เมื่อวันที่ 24 พ.ค. นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวถึงการลงพื้นที่นำถุงยังชีพของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ส่งมอบให้กับ ส.ส.และอดีต ส.ส.ของพรรคทุกคนเพื่อนำไปเยี่ยมเยียนประชาชนในพื้นที่เลือกตั้งของแต่ละคน พร้อมถุงยังชีพของนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย จำนวนหนึ่ง นำไปมอบให้แก่ผู้ป่วยติดเตียง และบางส่วนได้มอบผ่านอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อมอบต่อให้กับผู้ป่วยติดเตียงต่อไปว่า จากการลงพื้นที่พบว่าทุกคนดีใจและขอบคุณในความห่วงใยของนายอภิสิทธิ์
หลายคนยังจำผลงานของนายอภิสิทธิ์สมัยดำรงตำแหน่งนายกฯได้ดี เพราะได้สร้างผลงานไว้เป็นที่ประทับใจประชาชนหลายอย่าง เช่น 1.นโยบายประกันรายได้ ทำให้ราคายางพารากิโลกรัมละ 180 บาท ราคาปาล์มน้ำมันกิโลกรัมละ 10 บาท และสินค้าเกษตรอื่นๆมีราคาสูงทุกชนิด 2.นโยบายมีค่าตอบแทนให้กับอสม.เดือนละ 600 บาท
3.นโยบายจ่ายเบี้ยยังชีพให้แก่ผู้สูงวัย ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปทุกคน และ4.นโยบายเรียนฟรีอย่างมีคุณภาพ ตั้งแต่ระดับอนุบาล ถึงระดับมัธยมและ ปวช. พี่น้องประชาชนได้ฝากขอบคุณมายังนายอภิสิทธิ์ ที่ยังมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน และยังคาดหวังว่านายอภิสิทธิ์ คงจะได้กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้งหนึ่ง
ด้วยผลงานเหล่านี้ยังคงเป็นที่จดจำอยู่ในใจของพี่น้องประชาชนมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน แม้ว่านายอภิสิทธิ์ จะดำรงตำแหน่งนายกฯเพียงแค่เวลา 2 ปีเศษ และท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจโลก แฮมเบอร์เกอร์ใครซิสและการชุมนุมทางการเมืองของนปช. คนเสื้อแดงตลอดเวลา นายอภิสิทธิ์ก็สามารถนำพาประทศผ่านพ้นวิกฤตมาได้ จนถึงวันนี้พี่น้องประชาชนยังหวนระลึกถึงผลงานที่โดดเด่นของนายอภิสิทธิ์ และได้ฝากขอบคุณมายังนายอภิสิทธิ์ ที่ยังมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน และยังคาดหวังว่านายอภิสิทธิ์ คงจะได้กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้งหนึ่ง
ส่วนปัญหาของประชาชนในพื้นที่พบว่าปัญหาหน้ากากอนามัย และเจลแอลกอฮอล์ สำหรับล้างมือและฆ่าเชื้อนั้นไม่ได้ขาดแคลน มีมากเพียงพอแล้ว ยังมีแต่ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ขาดแคลนอาหารการกินในการดำรงชีวิตประจำวัน แม้ว่าจะมีโครงการการเยียวยาจากรัฐบาลแล้วก็ตาม เพราะยังมีประชาชนบางส่วน ที่ยังเข้าไม่ถึงโครงการเยียวยาของรัฐบาลเลย จึงทำให้อารมณ์ความรู้สึกของประชาชนในชนบทมีความแตกต่างกัน คนที่ได้รับเงินเยียวยา ก็มีความดีใจ ขอบคุณรัฐบาล
ส่วนคนที่เสียโอกาสไม่ได้รับเงินเยียวยา ก็จะเสียใจโจมตีรัฐบาล เกิดข้อเปรียบเทียบกันในสังคม ระหว่างครอบครัวที่มีฐานะดีแต่ได้รับการเยียวยา กับครอบครัวคนยากจนกลับไม่ได้รับสิทธิ์เยียวยา ซึ่งปัญหาเหล่านี้นำไปสู่ความขัดแย้ง แตกแยก และความไม่พอใจของผู้คนในสังคมชนบท ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ขอให้รัฐบาลได้ตระหนักถึงปัญหาของประชาชนและรีบแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุด



