“กลุ่มพีมูฟ” กลับภูมิลำเนาแล้ว หลังรัฐรับข้อเสนอแก้ปัญหายากจน-ที่ดินทำกิน

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(ขปส.) หรือพีมูฟ ประกาศแถลงการณ์เพื่อเรียกร้องรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ดำเนินการเร่งรัดแก้ปัญหา และเปิดประชุมกรรมการแก้ปัญหาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) ที่นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งขึ้นเพื่อแก้ปัญหาความยากจนและคืนความสุขให้ประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรม จึงขอเสนอให้รัฐบาลแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมคือ เร่งเดินหน้าประกาศพ.ร.บ.ที่ดินให้ตอบโจทก์การแก้ปัญหาไร้ที่ดินที่ทำกินและที่อยู่อาศัยอย่างทั่วถึงเป็นธรรม ตามนโยบายที่ดินแปลงรวมในรูปแบบโฉนดชุมชน ให้สามารถดำเนินการส่งมอบพื้นที่อย่างเร่งด่วน และขอให้รัฐบาลยุติการกระทำใดๆที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตปกติของชุมชนสมาชิกขปส.

อาทิ ปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าให้ยุติการดำเนินคดีไว้ก่อน เพื่อให้คณะกรรมการหาข้อสรุปในการแก้ปัญหาจนได้ข้อยุติก่อน ขอให้รัฐบาลชะลอนโยบายที่ส่งผลกระทบชุมชนจนกว่าจะมีมาตรการแก้ไขเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษจ.ตาก รถไฟรางคู่ สุราษฎร์-หาดใหญ่

อย่างไรก็ตาม ขอให้นายกรัฐมนตรีสั่งการเอาผิดกับการกระทำของตำรวจจังหวัดตรัง ที่กระทำการหักหาญน้ำใจคนจนอย่างที่สุด และสร้างมาตรการป้องกันการกระทำไม่ให้เกิดขึ้นอีกในสังคมไทย เนื่องจากเมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมาแกนนำพีมูฟถูกตำรวจจังหวัดตรังใส่ร้ายสร้างความผิด เพื่อขวางไม่ให้สามารถเดินทางมาร่วมชุมนุมในครั้งนี้ ถือเป็นการล้ำเส้น ขาดคุณธรรม จริยธรรมของความเป็นข้าราชการอย่างร้ายแรง ส่อว่าจะเป็นตัวอย่างให้เกิดกรณีอื่นๆในพื้นที่อื่นๆ

ต่อมาเวลา 16.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมหารือเพื่อติดตามการแก้ไขปัญหา และเตรียมความพร้อมในการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือพีมูฟ และคณะกรรมการอำนวยการเพื่อแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล ว่า การประชุมครั้งแรกเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีปัญหาอะไร

ซึ่งข้อเสนอที่เสนอมานั้นก็รับมาและมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตร กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กอ.รมน. กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม และอนุกรรมการในคณะกรรมการแก้ไขปัญหาขปส.ทั้ง 8 คณะ ไปพิจารณา แล้วจึงให้นำกลับมาเข้าคณะกรรมการชุดใหญ่อีกครั้งประมาณปลายเดือนพฤษภาคม ขณะที่กรณีปัญหาเขื่อนปากมูลนั้นที่บางปัญหาเป็นปัญหาที่ภาคประชาชนบุกรุกพื้นที่ป่า ซึ่งต้องหาทางว่าทำอย่างไรไม่ให้ประชาชนรุกล้ำเข้าไป ไม่เช่นนั้นก็แก้ปัญหากันไม่จบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการหารือนานกว่า 3 ชั่วโมง ผลออกมาเป็นที่พอใจของทั้งสองฝ่าย และได้ข้อสรุปร่วมกัน ทำให้ภายหลังการประชุมกลุ่มพีมูฟ จึงได้เดินทางกลับภูมิลำเนาในทันที

บทความก่อนหน้านี้“กมลวรรณ” เข้ารอบเทนนิสสิงห์บางกอกโอเพ่น
บทความถัดไป“ธนูพาราไทย” สุดแกร่ง แผลงศรพาเหรดเข้าชิงเพียบ – “วาสนา” สุดแม่นเชือดมาเลย์ ลิ่วชิงบุคคลศึกธนู เวิลด์ แรงกิ้ง