ที่กระทรวงมหาดไทย นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการชำระค่าสาธารณูปโภคของกระทรวงมหาดไทยว่า ในเรื่องยอดการค้างชำระกระทรวงมหาดไทยได้คำนึงถึงปัญหานี้มาตั้งแต่ต้น รวมถึงมีมาตรการเร่งรัดในการตรวจสอบ เช่น การตรวจสอบมิเตอร์ไฟฟ้า มิเตอร์น้ำตามจังหวัดต่างๆ ว่ามิเตอร์ใดอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย มิเตอร์ใดเป็นของเอกชน ในเรื่องหนี้สินที่ค้างชำระต่างๆ ตั้งแต่ปีที่แล้วมา เราได้พยายามตรวจสอบหนี้สินเก่าๆ ที่มียอดค้างตั้งแต่เมื่อปี 58- 59 มีหนี้ค้างเท่าไหร่บ้าง ซึ่งเราพยายามทยอยชำระไปจนเกือบหมดแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่จะค้างชำระในส่วนของค่าไฟฟ้า

 

“ส่วนยอดค้างชำระของกระทรวงมหาดไทย และได้รายงานในมติครม. จะเป็นการรายงานในภาพรวมของหน่วยงานทุกสังกัด ทั้งหน่วยราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ท้องถิ่น รวมทั้งกทม. และพัทยาที่มีการค้างชำระค่าสาธารณูปโภค สำหรับมาตรการที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการลงมานั้น เราได้มีมาตรการประหยัดไฟฟ้า มาตรการประหยัดน้ำที่ทางกระทรวงได้ดำเนินการอย่างเร่งรัดและได้มีการตรวจสอบการรั่วไหลของกระแสไฟฟ้า ปรับเปลี่ยนใช้หลอดไฟประหยัดพลังงาน เครื่องปรับอากาศเพื่อประหยัดการใช้ไฟ” นายณัฐพงศ์ กล่าวและว่า ส่วนยอดค้างชำระค่าสาธารณูปโภคของกระทรวงมหาดไทยจะสามารถชำระได้ทั้งหมดเมื่อใดนั้น แต่ละกรม แต่ละกระทรวงมีงบประมาณตั้งไว้อยู่แล้ว ที่จะได้รับการจัดสรรงบมา โดยมาตรการของสำนักงบประมาณนั้น เงินเหลือจ่ายอันดับแรกก็ให้ไปจ่ายเป็นค่าสาธารณูปโภค เราก็พยายามจะดำเนินการตามนั้น

 

เมื่อถามถึงข้อสั่งการของนายกฯ ที่ระบุให้หนี้ที่จะเกิดขึ้นในปีงบประมาณ 2560 เป็นต้นไป ให้ชำระให้แล้วเสร็จในปีงบประมาณนั้นๆ นายณัฐพงศ์ กล่าวว่า เราก็จะพยายามดำเนินการเพราะค่าสาธารณูปโภคของสำนักงานก็จะควบคุมในการจัดตั้งงบประมาณ เราก็ต้องพยายามประหยัดงบประมาณด้วย และพยายามจะไม่ติดหนี้ เพราะปกติ เมื่อมีเงินเหลือจ่าย ถ้าเราไม่มีหนีค้างค่าสาธารณูปโภค สำนักงบประมาณก็จะคืนเงินมาให้เราพัฒนาองค์กร และพัฒนาบุคลากรได้ เราพยายามเร่งรัดและตรวจสอบหนี้เก่าให้หมด พยายามไม่ติดหนี้เพราะถ้าเราประหยัดก็จะมีเงินเหลือเพื่อมาพัฒนาองค์กรต่อไปได้ ถ้ามีหนี้ค้างชำระอยู่สำนักงบก็จะไม่คืนเงินก้อนนี้ให้เราซึ่งมันเป็นมาตรการจูงใจอยู่แล้วที่เราต้องพยายามทำตัวไม่ให้มีหนี้

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับยอดค้างชำระของกระทรวงมหาดไทย ในส่วนของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) มียอดค้างชำระประมาณ 23 ล้านบาท การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ประมาณ 1,260 ล้านบาท การประปานครหลวง (กปน.) ประมาณ 25 ล้านบาท การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ประมาณ 9 ล้านบาท รวมทั้งหมดประมาณ 1,300 ล้านบาทเศษ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน