‘หญิงหน่อย’ สอน ‘บิ๊กตู่’ อย่ากลัวสภาเหมือนเด็กเข้าบ้านผีสิง! ยันฝ่ายค้านไม่ได้จองล้างจองผลาญ ถวายสัตย์ไม่ครบ นายกฯจุดไฟเผาตัวเอง
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 17 ส.ค. ที่วัดสุวรรณารามราชวรวิหาร คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นญัตติขออภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติ ตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญ 2560 รวมถึงเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มาชี้แจงในสภาฯ ด้วยตัวเอง ว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่สิ่งต้องเรียกร้อง แต่เป็นหน้าที่ต้องทำ วันนี้สิ่งที่ต้องพูดคือ เหตุใดเราต้องพูดถึงการถวายสัตย์ฯ ไม่ครบถ้วน และการแถลงนโยบายไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า ในเมื่อรัฐธรรมนูญคือกฎหมายสูงสุดและเป็นรัฐธรรมนูญที่นายกฯ คนนี้ผลักดันและร่างขึ้นมาเอง เพื่ออำนวยให้กลับมาเป็นนายกฯ ได้อีกครั้ง แต่กลับไม่ปฏิบัติตามในสิ่งที่ตนเองร่างเองเขียนเอง ทั้งนี้ การทำผิดไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก จากการใช้รัฐธรรมนูญมา 2-3 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ ทำในสิ่งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหลายครั้ง แต่ในอดีตเป็นหัวหน้า คสช. มีมาตรา 44 ที่ใช้เว้นมาตราต่างๆ ของรัฐธรรมนูญ แต่วันนี้ได้เดินตามเส้นทางของประชาธิปไตย และไม่มีมาตรา 44 แต่ยังทำผิดรัฐธรรมนูญได้
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ควรทำในสิ่งที่ถูกต้อง ในรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดเจน การกระทำดังกล่าวเหมือนกลัดกระดุมเสื้อ ถ้าเม็ดแรกผิดเม็ดต่อไปก็ผิดหมด ซึ่งการเสนอครั้งนี้ให้เคลียร์ปัญหา เป็นความหวังดีของฝ่ายค้าน เพราะกลัวว่าการทำงานของรัฐบาลจะเป็นโมฆะ หากเกิดการฟ้องร้องขึ้นมา เช่น การอนุมัติงบประมาณ 5 หมื่นล้าน ไปช่วยเกษตรกร หากเกิดมีคนไม่เห็นด้วยและร้องเรียนว่าโครงการนี้ได้รับอนุมัติจาก ครม.ที่ไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า และหากในอนาคตศาลตัดสินว่าผิดรัฐธรรมนูญจริง เมื่อเงินแจกลงไปถึงพื้นที่แล้วจะไม่สามารถเอาคืนได้ ดังนั้น สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่พรรคฝ่ายค้านหวังดี เมื่อรู้ว่าตนเองทำผิดและสารภาพว่าทำผิด ก็ควรแก้ไขด้วยตนเอง แต่นี่ปล่อยเวลามาเป็นเดือนไม่ทำอะไรเลย แล้วจะบริหารงานต่อทั้งที่กระดุมเม็ดอื่นยังผิดอยู่ ซึ่งการแก้ไขจะเสียทั้งเงินเสียทั้งเวลา เสียโอกาสชาวบ้าน
“เราเปิดการอภิปรายทั่วไปไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายนายกฯ เพียงแต่คิดว่าเมื่อนายกฯ ไม่มีปัญญาแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง ก็เอาเข้าสภาฯ ให้ร่วมกันคิดร่วมกันแก้ นายกฯ คิดอย่างไร สภาฯมีความเห็นอย่างไรก็ปรึกษากันให้ถูกต้อง จะได้แก้ในสิ่งที่ผิดกฎหมายให้ถูกต้องตามกฎหมาย อย่าพยายามพูดว่าเหมือนจะจองล้างจองผลาญไม่จบ
ไม่มีใครอยากจองล้างจองผลาญ แต่สิ่งที่ทำเป็นไฟที่ตัวนายกฯ จุดขึ้นมาเองแล้วก็เผาไหม้ตัวเอง พรรคฝ่ายค้านก็เพียงแค่จะช่วยดับให้ จะได้มาช่วยทำงานให้กับประชาชน ยืนยันว่าเรื่องทั้งหมด พล.อ.ประยุทธ์ทำตัวเองทั้งนั้น ดังนั้น อย่ากลัวสภา นายกฯต้องไปทำความเข้าใจกับระบอบประชาธิปไตย และการทำงานในระบบรัฐสภาใหม่ นายกฯจะกลัวการเข้าสภาเหมือนเด็กกลัวเข้าบ้านผีสิงอย่างที่สื่อมวลชนเขียนไม่ได้” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว
ส่วนที่นายกฯ ย้ำว่าจำเป็นต้องรอคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวนี้มีระบบอยู่แล้ว ทางผู้ตรวจการแผ่นดินก็ทำไป ทางสภาฯ ก็ดำเนินการไป รัฐธรรมนูญที่นายกฯ คนนี้ผลักดันให้ออกมาเองก็มีมาตรา 152 ให้มีการปรึกษาหารือกัน เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น แล้วทำไมจึงไม่ใช้สภาฯ แก้ไขปัญหา นายกฯ มาจากวิถีประชาธิปไตยต้องไม่กลัวสภา