นายกฯ ต้อนรับ ปธน.เกาหลีใต้ นำตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ เป็นเกียรติ ก่อนหารือทางการ ด้าน ปธน.เกาหลีใต้ ขอบคุณคนไทยต้อนรับอบอุ่น พร้อมมอบเหรียญสันติภาพตัวแทนทหารผ่านศึกเกาหลี ในความเสียสละช่วยเกาหลีในภาวะคับขัน
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 กันยายน ที่สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต้อนรับนาย มุน แช-อิน (H.E. Mr. Moon Jae –In) ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีและภริยา
ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล ซึ่งถือเป็นการเยือนไทยครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง โดยนายกรัฐมนตรีนำตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ จากนั้น ได้หารือข้อราชการกลุ่มเล็ก ก่อนหารือข้อราชการเต็มคณะ
เวลา 11.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนายมุน แช-อิน (H.E. Mr. Moon Jae-in) ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยและสาธารณรัฐเกาหลี จำนวน 6 ฉบับ ได้แก่
- 1. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติแห่งราชอาณาจักรไทยและกระทรวงสิ่งแวดล้อมแห่งสาธารณรัฐเกาหลี
- 2. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษาภาษาเกาหลีระหว่างกระทรวงศึกษาธิการแห่งราชอาณาจักรไทยและกระทรวงศึกษาธิการแห่งสาธารณรัฐเกาหลี
- 3. ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีว่าด้วยการคุ้มครองข่าวสารทางทหารที่มีชั้นความลับร่วมกัน
- 4. บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการค้า อุตสาหกรรมและพลังงานแห่งสาธารณรัฐเกาหลีและกระทรวงอุตสาหกรรมแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อจัดทำความร่วมมืออุตสาหกรรม 4.0
- 5. ความตกลงว่าด้วยการต่ออายุบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระบบรางระหว่างกระทรวงคมนาคมแห่งราชอาณาจักรไทยและกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน และการขนส่งแห่งสาธารณรัฐเกาหลี
- 6. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในสาขาการพัฒนาเมืองอัจฉริยะระหว่างกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคมของไทย และกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน และการขนส่งของสาธารณรัฐเกาหลี
จากนั้น ผู้นำทั้งสองร่วมกันแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในนามรัฐบาลและประชาชนชาวไทย ยินดีและเป็นเกียรติที่ได้ต้อนรับประธานาธิบดีมุน แช-อิน และภริยา นับเป็นการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของผู้นำเกาหลีใต้ในรอบ 7 ปี และเกิดขึ้นในปีที่ไทยเป็นประธานอาเซียน จึงเป็นนิมิตหมายอันดีสำหรับทั้งสองประเทศ ในการพัฒนาความสัมพันธ์เชิงหุ้นส่วนระหว่างกันให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรม และตอบสนองเป้าหมายและนโยบายของทั้งสองประเทศ รวมทั้งในการส่งเสริมเสถียรภาพและความมั่นคงของภูมิภาคโดยรวม
“การเยือนไทยครั้งนี้ ประธานาธิบดีเกาหลี นำคณะภาคเอกชนจากเกาหลีใต้จำนวนกว่า 200 คนมาเข้าร่วมงานสัมมนาทางธุรกิจไทย -เกาหลีใต้ ซึ่งประธานาธิบดีและผมจะร่วมกล่าวสุนทรพจน์ในงานช่วงบ่ายนี้”นายกรัฐมนตรี กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จากการหารือแบบเต็มคณะ ได้พูดถึงแนวทางการขยายความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับเกาหลีใต้ในระยะต่อไป โดยทั้งสองฝ่ายเห็นว่า ไทยและเกาหลีใต้ยังคงมีศักยภาพอีกมากในการพัฒนาความสัมพันธ์และร่วมมือที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน ด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายเห็นว่า ในสภาวะที่โลกกำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน
โดยเฉพาะจากผลกระทบของสงครามการค้า จึงควรมองหาโอกาสและเพิ่มการลงทุนระหว่างกันในภูมิภาคให้มากขึ้น ควบคู่ไปกับการผลักดันการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค หรือ RCEP ให้บรรลุข้อสรุปภายในปีนี้ ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายยังตกลงที่จะรื้อฟื้นการประชุมคณะกรรมการความร่วมมือด้านเศรษฐกิจไทย-เกาหลีใต้ (KOTCOM) ที่มีรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศเป็นประธาน โดยจัดการประชุมฯ ภายในปีนี้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ด้านความร่วมมือด้านการเมือง ความมั่นคง และการทหาร ทั้งสองประเทศเห็นชอบเพิ่มปฏิสัมพันธ์และการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงมากขึ้น และพัฒนากลไกหารือทวิภาคีทางยุทธศาสตร์ระหว่างกัน
