อย่าประมาท!-‘เทพไท’ฟันธง 5 ประเด็นก่อม็อบคล้าย 14 ตุลา-เตือนรัฐบาลฟังข้อเรียกร้องด้วย
เมื่อวันที่ 1 มี.ค. นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวถึงการชุมนุมแบบแฟลชม็อบของนิสิต นักศึกษาว่า ตนในฐานะที่เคยเป็นตัวแทนนักศึกษามีความห่วงใยกับการชุมนุมของนักศึกษา ต้องยอมรับว่านักศึกษาเป็นพลังบริสุทธิ์ ไม่อยากให้ฝ่ายการเมืองฝ่ายใดเข้าไปเกี่ยวข้อง แทรกแซง หรือเข้าไปบงการ ปล่อยให้เขาเคลื่อนไหวตามดุลยพินิจของนักศึกษา และฝ่ายรัฐบาลไม่ควรไปกดดัน หรือข่มขู่ ทุกอย่างถือว่าเป็นการแสดงออกของเยาวชน แต่ทุกอย่างถือว่าเป็นปรากฏการณ์ของนักศึกษา
ต้องยอมรับว่าเราได้ว่างเว้นจากการเมืองมาเป็นเวลานานมาก หลังปรากฏการณ์ของขบวนการนักศึกษาเกิดขึ้นในช่วง 14 ตุลา 2516 ซบเซามาจนถึงรุ่นหลังๆก็ไม่มีบทบาทนักศึกษา แต่มาวันนี้บทบาทของนักศึกษาค่อนข้างเป็นความหวังของสังคม เพราะหลายคนเชื่อว่านักศึกษาคือพลังบริสุทธิ์
ส่วนวัตถุประสงค์ของการเคลื่อนไหวของนักศึกษาในวันนี้เหมือนจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไหวของนักศึกษาเมื่อ 14 ตุลา 5 ประเด็น คือ
1.จุดเริ่มต้นของขบวนการนักศึกษา ต้องยอมรับว่าการจุดประกายของการเคลื่อนไหวในวันนี้กลุ่มนิสิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัยต่างๆและขยายไปยังนักเรียนมัธยมก็เหมือนกับยุค 14 ตุลาที่เกิดขึ้นในหมู่นิสิตนักศึกษามีศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนท.)
2.จุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไหวเริ่มจากกรุงเทพฯและขยายผลไปยังต่างจังหวัด แต่ในยุคนี้การเคลื่อนไหวขยายวงได้รวดเร็วกว่า
3.การเรียกร้องการต่อสู้ที่มีการชูประเด็นประชาธิปไตยกับเผด็จการ
4.ข้อเรียกร้องเรื่องรัฐธรรมนูญยุค 14 ตุลาเราไม่มีรัฐธรรมนูญใช้ในการปกครองประเทศ มีผู้นำนักศึกษาได้ชุมนุมเรียกร้องให้มีการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมา ในยุคนี้มีรัฐธรรมนูญแล้ว แต่เป็นรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย หรือที่เรียกว่าประชาธิปไตยครึ่งใบเป็นรัฐธรรมนูญที่สืบทอดอำนาจ กลุ่มนักศึกษายุคนี้ก็เรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย
และ5.ผู้ปกครอง ผู้นำรัฐบาลในช่วง 14 ตุลา ยังเป็นทหารไม่ว่าจะมาด้วยการเลือกตั้งแล้ว และปฏิวัติตัวเองและครองอำนาจมาถึง 14 ตุลา ดำรงสถานภาพเป็นนายกฯทหารมาดำรงตำแหน่งเป็นนายกฯ
ในยุคนี้นายกฯมาจากทหารผ่านการปฏิวัติ และมาสืบทอดอำนาจผ่านรัฐธรรมนูญที่คสช. ตั้งขึ้นมาแล้วให้เขียนรัฐธรรมนูญขึ้นมา และให้มาเป็นนายกฯ ถือว่ามีลักษณะที่เหมือนกัน
ดังนั้นจึงเป็นเงื่อนไขที่เรามองว่าการชุมนุมของนักศึกษาช่วง 14 ตุลากับช่วงนี้มีข้อเรียกร้องที่คล้ายคลึงกัน แต่มีสถานการณ์และบริบททางการเมืองที่แตกต่างกัน ตนอยากให้รัฐบาลได้รับฟังความเห็น และการเคลื่อนไหวของนักศึกษาและรัฐบาลไม่ควรประมาทขบวนการหรือพลังนักศึกษา หากรัฐบาลไม่นำข้อเรียกร้องหรือไม่รับฟังเชื่อว่าสถานการณ์อาจจะลุกลามขยายตัวไปอีกแน่