เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 4 เม.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ พล.ต.อ.วัชรพล ประสานราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. แถลงว่า การประกาศกำหนดตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐ ต้องยื่นแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน มีเจตนารมณ์เพื่อให้ระบบการทำงานของรัฐและข้าราชการ มีความโปร่งใส ประชาชนมีความเชื่อมั่นและศรัทธา และถือเป็นภารกิจสำคัญของป.ป.ช.ในการป้องปรามการทุจริต ซึ่งตำแหน่งที่ทางป.ป.ช.พิจารณาเพิ่ม เป็นเพียงการให้ยื่นไว้เป็นหลักฐานว่ามีทรัพย์สิน และหนี้สินอยู่จริงเท่านั้น ไม่ได้เอามาเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบ
ส่วนที่กฎหมายระบุให้เปิดเผยมีเพียงผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยที่การประกาศกำหนดตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐเพิ่มเติม มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.2560 ซึ่งบุคคลที่ต้องยื่นแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน จะมีเวลา 30 วัน แต่หากล่าช้าไปบ้าง ทางป.ป.ช.ก็ไม่ได้เคร่งครัด โดยเฉพาะผู้ที่กำหนดให้ยื่นใหม่ ป.ป.ช.ก็ให้ความรู้พร้อมกับแนะนำวิธีการแสดงบัญชีที่ถูกต้อง ซึ่งขณะนี้มีรองอธิการที่ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน จำนวน 564 คน จาก 84 มหาวิทยาลัย
เมื่อถามว่า รองอธิการบดีทั้ง 13 คน ที่ลาออก ต้องยื่นแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินย้อนหลังหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า กฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. ที่ผ่านมา ดังนั้น หากรองอธิการบดีทั้ง 13 คน ลาออกก่อนวันที่ 3 เม.ย.ก็ไม่ต้องยื่น แต่หากรองอธิการบดีคนไหน ลาออกวันที่ 4 เม.ย. ก็จะต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน
อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเข้าใจได้ถึงการลาออกของรองอธิการบดีทั้ง 13 คน เพราะส่วนใหญ่คนเป็นอาจารย์ จะไม่ชินต่อการแจ้งบัญชีทรัพย์สินต่างๆ และยังมองว่าทางป.ป.ช.ไปกำหนดกลางวาระของเขา แต่ทางเราก็ขอยืนยันว่า ตั้งแต่มีพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ทางป.ป.ช.ได้ประกาศกำหนดตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้มีหน้าที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน หลายครั้งตามห้วงระยะเวลาต่างๆเสมอ
ซึ่งป.ป.ช.ขอย้ำว่าเป็นการตรวจสอบแบบสร้างสรรค์ ไม่ได้ต้องการจับผิดใครหรือกลั่นแกล้งใคร และก่อนมีมติคณะ กรรมการป.ป.ช.ก็ได้ไตร่ตรองอย่างรอบคอบ ซึ่งตนไม่รู้สึกเป็นห่วงว่าจะมีรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยของรัฐอื่นๆลาออกอีก ทั้งนี้ ในอนาคตจะมีการพิจารณาอีกหลายส่วนราชการ โดยเฉพาะตำรวจ และข้าราชการอีกหลายตำแหน่ง
เมื่อถามว่า เครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ เรียกร้องให้ตรวจสอบรองอธิการบดี 13 คน ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่า คงต้องดูข้อกฎหมาย ต้องมีเหตุอันควรสงสัย และมีผู้กล่าวหา ป.ป.ช.จึงจะดำเนินการได้ ซึ่งเรื่องนี้เราต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะไปกระทบสิทธิของบุคคลอื่น
