‘บิ๊กตู่’ฝ่ามรสุม พายุดาบฝ่ายค้าน

บิ๊กตู่

‘บิ๊กตู่’ฝ่ามรสุม พายุดาบฝ่ายค้าน

ยืดเยื้อมานาน 3 สัปดาห์ หลังนาย ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เปิดประเด็นทักท้วงกลางที่ประชุมรัฐสภาในการแถลงนโยบายรัฐบาล

กรณีถวายสัตย์ปฏิญาณ พัฒนามาถึงจุดที่ส.ส.ฝ่ายค้าน 214 คน เข้าชื่อยื่นต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญ

กรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม นำครม.เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ไม่ครบถ้วนตามมาตรา 161 ของรัฐธรรมนูญ

โดยฝ่ายค้านระบุว่า ถือเป็นการจงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ อันเป็นแบบแผนและขั้นตอนอันเป็นสาระสำคัญ เป็นการกระทำต่อหน้าองค์พระมหากษัตริย์ผู้ใช้อำนาจแทนปวงชนชาวไทยผ่านทางรัฐสภา ครม. และศาล

กรณีดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงที่ประจักษ์ ชัดต่อประชาชนทั่วไปและพล.อ.ประยุทธ์ ก็ยอมรับแต่ยังไม่ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง

กลับเดินหน้าบริหารราชการแผ่นดิน จึงเกิดเป็นปัญหาเกี่ยวกับการเข้ารับหน้าที่ ส่งผลต่อเนื่องไปถึงความถูกต้องสมบูรณ์ของการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 25-26 ก.ค.ที่ผ่านมา

อีกทั้งการแถลงนโยบายในครั้งนั้น ก็ชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ในการดำเนินนโยบายไม่ละเอียดครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 จึงขอเสนอเปิดอภิปรายทั่วไป เพราะหากปล่อยเนิ่นช้าไปอาจส่งผลกระทบเสียหายร้ายแรงต่อการบริหารราชการแผ่นดินได้

นั่นเป็นเหตุผลของฝ่ายค้าน ขณะที่ประธานสภาระบุถึงขั้นตอนต่อจากนี้จะต้องตรวจสอบความถูกต้องของญัตติ หากไม่มีอะไรต้องแก้ไขจะแจ้งให้ผู้เสนอญัตติทราบใน 7 วัน ก่อนนำ บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระเป็นเรื่องด่วนและแจ้งให้ครม.ทราบ

คาดว่าจะเปิดอภิปรายตามญัตตินี้ได้ภายในเดือนส.ค.

การยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายครั้งนี้ ถือเป็น “ดาบสอง” หลังจาก “ดาบแรก” คือการยื่นกระทู้ถามในสภา 2 สัปดาห์ติดต่อกันไม่ได้รับการสนองตอบจากพล.อ.ประยุทธ์

ครั้งแรก เนื่องจากติดภารกิจตรวจราชการพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่สอง ต้องไปร่วมกิจกรรมเตะฟุตบอลและชักเย่อกับเด็กผู้พิการทางสายตา

พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงว่า การไม่ไปตอบกระทู้ไม่ใช่ไม่ให้เกียรติสภา แต่เรื่องได้เข้าสู่กระบวนการของผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว จึงต้องปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนและกระบวนการตามกฎหมาย

ที่รัฐบาลต้องปฏิบัติต่อไป

เป็นข้อชี้แจงที่ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยนัก

มองว่าหากนายกฯ ไม่มีเจตนาหนีกระทู้อย่างที่สังคมครหา ก็แสดงว่าขาดความรู้ความเข้าใจในกลไกการตรวจสอบของรัฐสภาที่มาจากประชาชน

การอ้างว่ากรณีถวายสัตย์ ที่มีผู้ยื่นร้องและเรื่องเข้าสู่กระบวนการของผู้ตรวจการแผ่นดินแล้วจึงไม่จำเป็นต้องมาชี้แจงสภา ถือเป็นเรื่องเข้าใจผิดอย่างมาก

การตั้งกระทู้ถามคือ คำถามที่ส.ส.ถามต่อนายกฯ หรือรัฐมนตรี เพื่อให้ตอบในประเด็นการบริหารงานของรัฐบาล หรือเรื่องสำคัญใดๆ ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน หรือกระทบประโยชน์ของประเทศ ประชาชนหรือเป็นเรื่องเร่งด่วน

ในกรณีถวายสัตย์ เนื่องจากฝ่ายค้านและสังคมทั่วไป เคลือบแคลงกังขาว่า นายกฯได้กระทำการบกพร่องผิดพลาด และอาจผิดกฎหมาย ส่งผลให้การดำรงอยู่ของ ครม.สุ่มเสี่ยง เป็นโมฆะหรือไม่ เป็นเรื่องที่ผู้รับผิดชอบเกี่ยวข้องโดยตรงคือนายกฯ ต้องรีบชี้แจงต่อสภาอย่างเร่งด่วน ไม่ใช่ปล่อยปละละเลย

เรื่องนี้นายชวน หลีกภัย เห็นตรงกับฝ่ายค้านว่า พล.อ.ประยุทธ์ควรต้องมาตอบกระทู้ด้วยตัวเอง หากไม่มาเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องยังไม่ควรเปิดเผยเพราะกระทบต่อความมั่นคง ก็ต้องแจ้งเหตุผลมายังสภา ตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 150 กำหนด แต่ที่ผ่านมานายกฯ ไม่ได้แจ้งเหตุผลต่อสภาแต่อย่างใด

เมื่อเป็นที่ประจักษ์แจ้งว่า พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งใจจะไม่มาตอบกระทู้สด จึงเป็นที่มาของกระบวนการตามมาตรา 152 ทั้งในกรณีถวายสัตย์ และการแถลงนโยบายที่ไม่ระบุแหล่งที่มารายได้ ฝ่ายค้านตั้งเป้าอภิปราย 2 วัน ไม่เกิน 3 วัน

ประเด็นของฝ่ายค้านก็คือ กรณีการถวายสัตย์นั้น พล.อ.ประยุทธ์ยอมรับแล้วว่ากระทำผิดพลาดจริง จึงได้กล่าวขอโทษต่อครม. และประกาศขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว

ฝ่ายค้านยืนยันไม่มีเจตนานำเรื่องนี้มาล้มรัฐบาล แต่ทุกฝ่ายต้องมั่นใจว่ารัฐบาลจะเดินหน้าต่ออย่างถูกต้อง เนื่องจากการถวายสัตย์ไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ ส่งผลถึงสถานภาพรัฐบาล การบริหารราชการแผ่นดิน รวมถึงร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ที่รัฐบาลอนุมัติเสนอเข้าสภาพิจารณา

นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้านกล่าวเปิดโอกาสว่า ก่อนสภาจะเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ช่วงไม่เกิน เดือนส.ค.ตามที่ประธานสภาระบุ หากพล.อ.ประยุทธ์ แก้ไขกรณีดังกล่าวให้ลุล่วงและทุกฝ่ายคลายกังวล ฝ่ายค้านก็พร้อมถอนญัตติ

แต่หากนายกฯ ไม่ดำเนินการแก้ไข และหลีกเลี่ยงชี้แจงต่อสภา ตามญัตติดังกล่าว หรือมอบหมายให้บุคคลอื่นมาชี้แจงแทน หรือใช้กระบวนการผู้ตรวจการแผ่นดินมาเป็นข้ออ้าง จะถือว่าจงใจเลี่ยงการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ

เมื่อถึงตอนนั้น ฝ่ายค้านอาจพิจารณาช่องทางเอาผิดพล.อ.ประยุทธ์ ทั้งกระบวนการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ และการยื่นเรื่องต่อป.ป.ช. กรณีกระทำสิ่ง ขัดต่อมาตรฐานจริยธรรม หรือช่องทางของสภาผู้แทนราษฎร ด้วยการ

ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นลำดับต่อไป

หากดูจากการที่ส.ส.รัฐบาลแพ้โหวตในสภาให้กับฝ่ายค้าน 2 ครั้งในรอบ 2 สัปดาห์ ถึงจะเป็นเรื่องการพิจารณาข้อบังคับการประชุมสภา

แต่ก็ถือเป็นสัญญาณอันตรายสำหรับรัฐบาลโดยแท้

หลังจากพล.อ.ประยุทธ์ ประกาศวาจา “ขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว” เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ต่อหน้าคณะรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูงหน่วยงานต่างๆ จำนวนกว่า 800 คน

ทำให้เกิดความคาดหวังว่าเมื่อผ่านพ้นช่วงหยุดยาว 3 วันเนื่องในวันแม่ ปัญหาเรื่องนี้จะคลี่คลาย

โดยการทำเรื่องขอพระราชทานอภัยโทษ และเข้าถวายสัตย์ใหม่เพิ่มเติมให้ครบถ้วนถ้อยคำ ตามที่ฝ่ายค้าน นักวิชาการด้านกฎหมายและรัฐศาสตร์ เสนอแนะตรงกันว่าน่าจะเป็นทางออก ดีที่สุดของนายกฯและรัฐบาล

ปรากฏว่าหยุดยาว 3 วันผ่านไปโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น

พล.อ.ประยุทธ์ ยังคงไม่ได้แสดงความรับผิดชอบใดๆ ให้ประชาชนเห็นเป็นที่ประจักษ์ ไม่ยอมไปตอบกระทู้ฝ่ายค้าน อ้างว่าต้องรอผลพิจารณาของผู้ตรวจการแผ่นดิน

“ผมยืนยันว่าผมทำทุกอย่างถูกต้องทุกประการ เราไม่อาจไปก้าวล่วงใดๆ ได้ทั้งสิ้น เพราะถือว่าเป็นการกระทำ ของนายกรัฐมนตรีกับทั้งครม.ตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้น อย่ากังวลไม่ต้องห่วง” คือคำยืนยันล่าสุดของพล.อ.ประยุทธ์ เมื่อบ่ายวันศุกร์ที่ผ่านมา

สำหรับความคืบหน้าด้านผู้ตรวจการแผ่นดิน หลังรับพิจารณาคำร้องนายศรีสุวรรณ จรรยา ที่ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองวินิจฉัยกรณีพล.อ.ประยุทธ์กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบ เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินเปิดเผยเมื่อวันที่ 15 ส.ค.ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการหาข้อเท็จจริงและสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ถูกร้องคือนายกฯ ให้ชี้แจงภายใน 15 วัน

เมื่อได้ข้อเท็จจริงครบถ้วนจะนำมาพิจารณาในการประชุมผู้ตรวจฯ ครั้งต่อไปวันที่ 27 ส.ค. ว่าจะส่งเรื่องต่อไปยังศาลปกครองหรือศาลรัฐธรรมนูญ

หากดูปฏิทินของสภา ตามที่นายชวน หลีกภัย เตรียมบรรจุญัตติขอเปิดอภิปรายของพรรคฝ่ายค้านเป็นวาระด่วน ประกอบปฏิทินในส่วนของผู้ตรวจการแผ่นดินที่นัดวันเคาะเรื่องนี้ ก็จะเห็นถึงบรรยากาศการเมืองช่วงปลายเดือนส.ค. ร้อนแรงแน่นอน

เป็นช่วงเวลาที่ฝ่ายค้านจะได้ข้อสรุปว่าต้องงัดไม้ตายญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งถือเป็น “ดาบสาม” ขึ้นมาฟาดฟันพล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่

บทความก่อนหน้านี้‘เหรียญหลวงพ่อแช่มวัดดอนยายหอม’ของดีหายาก – วงการพระสุดสัปดาห์
บทความถัดไปย่ำถิ่นหม้อห้อม แพร่ 8 อำเภอ : ข่าวสดหรรษา