Khaosod
Online

วันอาทิตย์ ที่ 23 ก.พ. 2563

"จาตุรนต์" ถึง "ธนาธร" น่าเสียดาย : น่าชื่นชม : คือผู้ปลุกคน สนใจ "ปัญหาของชาติ"

23 พ.ย. 2562 - 16:30 น.

"จาตุรนต์" โพสต์เฟซบุ๊กถึง "ธนาธร" ในวันที่ถูกตัดสิทธิ์ ส.ส. ชี้ มีเรื่องที่น่าเสียดาย มีเรื่องที่น่าชื่นชม หวังปลุกประชาชน คนรุ่นใหม่ สนใจปัญหาของชาติ

เมื่อวันที่ 23 พ.ย. นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์ พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) และอดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ แสดงความเห็นกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พ้นจากการเป็น ส.ส. ว่า

ดูจะมีความเห็นแตกต่างกันอยู่ในสังคมพอสมควร แม้ในคณะตุลาการที่ตัดสินก็มีความเห็นแตกต่างกันอยู่ มิได้มีความเห็นเป็นเอกฉันท์ เชื่อว่าเมื่อมีการเผยแพร่คำวินิจฉัยส่วนตนของตุลาการแต่ละท่านออกมาแล้วก็คงมีผู้รู้หรือผู้สนใจวิพากษ์วิจารณ์เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อระบบยุติธรรมและเพื่อทำให้การเมืองสุจริตเที่ยงธรรมอย่างที่ควรจะเป็นต่อไป

เนื่องจากเหตุผลที่ใช้ในการตัดสินว่ากระทำผิดกฎหมายก็ดูจะค่อนข้างเป็นเรื่องทางเทคนิคเกี่ยวกับการโอนหุ้นและการถือครองหุ้นเสียมาก ผมจึงขอยังไม่แสดงความเห็นต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในขั้นนี้ แต่อยากแสดงความเห็นต่อผลของการวินิจฉัยในเชิงระบบและผลในทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้มากกว่า

ผมเข้าใจว่าที่รัฐธรรมนูญบัญญัติห้ามไม่ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นเจ้าของสื่อมวลชนก็เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งใช้สื่อในมือของตนเอาเปรียบผู้สมัครคนอื่นๆ การกระทำที่เป็นความผิดร้ายแรงน่าจะได้แก่การใช้สื่อที่ผู้สมัครเป็นเจ้าของอยู่ให้คุณหรือโทษต่อตนเองและผู้สมัครรายอื่นๆ แต่คำวินิจฉัยนี้เน้นที่ความเป็นเจ้าของบริษัทที่มีวัตถุประสงค์ในการทำกิจการสื่อมวลชนอยู่ด้วย ไม่ว่าจะทำกิจการนั้นอยู่จริงหรือไม่ก็ตาม

ประเด็นที่จะเป็นที่น่าสนใจติดตามก็คือมีรัฐมนตรีและสส.อีกหลายสิบคนที่ถูกร้องเรื่องการถือหุ้นเป็นเจ้าของบริษัทที่ทำกิจการสื่ออยู่ ผลการพิจารณาเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร นอกจากนั้นยังมีกรณีอื้อฉาวที่คู่สมรสของสส.เป็นเจ้าของสื่อมวลชนและกำลังใช้สื่อในทางให้คุณให้โทษทางการเมืองอย่างโจงแจ้ง

ก็คงเป็นที่สนใจไม่แพ้กัน เรื่องเหล่านี้นอกจากน่าสนใจติดตามว่าจะถูกดำเนินการอย่างไรแล้ว ผลสุดท้ายยังอาจบอกสังคมได้อย่างดีว่ากฎกติกาที่ห้ามนักการเมืองเป็นเจ้าของสื่อมวลชนนั้น มีผลตรงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้สวยหรูแต่แรกหรือไม่

การที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายห้ามผู้สมัครรับเลือกตั้งกระทำหลายสิ่งหลายอย่างในระหว่างหาเสียงเลือกตั้ง รวมทั้งการห้ามมีและใช้สื่อของตนเองก็เพื่อป้องกันไม่ให้มีการเอาเปรียบกันและให้การแข่งขันเป็นไปอย่างเสรีและเป็นธรรม แต่ถ้ามองย้อนกลับไปจะพบว่าในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา

คุณธนาธร ต้องแข่งขันกับแคนดิเดทนายกฯบางคน ที่สามารถใช้โครงการและงบประมาณของรัฐ อย่างไม่จำกัด ทั้งยังสามารถใช้สื่อของรัฐทั้งหมด รวมทั้งยังมีอำนาจพิเศษแทรกแซงสื่อมวลชนทั้งของรัฐและเอกชนในทางที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองได้โดยไม่ผิดกฎหมายใดๆ

เมื่อการเลือกตั้งผ่านไป คุณธนาธรซึ่งไม่ได้ใช้สื่อของตนเองในการหาเสียง กลับเป็นผู้ถูกลงโทษถึงขั้นต้องพ้นจากการเป็นสส.เช่นนี้ ย่อมมีคำถามตามมาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ว่าระบบและการบังคับใช้กฎหมายมีผลทำให้เกิดความเป็นธรรมขึ้นหรือไม่

หลายปีมานี้ ระบบที่ใช้ป้องกันปราบปรามการทุจริตในการเลือกตั้งไม่ได้จัดการกับผู้ทุจริตร้ายแรง แต่ลงโทษอย่างรุนแรงต่อผู้ทำความผิดเล็กน้อย ในขณะที่เป็นที่โจษขานกันทั่วไปว่าหลายเขตเลือกตั้งมีการซื้อเสียงกันมโหฬารชนิดที่เรียกว่าซื้อเสียงทั้งเมือง แต่กลับไม่ค่อยมีผู้ซื้อเสียงถูกลงโทษ ผู้ที่ถูกทำให้พ้นจากความเป็นสส.และถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งกลับเป็นผู้ที่ขึ้นไปแนะนำตัวบนเวทีงานสังคมบ้าง ใส่ซองถวายพระในงานบุญต่างๆบ้างเป็นต้น

การทำให้สส.พ้นสมาชิกภาพซึ่งเป็นเรื่องใหญ่นี้ยังถูกทำให้ผิดเพี้ยนไปมากถึงขั้นทำให้สส.พ้นสมาชิกภาพทั้งๆที่ไม่ได้กระทำผิดกฎหมายหรือยังไม่เป็นที่ยุติว่ากระทำผิดกฎหมายใดๆด้วยการเชื่อมโยงเรื่องนี้เข้ากับการยุบพรรคการเมือง ทำให้สส.ที่เป็นกรรมการบริหารพรรคพ้นจากความเป็นสส.เพราะถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง

การลงโทษบุคคลเพราะความเกี่ยวพันกับองค์กร ทั้งๆที่ไม่ได้กระทำผิดใดๆ เช่นนี้ไม่เกิดประโยชน์ต่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในการเลือกตั้ง แต่กลายเป็นวิธีการที่ใช้เพื่อให้เกิดผลทางการเมืองในภาพใหญ่เช่นการตัดกำลังฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือเพื่อล้มหรือเปลี่ยนรัฐบาลเสียมากกว่า

อาจกล่าวได้ว่าในหลายปีมานี้ ระบบที่อวดอ้างว่ามีไว้ป้องกันปราบปรามการทุจริตในการเลือกตั้งทำไปทำมาก็ไม่สามารถทำให้เกิดความสุจริตเที่ยงธรรมได้ แต่กลับถูกใช้เครื่องมือทางการเมืองของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปเสีย คงต้องตั้งคำถามและติดตามกันต่อไปว่าเรื่องของคุณธนาธรอยู่ในบริบทเดียวกันนี้มากน้อยเพียงใดและมีแง่มุมไหนที่แตกต่างออกไป

น่าเสียดายที่คุณธนาธร ไม่มีโอกาสทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามที่ประชาชนได้เลือกมา แต่ก็น่าชื่นชมที่คุณธนาธรยังมีความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้ทางการเมืองตามอุดมการณ์ของตนอย่างมั่นคงต่อไป กรณีของคุณธนาธรอาจจะทำให้คนจำนวนหนึ่งผิดหวังเสียใจ แต่กรณีนี้จะทำให้คนจำนวนมากทั้งผู้ที่เห็นความเป็นไปของบ้านเมืองมานานๆและคนรุ่นใหม่ทั้งหลายสนใจศึกษาปัญหาของบ้านเมืองเพื่อหาทางออกให้แก่ประเทศนี้ร่วมกันต่อไป


 


ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ "จาตุรนต์" ถึง "ธนาธร" น่าเสียดาย : น่าชื่นชม : คือผู้ปลุกคน สนใจ "ปัญหาของชาติ"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง