อนาคตใหม่ อุ่นเครื่องซักฟอกรัฐบาล ปิยบุตร ลั่นเปิดเกมชำแหละผลกระทบคำสั่ง คสช.

อนาคตใหม่ เล็งอุ่นเครื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจ ชงสภาตั้ง กมธ.ศึกษาผลกระทบคำสั่ง คสช. ปิยบุตร ลั่นเข้ามาเป็นส.ส. เพราะอยากแก้รัฐธรรมนูญ ซัดอย่ามัวแต่ตบตีแย่งชิง ตำแหน่ง ปธ.กมธ.แก้รธน.

อนาคตใหม่ – วันที่ 5 พ.ย. ที่อาคารไทยซัมมิท นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมสภาวันที่ 6 พ.ย. ว่า เรามีญัตติสำคัญต้องพิจารณา พรรคเตรียมญัตติขอตั้งกมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบการใช้อำนาจ และการออกประกาศ คำสั่ง และมาตรา 44 ของคสช. ซึ่งตนเป็นคนเสนอญัตตินี้ เราเตรียมผู้อภิปรายไว้ 10 คน โดยจะอภิปรายภาพรวมทั้งหมด

ตนจะเปิดประเด็นเองว่าคำสั่งของ คสช.ส่งผลกระทบอะไรบ้าง จากนั้นจะพูดถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชน เสรีภาพสื่อ เรื่องการทวงคืนผืนป่า เรื่องที่ดินและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการออกคำสั่งเพื่อเอื้อกับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ การแทรกแซงองค์กรอิสระและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น

นายปิยบุตร กล่าวว่า ญัตตินี้สำคัญเพราะตลอด 5 ปีการปกครองของ คสช. เราไม่มีสภาที่จะวิจารณ์การทำงานของคสช.ได้อย่างเต็มที่ ครั้งนี้อาจเรียกได้ว่าอภิปรายไม่ไว้วางใจ คสช. ย้อนหลังถึงผลงานในอดีตที่ยังส่งผลกระทบถึงปัจจุบัน นี่คือเหตุผลประการที่หนึ่ง

เหตุผลประการที่สองคือ ศักดิ์ศรีของสภาที่มาจากการเลือกตั้ง วันนี้เข้าสู่ระบบปกติ ส.ส.จึงมีอำนาจและความชอบธรรมเต็มที่ที่จะพิจารณาทบทวนว่า การออกคำสั่งของ คสช.ชอบธรรมหรือไม่เพียงใด และต้องแก้ไขยกเลิก หรือเยียวยาผู้เสียหายอย่างไร ซึ่งอาจจะใช้เวลาพอสมควรสำหรับญัตตินี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านหลายพรรคก็อยากมีส่วนร่วมในประเด็นนี้ เป็นไปได้ว่าอาจยาวจนถึงวันที่ 7 พ.ย.

เมื่อถามว่าญัตตินี้เป็นประเด็นหนึ่งที่ใช้อภิปรายไม่ไว้วางใจ ฝ่ายค้านตั้งใจเจาะจงที่ตัวบุคคลหรือไม่ นายปิยบุตร กล่าวว่า ญัตตินี้จะเน้นที่คำสั่ง คสช.ก่อน ยังไม่เน้นตัวบุคคล แต่เป็นการอุ่นเครื่องเพื่อเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจครม.ในเดือนธ.ค. ประชาชนอาจคิดว่าเป็นเรื่องในอดีต ขอชี้แจงว่าคำสั่ง คสช.ส่งผลกระทบถึงปัจจุบัน สิ่งสำคัญคำสั่งเหล่านี้เราโต้แย้งศาลไม่ได้เลย เพราะมีรัฐธรรมนูญรองรับ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อน
เมื่อถามว่ามีความหวังในการตั้งกมธ.ศึกษาคำสั่ง คสช.หรือไม่ เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า เท่าที่พูดคุยกับส.ส.หลายพรรค เห็นตรงกันว่าเราควรต้องพูดเรื่องนี้เพราะเรามาจากการเลือกตั้ง และคำสั่งคสช.ไม่ได้กระทบกลุ่มการเมืองใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น แต่กระทบเป็นวงกว้างต่อประชาชน เช่น สิ่งแวดล้อม ป่าไม้ และที่ดิน รวมถึงข้าราชการที่ถูกโยกย้ายด้วยคำสั่ง คสช.

ตนในฐานะประธาน กมธ.กฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เห็นว่าจะตั้งอนุกมธ.เพื่อศึกษาปัญหาเรื่องนี้ ซึ่งอาจทำงานในชุดของตนอย่างเดียว ตนจึงอยากให้ตั้งกมธ.วิสามัญ ขึ้นมา เพื่อเปิดให้ส.ส.จากทุกพรรคและบุคคลภายนอกมาทำงานร่วมกัน

ส่วนญัตติการขอตั้งกมธ.วิสามัญ เพื่อศึกษาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายปิยบุตร กล่าวว่า หากญัตติศึกษาผลกระทบคำสั่งของคสช. มีผู้อภิปรายเยอะ ญัตติตั้งกมธ.แก้รัฐธรรมนูญ อาจเลื่อนไปสัปดาห์หน้า เท่าที่ประเมินพบว่ามีโอกาสสูงที่จะตั้งกมธ.แก้รัฐธรรมนูญ เพราะมีหลายพรรคเสนอเข้าไป หากตั้งได้แล้วต้องมีบุคคลภายนอก และตัวแทนส.ส.แต่ละพรรคเข้าร่วมตามสัดส่วน

แต่ครม.ไม่ควรมีส่วนเสนอชื่อคนเป็น กมธ.ชุดนี้ เพราะแตกต่างจากกมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 เพราะรัฐมนตรีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารงบฯ แต่รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของสภา ดังนั้น ส.ส.ควรเป็นผู้เสนอชื่อแทน

นายปิยบุตร กล่าวว่า ทั้งนี้ พรรคจะได้ 6 ที่นั่ง ประกอบด้วย ส.ส.และบุคคลภายนอก เช่น อดีตนักการเมือง นักวิชาการ และนักรณรงค์เคลื่อนไหวในประเด็นนี้ ยืนยันว่าบุคคลทั้งหมดจะไม่เกี่ยวข้องกับคนที่ร่างรัฐธรรมนูญหลังรัฐประหาร เบื้องต้นยังไม่ได้ตกลงกันอย่างชัดเจน

ยอมรับว่าที่ตนมาเป็นส.ส. เพื่อเข้ามาผลักดันกฎหมายและแก้รัฐธรรมนูญ คิดว่าจะเสนอตัวเองเข้าไปนั่งในกมธ.ชุดนี้ด้วย ส่วนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค ก็กำลังคิดจะเข้าร่วมด้วย แต่ยังติดภารกิจที่ปรึกษากมธ.งบฯ อยู่

ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อยากได้ตำแหน่งประธานกธม.แก้ไขรัฐธรรมนูญ นายปิยบุตร กล่าวว่า ท้ายที่สุดใครจะได้เป็นประธาน อยู่ที่กมธ.ทั้งหมดลงมติเลือก ที่ผ่านมามักตกลงกันได้ก่อน แต่หากตกลงกันไม่ได้ก็ต้องลงมติในที่ประชุม ไม่มีกติกาบอกว่าตำแหน่งประธานจะต้องมาจากพรรคซีกรัฐบาล เพราะพรรครัฐบาลมีหลายพรรค และพรรคที่ได้ส.ส.เป็นอันดับหนึ่งในสภา คือพรรคเพื่อไทย (พท.)

ส่วนที่มีการเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานกมธ.แก้รัฐธรรมนูญนั้น นายปิยบุตร กล่าวว่า สิ่งสำคัญตอนนี้คือการตั้งกมธ.ให้ได้ก่อน ถ้าประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญถูกเปลี่ยนไปโฟกัสว่าใครเป็นประธาน สังคมอาจคลางแคลงใจว่าไม่มุ่งเน้นประเด็นแก้รัฐธรรนูญ แต่ไปถกเถียงตีกันว่าใครจะเป็นประธาน

ดังนั้น เราควรทำให้กมธ.ชุดนี้เกิดขึ้นให้ได้ เพื่อผลักดันในนามของสภาต่อไป สังคมจะได้เข้าใจว่าการแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องของพรรคใดพรรคหนึ่ง หากเราหาฉันทามติร่วมกันได้ก็จะเป็นผลงานร่วมกัน ที่เห็นพ้องต้องกันว่าจะแก้ในประเด็นใดบ้าง และส.ว.จะถูกแรงกดดันว่าต้องเอาด้วย

บทความก่อนหน้านี้กู้ภัยสะดุ้ง เห็นใบไม้ไหวๆ ที่แท้ งูเหลือมยักษ์ ยาว 6 เมตร กำลังเขมือบหมูดิน หนัก 10โล
บทความถัดไปยายไร้เงินจัดงานศพสามี ขาดเสาหลักเลี้ยงครอบครัว วอนลูกสาว กลับมากราบศพพ่อ