นอกจากนี้ ตนยินดีกับการลงนามความตกลงว่าด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่มีชั้นความลับร่วมกัน ซึ่งสะท้อนถึงความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างสองฝ่าย ด้านความร่วมมือในระดับประชาชน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต่อยอดความร่วมมือในด้านต่างๆ อาทิ ความร่วมมือด้านภาพยนตร์และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การจัดตั้งศูนย์ศึกษาเกาหลีในไท ยและการเรียนการสอนภาษาเกาหลีในไทย เป็นต้น
“สำหรับแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานในเกาหลีใต้นั้น ผมย้ำกับท่านประธานาธิบดีมุนฯ ว่า รัฐบาลไทยสนับสนุนให้แรงงานไทยเดินทางไปทำงานในเกาหลีใต้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ภายใต้กรอบบันทึกความเข้าใจจัดส่งแรงงานไปทำงานในเกาหลีใต้ ตามระบบจ้างแรงงานต่างชาติระหว่างสองประเทศที่มีอยู่ และไทยพร้อมร่วมมือกับเกาหลีใต้เพื่อแก้ไขปัญหาแรงงานผิดกฎหมาย” นายกรัฐมนตรี กล่าว
และยังกล่าวอีกว่า สำหรับความร่วมมือระดับภูมิภาคนั้น ตนยินดีที่เกาหลีใต้สนับสนุนบทบาทการเป็นประธานอาเซียนของไทย และความเป็นแกนกลางของอาเซียน ปีนี้ครบรอบ 30 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน-เกาหลีใต้ และยินดีที่จะได้เป็นประธานร่วมกับประธานาธิบดีในการประชุมสุดยอดอาเซียน-เกาหลีใต้ สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3 ในเดือนพฤศจิกายน 2562 ที่นครปูซาน
นอกจากนี้ ยินดีที่เกาหลีใต้เข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาของ ACMECS และหวังอย่างยิ่งว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถจัดทำแผนงานร่วมเพื่อการพัฒนาระหว่าง ACMECS กับเกาหลีใต้ได้โดยเร็ว
“ผมขอขอบคุณท่านประธานาธิบดีมุนฯ ในมิตรภาพ และชื่นชมกับความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ระหว่างไทยกับเกาหลีใต้ให้มีความหมายต่อสองประเทศ ประชาชนและภูมิภาคโดยรวม พร้อมร่วมมือกันประธานาธิบดีมุนฯ เพื่อขับเคลื่อนความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้รุดหน้าก้าวไกลต่อไป” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ขณะที่ นายมุน แช-อิน กล่าวทักทายเป็นภาษาไทยก่อนแถลงว่า “สวัสดีครับ” สร้างรอยยิ้มให้กับผู้อยู่ภายในห้อง พร้อมกล่าวว่า ขอบคุณนายกฯ และประชาชนชาวไทยที่เชิญตนมาในฐานะผู้นำรัฐบาลกลุ่มแรกในรัฐบาลชุดใหม่ รวมถึงการต้อนรับที่อบอุ่น ตนมีความสนใจในภูมิภาคเอเซียอาคเนย์
เมื่อได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีได้ส่งทูตพิเศษมายังอาเซียน ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ รวมถึงตนสัญญาไว้ว่าจะเยือนอาเซียนให้ครบ 10 ประเทศ ตลอดวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี การเดินสายเยือนอาเซียนโดยเริ่มที่ประเทศไทยครั้งนี้ ถือว่ามีความหมายมาก เพราะได้ทำตามที่ตนสัญญาไว้
นายมุน แช-อิน กล่าวว่า ประเทศของเราทั้งสองมีมูลค่าการค้าร่วมกัน 14,100 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือว่ามากที่สุดในประวัติการณ์ นอกจากนี้การเดินทางไปมาหาสู่กันระหว่างประชาชนทั้ง 2 ประเทศ มีมากกว่า 2,360,000 คน
การพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เริ่มต้นมาจากการเสียสละของทหารผ่านศึกไทย ที่ออกไปเป็นประเทศแรกในเอเซียช่วยเกาหลีที่ตกอยู่ในภาวะคับขัน ในฐานะผู้แทนประชาชนเกาหลี ขอแสดงความคารวะต่อทหารผ่านศึกทุกท่าน ตนเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของเราทั้งสองแน่นแฟ้นมากขึ้นในไมตรีจิต และความไว้วางใจที่เราได้ผูกพันกัน
การเจรจาในวันนี้ นายกฯ กับตนเห็นพ้องต้องกันว่า เราจะมุ่งสู่อนาคตแห่งสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน ในความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ซึ่งกันและกัน ประการแรก เราเตรียมการปฏิวัติยุคอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4 โดยขยายมิติความร่วมมือทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมอนาคต เราให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐาน การบริหารจัดการน้ำและสิ่งแวดล้อม
เราตกลงกันว่าจะกระชับความร่วมมือในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ และอุตสาหกรรมไบโอ เป็นต้น เราจะเชื่อมโยงนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่นายกฯกำลังผลักดันและดำเนินการเพื่อรองรับอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4 โดยผนวกกับนโยบายของประเทศเกาหลี ซึ่งจะสามารถพัฒนาไปสู่อนาคตแห่งนวัตกรรมได้
รวมถึงความร่วมมือสตาร์อัพและดิจิทัล ความร่วมมือในด้านวิทยาศาสตร์ประยุกต์ เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ และดาวเทียม เป็นเทคโนโลยีที่สำคัญในอุตสาหกรรมการแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกาหลีเป็นประเทศที่ 3 ในโลกที่กำเนิดแสงซินโครตรอน
ดังนั้น เกาหลีจึงมีความประสงค์ที่จะเข้าร่วมในโครงการเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนที่ไทยกำลังดำเนินการ ทั้งนี้ จะส่งเสริมให้ประชาชนทั้ง 2 ประเทศใกล้ชิดมากขึ้น ซึ่งชาวไทยไปเกาหลีใต้มากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน ส่วนชาวเกาหลีมาท่องเที่ยวในไทย 1,800,000 คน
ในส่วนของบริษัทเกาหลีที่มาดำเนินกิจการในไทยมีมากกว่า 400 แห่ง ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมสร้างความเจริญรุ่งเรืองของประเทศทั้งสอง เราเห็นพ้องต้องกันว่า เมื่อเราใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น เราจะวางรากฐานนโยบายเพื่อให้ประชาชนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข และเราจะกระชับความร่วมมือกันเพื่อสันติภาพและความมั่นคงในคาบสมุทรเกาหลี รวมถึงเอเซียตะวันออกและโลก
“ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาล ว่าด้วยการคุ้มครองข่าวสารทางทหารที่มีชั้นความลับร่วมกัน จะทำให้เราสามารถยกระดับความมั่นคง ความร่วมมืออุตสาหกรรมการป้องกันระหว่างประเทศ เพื่อความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น” นายมุน แช-อิน กล่าว
ประธานาธิบดีมุนฯ ยังกล่าวอีกว่า ตนได้ชี้แจงวิสัยทัศน์ของรัฐบาลเกาหลีในการสร้างเศรษฐกิจเชิงสันติภาพ โดยการปลดอาวุธนิวเคลียร์และการสร้างสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งจะนำไปสู่ความผาสุขร่วมกันของเอเซียตะวันออก ซึ่งนายกฯ ไทยได้สนับสนุนนโยบายดังกล่าว ผู้นำทั้ง 2 ประเทศจะร่วมมือกันอย่างดีที่สุดในการจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนสาธารณรัฐเกาหลีในสมัยพิเศษ ในการประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงและเกาหลี ครั้งที่ 1 เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีและอาเซียน
ซึ่งจะเป็นต้นแบบความร่วมมือ โดยมีประเทศไทยเป็นผู้นำและประเทศเกาหลีเป็นหุ้นส่วนในการพัฒนา ถือเป็นการบุกเบิกแนวทางใหม่ในการร่วมมือเพื่อประโยชน์ของประเทศลุ่มน้ำโขงและเกาหลี สุดท้ายนี้ขอขอบคุณการต้อนรับของนายกฯ และประชาชนชาวไทยอย่างอบอุ่น และหวังว่าจะได้พบกันอีกครั้งที่เมืองปูซาน ในเร็ววันนี้” นายมุนฯกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังเสร็จสิ้นการแถลงร่วม นายมุน แช-อิน ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีและภริยา ได้พบกับอดีตทหารร่วมรบสงครามเกาหลีระหว่างปี 1953 โดยเฉพาะพันเอก(พ.) อาภรณ์ วุฑฒกนุก ทหารรรสมรบสงครามเกาหลี 1952-1953
โดยประธานาธิบดีเข้าทักทายและกล่าวขอบคุณทหารผ่านศึกที่ร่วมรบ พร้อมมอบเหรียญสันติภาพ และของที่ระลึกกับตัวแทนทหารผ่านศึกทั้ง 10 คน และทายาทอีก 2 คน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง
จากนั้น นายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อเป็นเกียรติแก่ นายมุน แช-อิน (H.E. Mr. Moon Jae –In) และภริยา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล (Official Visit) ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล


