“ศรีสุวรรณ”ยื่นแล้ว ให้ป.ป.ช. สอบ“สิระ” ส.ส.โชว์พาว ยันขัดรธน. แม้ขอโทษก็ไม่ใช่สาระ

“ศรีสุวรรณ” ยื่นแล้ว ให้ ปปช. สอบ“สิระ” ส.ส.โชว์พาว

“ศรีสุวรรณ” ยื่นแล้ว ให้ป.ป.ช.สอบ “สิระ” ส.ส.โชว์พาว ยันขัดรธน. แม้ขอโทษก็ไม่ใช่สาระ

วันที่ 21 ส.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือถึงประธาน ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบ นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ปะทะคารมกับรองผู้กำกับ สภ.กระรน จ.ภูเก็ต

เนื่องจากเห็นว่าเป็นพฤติกรรมขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 185 และฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมอย่างร้ายแรง เพื่อส่งเรื่องให้ศาลฎีกาวินิจฉัยและลงโทษ หรือส่งสำนวนการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาลงโทษตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญมาตรา 235 หรือมาตราอื่นๆ ประกอบกับ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วย ป.ป.ช.

“การไปแสดงพฤติกรรมเหล่านี้สังคมรับไม่ได้ การที่ส.ส.ไปดำเนินการอย่างนี้เข้าข่ายความผิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 สามารถปลดออกจากตำแหน่ง ส.ส.หากผิดตามมาตรา 185” นายศรีสุวรรณ กล่าว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อน

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า อำนาจหน้าที่ตำรวจตามพ.ร.บ.ตำรวจ ไม่มีข้อความไหนบัญญัติให้มาทำหน้าที่อารักขาส.ส. แต่หากส.ส.คิดว่าการไปทำงานแล้วไม่ปลอดภัย ถูกขู่ฆ่าหรือเป็นพยานในคดีอาญา ก็สามารถขอความคุ้มครองได้ตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการกำหนดแนวทางปฏิบัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ.2548

แต่ถ้าคิดว่าไม่ปลอดภัย ต้องการตำรวจอารักขาก็ยังสามารถยื่นคำร้องต่อผู้บัญชาการตำรวจภาคต่างๆ หรือสันติบาล ขอกำลังตำรวจอารักขาได้

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การแสดงออกและหรือการกระทำของส.ส.ดังกล่าวที่เรียกร้องให้ตำรวจต้องมาดูแลอารักขารักษาความปลอดภัยนั้น ถูกสังคมไทยวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมอย่างมาก และส่อขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 185 และอาจเข้าข่ายการรับประโยชน์อื่นใดในประการที่อาจทำให้กระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที่ อาจเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์การดำรงตำแหน่ง ซึ่งเป็นข้อห้ามในมาตรฐานทางจริยธรรมโดยชัดแจ้ง

อย่างไรก็ตามแม้จะมีการขอโทษหรือปรับความเข้าใจกันแล้ว ทางป.ป.ช.ก็สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากถือว่าความผิดได้เกิดขึ้นแล้ว

การมาขอโทษหรือไม่ ไม่ใช่สาระสำคัญ ส่วนการขอโทษเป็นประเด็นการเมือง และพรรคพลังประชารัฐที่เป็นต้นสังกัดก็ต้องแสดงออก เพราะในข้อบังคับพรรคก็มีบทลงโทษกรณีสมาชิกหรือส.ส.พรรคฝ่าฝืนข้อบังคับพรรค เรื่องนี้เกิดความผิดชัดเจน เป็นข้อมูลข่าวที่เผยแพร่อยู่ในสื่อ ไม่สามารถใช้เหตุยกเว้นความผิดที่กระทำได้” นายศรีสุวรรณ กล่าว

____________________________________________________________________

บทความก่อนหน้านี้แห้วซ้ำซาก! “ลูกบุญทรง” อดตำแหน่งในรัฐบาล อ้าง เพราะ “กฎหมายไม่รองรับ”
บทความถัดไปFootNote:สปอตไลต์ฉายจับนักการเมือง ผ่านบทบาท สิระ เจนจาคะ