว่าหลังจากหารือแล้วจะมีวาระการรับทราบรายงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) ญัตติเกี่ยวกับการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาโครงการถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และญัตติเรื่องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการดำเนินโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างนี้ทำให้การพิจารณาไม่จบ แต่ประธานที่ประชุมได้ให้เหตุผลผลว่าวันที่ 25 ก.ค. เป็นวันสำคัญที่รัฐบาลจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภา จึงอยากให้สมาชิกไปเตรียมตัว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน