ประธานกสม.แจงหมอสุรเชษฐ์ลาออกเป็นดุลยพินิจเฉพาะตัว ย้อนไม่เข้าใจบรรยายกาศไม่เอื้อต่อการทำงานหมายถึงอะไร เชื่อองค์กรระดับประเทศย่อมมีปัญหาการทำงาน ยันไม่มีปัญหาเรื่องการยอมรับ-ไม่ยอมรับ มติเสียงข้างมาก

เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นายวัส ติงสมิตร ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกคำแถลงต่อกรณีการลาออกของน.พ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย โดยระบุว่า เพื่อให้สาธารณชนทั่วไปทราบถึงปัญหาข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้ถูกต้องครบถ้วน ทั้งนี้กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพ้นจากตำแหน่งได้ 2 กรณี คือ โดยสมัครใจ การลาออก และโดยไม่สมัครใจ เช่น ขาดคุณสมบัติ ถูกถอดถอน หรือครบวาระ การลาออกเป็นเรื่องดุลพินิจเฉพาะตัว ไม่อาจที่จะบีบบังคับหรือเรียกร้องให้มีการลาออกได้ และมีผลทันที

นอกจากนั้นเมื่อรัฐธรรมนูญ 2560 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย ก็ไม่สามารถดำเนินการสรรหาบุคคลมาเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแทนได้ เพราะแม้ว่าเมื่อวันที่ 6 เม.ย.60 จะมีคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 23/2560 ยกเลิก คำสั่งคสช.ที่ 40/2559 ผ่อนคลายการสรรหากรรมการองค์กรอิสระแต่ ยังคงให้งดเว้นการสรรหากสม. รวมทั้งกกต.และผู้ตรวจการแผ่นดินต่อไปจนกว่ากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการนั้นจะมีผลใช้บังคับ ซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 1 ปี หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

ส่วนที่มีการระบุว่าบรรยากาศการทำงานอย่างไรจึงไม่เอื้อให้เกิดการทำงานที่สร้างสรรค์ ตนไม่ทราบว่ามีหมายความอย่างไร เพราะมีรายงานข่าวในสื่อสังคมรายหนึ่งว่า ต้องรอให้ฝุ่นหายหรือจางลงก่อน สำหรับปัญหาในการทำงานเชื่อว่า ทุกองค์กรในสังคมระดับประเทศและระหว่างประเทศรวมทั้งองค์กรแห่งนี้ย่อมมีปัญหาในการทำงาน ดังนั้น บุคคลในแต่ละองค์กรจึงต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาที่มีให้ลุล่วงไปได้ จึงจะเป็นผลดี

นอกจากนี้ ที่ระบุว่าในการทำงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ บางครั้งเสียงข้างน้อยไม่ยอมรับมติเสียงข้างมากนั้น ไม่เป็นความจริง ในการทำงานของกสม.ชุดปัจจุบัน ส่วนใหญ่มีมติเอกฉันท์ น้อยครั้งที่มีมติไม่เอกฉันท์ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของทุกองค์กร การขอให้ระบุมติของที่ประชุม ในรายงานผลการตรวจสอบหรือพิจารณาของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในกรณีนี้ให้ตรงตามข้อเท็จจริงย่อมสามารถกระทำได้ซึ่งในการทำงานของกสม.ชุดที่สองถึงขนาดให้ระบุรายละเอียดของการลงมติในรายงาน หรือจะมีหมายเหตุข้างท้ายรายงาน (Footnote) ในหน้าที่มีการลงนามด้วยก็ได้

ทั้งนี้นายวัส ระบุว่า เห็นด้วยกับที่มีการกล่าวว่ากสม. ต้องทำหน้าที่เพื่อสิทธิมนุษยชนที่ถูกต้องแท้จริง ถ้าประพฤติตนรับใช้ต่างชาติ บ่อนทำลายประเทศชาติของตน ย่อมเป็นที่เคียดแค้นชิงชังของประชาชน และอยู่ไม่ได้ด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน