“วิษณุ” ชี้เรื่องปกติ “ทักษิณ” ฟ้องใช้สิทธิ์ฟ้องหน่วยงานรัฐ ปมเรียกเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ป แจงมีอัยการแก้ต่างให้ ระบุ ถ้าแพ้ไม่มีผลทางวินัยเว้นแต่ละทิ้งคดี
เมื่อวันที่ 29 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่นายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศ และทีมทนายความนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่านายทักษิณ จะใช้สิทธิ์ฟ้องร้องเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องปฎิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีเรียกเก็บภาษี 1.7 หมื่นล้านบาท รัฐบาลจะดำเนินการช่วยเหลือกรมสรรพากรอย่างไร ว่า ไม่มีปัญหา และตามระเบียบปกติเมื่อเจ้าหน้าที่รัฐถูกฟ้อง พนักงานอัยการก็จะแก้ต่างให้
ที่ผ่านมา กรมสรรพากรเคยถูกฟ้องไม่รู้กี่เรื่อง มีแพ้และชนะบ้าง โดยมีเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือ ส่วนอื่นก็ไม่รู้ว่าจะให้ช่วยอะไรนอกจากเขาต้องการจะให้รัฐช่วยทำอะไรก็บอกมา เรื่องนี้สรรพากรไม่ได้มาปรึกษาเพราะเขาไม่ได้ตกใจ ที่ผ่านมาอธิบดีกรมสรรพากรเคยโดนฟ้องไม่รู้กี่ราย มิเช่นนั้นจะตั้งศาลภาษีอากร ซึ่งเป็นศาลที่ตั้งมาชำระคดีภาษีที่ราษฎรฟ้องเจ้าหน้าที่ขึ้นมาทำไมในประเทศไทย จึงเป็นเรื่องปกติที่ผู้ถูกเรียกภาษีอาจจะไม่พอใจและฟ้องร้อง
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเจ้าหน้าที่รัฐแพ้คดี จะดำเนินการอย่างไรต่อ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มีอะไร เจ้าหน้าที่ก็ทำไปตามหน้าที่เพราะพนักงานอัยการเขาจะแก้ต่างให้ และไม่มีผลทางวินัย ยกเว้นการแพ้คดีเกิดจากความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ ที่ไม่นำพยานเข้าสืบ ไม่ไปศาลในกำหนดนัด เรียกว่าละทิ้งคดี และมีบ่อยเวลาที่ฟ้องมาบางครั้งทำให้เกิดความรับผิดชอบของรัฐ เช่น ไปเรียกภาษีแล้วแพ้ก็ทำให้ไม่ได้ภาษี ถ้าทำไปอย่างสมเหตุสมผลตามข้อกฎหมายก็แล้วไป แต่ถ้าเกิดจากความบกพร่องอย่างที่กล่าวมาถือว่ารัฐสียประโยชน์
การไม่นำพยานเข้าสืบ หรือไม่ไปตามนัด แล้วศาลหรืออนุญาโตฯตัดสินให้แพ้คดีเพราะสละสิทธิ์ถือว่าเป็นความบกพร่องก็ต้องดำเนินคดีทั้งอาญาและวินัย เหมือนกับตำรวจจับส่งผู้ต้องหาฟ้อง ถ้าศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกายกฟ้อง ไม่มีเหตุผลต้องไปย้อนถามกลับว่าตำรวจกับทหารมีความผิดอะไรหรือไม่ ถ้าไล่ถามว่าศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ลงโทษ แต่ศาลฎีกายกฟ้อง จะต้องเล่นงานศาลชั้นต้นหรือไม่ ไปพูดอย่างนั้นไม่ได้และในวงการกฎหมายไม่พูดกัน เว้นแต่จะพบว่ามีเจตนาร้าย ไม่สุจริต กลั่นแกล้ง รับสินบนหรือทำให้คดีเสียและศาลเคยโดนลงโทษเยอะเหมือนกัน
เมื่อถามว่า หลายคนมองว่าการกระทำดังกล่าวจะกระทบกับการปรองดองหรือไม่ รองนายกฯกล่าวว่า ไม่ คนที่คิดว่าเรื่องนั้นปนกับเรื่องนั้นเรื่องนี้ ถูกบ้างจริงบ้างก็มี แต่รัฐตั้งใจว่าเรื่องนี้ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการปกติ ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาที่ดูว่ารัฐดูนิ่ง ทั้งสื่อและประชาชนก็คิดว่าไปซูเอี๋ยะกัน คิดว่ารัฐละเลยเพิกเฉยไม่เรียกรายได้ แต่เมื่อรัฐไปดำเนินการบอกว่ากลั่นแกล้ง ลำเอียง เลือกปฎิบัติ ทุกเรื่องสามารถมองได้สองด้าน เมื่อใครทำอะไรด้านหนึ่งก็จะมีคนมองอีกด้านหนึ่งได้ ก็ขอให้เข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติ ทางที่ดีคือเรื่องไปที่ศาลตัดสิน