“พิชัย” ฉะ เศรษฐกิจไทยย่ำแย่ แต่รัฐบาลบิ๊กตู่ “ซื้ออาวุธ” ไม่หยุดหย่อน! ขณะที่ ประชาชนกำลังเดือดร้อน

เมื่อวันที่ 27 ก.ย. นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน กล่าวว่า ตามที่ธนาคารกลางสหรัฐปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% แต่ธนาคารแห่งประเทศไทยโดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กรง.) กลับยังคงอัตราดอกเบี้ยเดิมไม่ปรับลดตาม ซึ่งน่าจะทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น ซึ่งค่าเงินบาทของไทยแข็งค่ามากที่สุดในภูมิภาคอยู่แล้ว และจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกที่ทรุดอยู่แล้วให้ทรุดลงมากขึ้น

advertisement

จึงอยากให้รัฐบาลและแบงค์ชาติได้หามาตรการทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ขนาดจีนที่มีเศรษฐกิจดีกว่าไทยยังต้องประกาศลดค่าเงินหยวนล่วงหน้าไปก่อนนานแล้ว ซึ่งถ้ายังบริหารเศรษฐกิจกันแบบนี้เศรษฐกิจไทยคงฟื้นยาก ขนาด กนง. เองยังปรับลดประมาณการเศรษฐไทยว่าจะขยายได้เพียง 2.8% เท่านั้น ซึ่งเป็นไปตามที่ตนเคยบอกไว้แล้วว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ไม่ถึง 3% และอาจจะต่ำลงได้อีกถ้าค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น

นายพิชัย กล่าวต่อว่า ในขณะที่เศรษฐกิจไทยกำลังย่ำแย่ แต่รัฐบาลกลับซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์เพิ่มขึ้นอีกโดยล่าสุดได้มีการตกลงซื้อเฮลิคอปเตอร์จู่โจมจากสหรัฐ 8 ลำ ราคา 4,226 ล้านบาท ในกรอบวงเงิน 12,000 ล้านบาท

ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เพิ่งจะซื้อรถเกราะ สไตรเกอร์ 50 คัน และซื้อเรือรบจากจีนซึ่งกองทัพเรือต้องออกมาแก้ตัวว่าไม่ได้มุบมิบซื้อ เหมือนกับจะไม่รับรู้เลยว่าประชาชนกำลังเดือดร้อนทางเศรษฐกิจกันอย่างมาก หลายพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วม

โดยเฉพาะที่จ.อุบลราชธานี ซึ่งไม่ได้มีห้องแอร์ให้ประชาชนได้พักพิงเหมือนที่พล.อ.ประยุทธ์พูด ซื่งพูดเหมือนต้องการจะแก้ตัว อาจเป็นเพราะมีการไปรื้อเพิงพักของชาวบ้านที่กำลังเดือดร้อนและต้องหนีน้ำมาอาศัยอยู่ตามรายทาง เพื่อต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ที่ลงพื้นที่ไปตรวจสภาพน้ำท่วม ซึ่งถ้าเป็นรัฐบาลที่มาจากประชาชนอย่างแท้จริงคงต้องสัมผัสความรู้สึกของประชาชนได้มากกว่านี้

อีกทั้งคงไม่กล้าจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ในช่วงภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่เช่นนี้ ประชาชนคงต้องสงสัยว่ารัฐบาลยังต้องขอรับบริจาคเงินช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมอยู่เลย แต่รัฐบาลกลับเอาเงินที่มีไปซื้ออาวุธแบบไม่ตะขิดตะขวงใจเลย

นายพิชัย กล่าวอีกว่า ประชาชนจำนวนมากตั้งข้อสงสัยว่าการซื้ออาวุธครั้งนี้ เพียงเพื่อต้องการเอาใจสหรัฐฯ ใช่หรือไม่ และการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ถูกสภาผู้แทนสหรัฐนำเข้าสู่ขบวนการถอดถอน เพราะลุแก่อำนาจในการ ขอให้ผู้นำยูเครนถล่มนายโจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐในสมัยประธานาธิบดีโอบามา ที่ประกาศเป็นคู่แข่งลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี

ในขณะที่ประเทศไทยน่าจะมีการใช้ เสธ. ไก่อู อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ในการปล่อยเฟกนิวส์ใส่ร้ายพรรคตรงข้ามรัฐบาล โดยมีพยานเป็นถึงรองอธิบดีและผู้บริหารหลายคน และยังมีหลักฐานที่ชัดเจน ควรจะต้องถูกถอดถอนด้วยหรือไม่ น่าจะต้องมีคำสั่งให้อธิบดีพักราชการ ทั้งนี้เพื่อตรวจสอบหาข้อเท็จจริง ตามหนังสือร้องเรียนของพรรคการเมืองที่ได้รับผลกระทบ


 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน