ยังแห่ให้กำลังใจ”ยิ่งลักษณ์” ทั้งกทม.-ตจว.หลั่งไหลต่อเนื่อง มอบดอกไม้ถึงบ้านพัก บิ๊กป้อมไม่สนน้ำตา”ปู” ยันต้องว่าไปตามกฎหมาย ย้ำอีกไม่คิดตั้งพรรค วิษณุแจงวุ่น ยุทธศาสตร์ 20 ปีไม่ขัดรธน. ยันทำสอบถามประชาชนล่วงหน้าแล้วตามมาตรา 77 ขณะสนช.อ้างรับฟังผ่านโซเชี่ยล มีคนให้ความเห็น 9 ราย และมีผู้เข้าชมกว่า 3 พัน “มีชัย”ขอนั่งเป็นกมธ.ร่วมกับสนช. ถกแก้ทั้งไพรมารี่โหวต-กกต.
ป้อมไม่รู้บิ๊กเจี๊ยบนั่งผบ.ทบ.ต่อ
เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวก่อนการประชุมสภากลาโหม ถึงการจัดทำบัญชีโยกย้ายนายทหารประจำปีว่า การประชุมสภากลาโหมวันนี้ยังไม่พูดคุยเรื่องการปรับย้ายนายทหารประจำปี และเรื่องดังกล่าวไม่จำเป็นต้องเข้าสภากลาโหม
เมื่อถามว่าพล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท จะยังคงดำรงตำแหน่งผบ.ทบ.ต่ออีก 1 ปีจนเกษียณหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตนยังไม่รู้ ตนยังไม่ได้หารือกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ถึงการปรับย้ายนายทหารประจำปี ต้องรอให้ทางเหล่าทัพส่งบัญชีโยกย้ายมาก่อนจึงจะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารระดับชั้นนายพล ซึ่งคิดว่าไม่น่ามีปัญหา ส่วนการประกาศบัญชีโยกย้ายนายทหารประจำปีนั้นคงออกตามเวลา
ลั่นไม่ตั้งพรรคการเมือง
พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงนิด้าโพลเผยผลสำรวจระบุประชาชนส่วนใหญ่ให้การสนับ สนุนรัฐบาลชุดนี้ตั้งพรรคการเมืองว่า ไม่ทราบเพราะไม่ได้เป็นคนตั้งพรรค ส่วนพล.อ.ประยุทธ์จะตั้งหรือไม่นั้น ก็ต้องไปถามเอง แต่ตนไม่ตั้งพรรค ส่วนจะแนะนำให้พล.อ.ประยุทธ์ลงเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ. ประวิตรกล่าวว่า ไม่มี ไม่คิด และไม่เคยคิด อีกอย่างพล.อ.ประยุทธ์เป็นถึงนายกฯ สามารถคิดเองได้ และเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับที่เคยอยู่ด้วยกันมาสมัยรับราชการทหาร
“ใครเป็นคนคิดก็บอกเขาไป ตอนนี้คสช.ทำทุกอย่างให้เป็นไปตามโรดแม็ป เมื่อถึงเวลาก็มีการเลือกตั้ง” พล.อ.ประวิตรกล่าว
เมื่อถามถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีต นายกฯ ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ในช่วงใกล้พิจารณาคดีรับจำนำข้าว พล.อ. ประวิตรกล่าวว่า ตนไม่มีความคิดเห็น แม้ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะร้องไห้ แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีการวิจารณ์โครง การรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนว่าให้สิทธิประโยชน์กับทางประเทศจีนมากเกินไป พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ใช่เช่นนั้น ทางกระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว โดยพิจารณาว่าสิ่งใดเหมาะสมและไม่เหมาะสม ดังนั้น ไม่ต้องห่วงว่าเราจะเสียเปรียบ ยืนยันว่าโครงการนี้ไม่มีการได้เปรียบหรือเสียเปรียบอย่างแน่นอน
เร่งสรุปจำนวนอาวุธเหล่าทัพ
พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมสภากลาโหมว่า พล.อ.ประวิตรเน้นย้ำให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและทุกเหล่าทัพให้การสนับสนุนการสร้างสามัคคีปรองดองที่ประชาชนมีส่วนร่วมสนับสนุน และเน้นย้ำการสำรวจและเชื่อมโยงกล้องวงจรปิด หรือซีซีทีวี ให้สามารถใช้งานได้ทุกตัวและครอบคลุมการดูแลรักษาความปลอด ภัยของหน่วยในลักษณะเรียลไทม์ ตลอดจนปรับปรุงคุณภาพและมาตรฐานของระบบให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานอื่นๆ ได้
พล.ต.คงชีพกล่าวว่า ส่วนปัญหาการค้าอาวุธสงครามทางระบบไปรษณีย์ รวมถึงการปลอมแปลงเป็นรถยนต์ของทางราชการเพื่อหลีกเลี่ยงการค้นหาของเจ้าหน้าที่ในการขนส่งอาวุธสงครามโดยมีทหารและพลเรือนเข้ามาเกี่ยวข้องนั้น พล.อ.ประวิตรกำชับให้ทุกเหล่าทัพเพิ่มความกวดขัน โดยให้หน่วยที่มีคลังอาวุธในสังกัดเพิ่มความเข้มงวดในการจัดเก็บและเบิกจ่ายอาวุธ ยุทโธปกรณ์กระสุน และวัตถุระเบิด เน้นย้ำว่าต้องไม่มีกำลังพลเกี่ยวข้องกับการค้าอาวุธสงครามอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ กองทัพจะไม่ปกป้องกำลังพลที่กระทำความผิดอย่างเด็ดขาดและจะดำเนินการให้ถึงที่สุด นอกจากนี้ ยังขอให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพเร่งสรุปจำนวนชนิดยุทโธปกรณ์ของกองทัพที่มีอยู่ ให้เสร็จในเดือนมิ.ย.นี้ เพื่อเตรียมข้อมูลส่งให้พล.อ.ประยุทธ์ที่จะเดินทางไปเยือนสหรัฐ ตามคำเชิญของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธา นาธิบดีสหรัฐ
ส่งทหารแจงชาวบ้านปม”ม.44″
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. เปิดเผยผลการประชุมสำนักเลขาธิการคสช. โดยมี พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร รองผบ.ทบ. ในฐานะรองเลขาธิการคสช.เป็นประธาน ซึ่งให้ความสำคัญกับการใช้กลไก กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย(กกล.รส.) และฝ่ายปกครอง ในการสร้างความเข้าใจกับประชา ชนเกี่ยวกับความคืบหน้าในงานบริหารราชการแผ่นดิน และประเด็นที่กำลังเป็นที่สนใจของสังคม อาทิ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมการคมนาคมขนส่ง กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับประชาชน ฯลฯ รวมทั้งการใช้มาตรา 44 ในการขับเคลื่อนวาระเร่งด่วนและคลี่คลายปัญหาสำคัญของประเทศ เช่น การใช้ที่ดิน ส.ป.ก.ในกิจการพลังงาน ความร่วมมือรถไฟไทย-จีน เป็นต้น
พ.อ.หญิงศิริจันทร์กล่าวว่า การประชุมในวันนี้ รองเลขาธิการ คสช. ได้มอบหมายให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยกองทัพภาคร่วมกับส่วนราชการจัดเตรียมพื้นที่และความพร้อมในการเปิดเวทีสาธารณะ เพื่อชี้แจงสาระสำคัญของร่างสัญญาประชาคมให้ประชาชนได้รับทราบ อันเป็นส่วนสำคัญในกระบวนการสร้างความสามัคคีปรองดอง โดยมีกำหนดดำเนินการใน 1-2 สัปดาห์นี้ ต่อจากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนของการประกาศเป็นสัญญาประชาคมฉบับสมบูรณ์ต่อไป
ทปก.เคาะกม.มีส่วนร่วม-ข้อมูล
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อกำกับการปฏิรูปกฎหมาย (ทปก.) เป็นประธานการประชุมทปก. ครั้งที่ 3/2560 โดยพิจารณาร่างกฎหมายที่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน 2 ฉบับ คือ ร่างพ.ร.บ.การมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ พ.ศ. … และร่างพ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ พ.ศ. … ที่ผ่านการพิจารณาของสปท.แล้ว โดยใช้เวลาหารือนานกว่า 3 ชั่วโมง
จากนั้นนายวิชญะ เครืองาม ประธานคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์และรับฟังความคิดเห็น ในฐานะโฆษกทปก. แถลงว่า ทปก.มีมติให้สำนักงานปลัดสำนักนายกฯ (สปน.) ส่งร่างพ.ร.บ.ทั้งสองฉบับให้ครม.พิจารณา ซึ่งทั้งสองฉบับเกี่ยวข้องกับแนวทางการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยร่างพ.ร.บ.การมีส่วนร่วมฯ ที่กำหนดในคำนิยามมาตรา 3 “นโยบายสาธารณะ” และ “กระบวนการนโยบายสาธารณะ” หมายถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนตั้งแต่เริ่มโครงการ ดำเนินและตรวจสอบการดำเนินนโยบายสาธารณะ เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมเป็นกรรมการ โดยเฉพาะผู้มีส่วนได้เสียที่ได้รับผลกระทบในการดำเนินนโยบายและตัดสินใจนโยบายสาธารณะ เป็นไปตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 59
นายวิชญะกล่าวต่อว่า ส่วนร่างพ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ มีเจตนารมณ์เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้เข้าถึงข้อมูลสาธารณะได้สะดวก มีประสิทธิภาพ ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบการดำเนินงานของภาครัฐ เพื่อป้องกันการทุจริตของภาครัฐ ที่ประชุมยังได้เร่งรัดกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และให้ยกร่างกฎหมายข้อมูลเกี่ยวกับความลับและความมั่นคง และยังได้ติดตามความคืบหน้าร่างพ.ร.บ.วิสาหกิจเพื่อสังคม ที่กมธ.สปท.ด้านเศรษฐกิจส่งหนังสือประกอบ ร่างฯมาแล้ว และจะจัดทำรับฟังความคิดเห็น ตามมาตรา 77 ในวันที่ 26 ก.ค.นี้
ปชป.ยันลุยค้านยุทธศาสตร์ 20 ปี
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์อาจพิจารณายื่นเรื่องถึงศาลรัฐธรรมนูญ ตีความว่าการร่างพ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ว่าขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 77 หรือไม่ว่า ในวันที่ 29 หรือ 30 มิ.ย.นี้ ตนจะพูดคุยอย่างไม่เป็นทางวงเล็กกับทีมกฎหมายของพรรคก่อน จากนั้นจึงจะพูดคุยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค
“เนื่องจากเห็นว่าร่างกฎหมายดังกล่าวไม่ได้รับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และกระบวนการสุ่มเสี่ยงมาก แม้จะบอกว่ารับฟังความคิดเห็นประชาชนแล้ว แต่ตนไม่เชื่อเพราะหากรับฟังจริง กฎหมายแบบนี้ไม่ผ่านอย่างแน่นอน และจะเหมือนเวทีการทำประชาพิจารณ์แก้ไขปรับปรุง (ร่าง)พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่…) พ.ศ. …หรือกฎหมายบัตรทองที่วุ่นวายประชาชนคัดค้าน” นายวิรัตน์กล่าว
สนช.ยันแผน 20 ปีรับฟัง 8-9 ราย
พล.ร.อ.พัลลภ ตมิศานนท์ โฆษกกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.การจัดทำยุทธ ศาสตร์ชาติ สนช.กล่าวถึงกรณีพรรคประชา ธิปัตย์เตรียมยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญตีความร่างพ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ ทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 77 วรรค 2 ที่ไม่ผ่านกระบวนการรับฟังความเห็นจากประชาชนว่า ยืนยันร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ กระบวนการพิจารณาของกมธ.ทำตามขั้นตอนกฎหมายทุกกระบวนการ ตั้งแต่ขั้นตอนที่รัฐบาลยกร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ก็มีการนำเสนอร่างกฎหมายผ่านเว็บไซต์ www.thaigov.go.th ให้ประชาชนเข้ามาแสดงความเห็น ซึ่งมีผู้เข้ามาดู 3,000 กว่าความเห็น และมีผู้แสดงความคิดเห็น 8-9 ราย จากนั้นกมธ.นำสิ่งที่ประชาชนแสดงความเห็นมาร่วมพิจารณาประกอบในขั้นตอนการพิจารณาร่างพ.ร.บ.
พล.ร.อ.พัลลภกล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีการเผยแพร่เนื้อหาร่างกฎหมายผ่านทางสื่อต่างๆ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ ถือว่าทำครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77 วรรค 2 ทุกอย่าง อีกทั้งเมื่อร่างพ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมายแล้วจะต้องเขียนแผนยุทธศาสตร์ชาติให้เสร็จภายใน 1 ปี ซึ่งยังมีขั้นตอนให้ประชาชนร่วมแสดงความเห็นอีก 2 ครั้งคือ 1.ขั้นตอนก่อนเขียนแผนยุทธศาสตร์ชาติว่า อยากให้มียุทธศาสตร์ด้านใดบ้าง และ 2.หลังเขียนแผนยุทธศาสตร์ชาติเสร็จ ต้องให้ประชาชนแสดงความเห็นอีกครั้งว่า แผนยุทธศาสตร์แต่ละด้านเป็นอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ร่างพ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติไม่ใช่การมัดมือชก หรือเป็นข้อผูกมัดให้รัฐบาลในอนาคตต้องปฏิบัติตาม แต่เป็นอุปกรณ์ให้รัฐบาลมีทิศทาง แนวทางการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ และยุทธศาสตร์ชาติยังทบทวนได้ทุก 5 ปี โดยให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติเป็นผู้เสนอปรับปรุงแก้ไขให้ครม.พิจารณา
รัฐบาลไม่กังวลโดนร้องขัดรธน.
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีนายวิรัตน์เตรียมยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่างพ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ และร่างพ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการปฏิรูปประเทศ ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 77 ที่ระบุให้ต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนว่า รัฐบาลยืนยันว่าการจัดทำร่างกฎหมายทั้งสองฉบับเป็นไปตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์รัฐบาลไทย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) จริง
“ไม่กังวลหากมีผู้ไปยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพราะทำตามขั้นตอนของรัฐ ธรรมนูญแล้วโดยใช้เวลารับฟังความเห็นประชาชนมามากพอสมควรแล้ว ไม่ได้รีบทำรีบจบ การไปยื่นตีความจึงไม่มีผลเพราะเราทำตามมาตรา 77 แล้ว และเมื่อร่างกฎหมายทั้งสองฉบับผ่านสนช.แล้ว ทุกอย่างจึงต้องเดินหน้าต่อตามขั้นตอน” นายสุวิทย์กล่าว
วิษณุแจงวุ่น-รับฟังล่วงหน้าแล้ว
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงร่างพ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ และร่างพ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการปฏิรูปประเทศ ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 77 ที่ระบุไว้ให้ต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนว่า ไม่เป็นอะไรและไม่ห่วง เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ สามารถทำได้ โดยต้องชี้แจงว่ารัฐบาลได้เปิดรับฟังความเห็นของร่างทั้งสองฉบับมาแล้วระดับหนึ่ง แต่ขณะนั้นไม่มีหลักเกณฑ์กำหนดเกี่ยวกับการรับฟังความเห็น แต่เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 6 เม.ย. จึงเริ่มนับกระบวนการที่กำหนดไว้ว่าจะต้องจัดทำร่างกฎหมายภายใน 120 วัน ซึ่งอาจทำให้เสร็จภายใน 1-2 วันก็ได้ จึงต้องยกร่างกฎหมายไว้ก่อนแล้วนำมาเสนอเข้าสู่กระบวนพิจารณาของสนช.
นายวิษณุกล่าวว่า หากไปนับกระบวนการ 120 วัน กับขั้นตอนการเปิดรับฟังความเห็นด้วยจะหมดเวลาไป 60 วัน และไม่ทันต่อการพิจารณาของสนช. ดังนั้น ครม.ต้องมีมติออกไปก่อนให้เริ่มรับฟังความเห็น ยืนยันว่าไม่มีอะไรผิดปกติ แม้การรับฟังจะเกิดก่อนที่รัฐธรรมนูญมีผลใช้บังคับ เพราะการพิจารณาของครม.เป็นการเริ่มต้นนับหนึ่ง แต่การดำเนินการที่ต้องทำให้เสร็จภายใน 120 วันนั้นนับเมื่อจัดทำร่างเสร็จ ซึ่งรัฐธรรมนูญเน้นว่าต้องทำกฎหมายให้เสร็จใน 120 วัน ร่างกฎหมายทั้งสองฉบับได้เตรียมไว้เมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมา แต่ก่อนหน้านั้นสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) ได้จัดทำร่างพร้อมกับรับฟังความเห็นไว้ก่อนแล้ว ต่อมารัฐบาลนำร่างของสปท.มาปรับปรุงแก้ไข เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้ห้ามไว้
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่อง กระบวนการต่างๆ จะต้องหยุดไว้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ถ้าศาลรับเรื่องก็ต้องหยุด แต่จะรับหรือไม่นั้นไม่ทราบ
ศรีสุวรรณยื่นชี้กม.พรรคขัดรธน.
นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ด้วยสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยตรวจสอบพบว่ากรณีสนช. พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ… แล้ว โดยผ่านวาระที่ 3 ไปแล้วเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2560 ที่ผ่านมา จากผลการพิจารณาการให้ความเห็นชอบของ สนช. ทางสมาคมเห็นในมาตรา 9(1) ของร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 95 ประกอบมาตรา 45 กล่าวคือให้คนต่างด้าวที่มีสัญชาติไทยเกินกว่า 5 ปีแล้วมีสิทธิเข้ามาเป็นสมาชิกและเป็นกรรมการหรือผู้บริหารพรรคการเมืองได้นั้น หากนำมาประกาศและบังคับใช้จะก่อให้เกิดปัญหาต่ออำนาจอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยของประชาชนในอนาคต อันมิอาจป้องกันหรือแก้ไขได้
นายศรีสุวรรณกล่าวว่า สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงเห็นว่าร่างพ.ร.บ. ดังกล่าวไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรม นูญ จึงนำคำร้องไปยื่นร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยถึงข้อขัดแย้งของร่างพ.ร.บ.พรรค การเมือง มาตรา 9(1) ของร่างขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 95 ประกอบมาตรา 45 หรือไม่ โดยจะไปยื่นร้องวันอังคารที่ 27 มิ.ย.นี้ เวลา 10.00 น. ที่ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ศูนย์ราชการฯ
ชทพ.ยื่นกรธ.-ค้านไพรมารี่
ที่รัฐสภา นายพิสิษฐ์ พิทยาฐากุลเจริญ นายทะเบียนสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ได้รับมอบหมายจากนายธีระ วงศ์สมุทร หัวหน้าพรรค นำหนังสือมายื่นต่อนายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เพื่อคัดค้านและให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับระบบการคัดเลือกผู้สมัครเบื้องต้นและการส่งสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรค หรือไพรมารี่โหวต เพราะเห็นว่าระบบดังกล่าวอาจส่งผลทำให้สิทธิของผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่ทั้งที่เป็นและไม่เป็นสมาชิกพรรค ไม่สามารถลงคะแนนเลือกตั้งผู้ที่จะสมัครที่เป็นคนดีมีคุณธรรม ซื่อสัตย์และเป็นที่เคารพรักโดยทั่วไปในเขตเลือกตั้ง รวมทั้งอาจส่งผลถึงคะแนนรวมที่จะนำมาคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อได้ เนื่องจากการลงคะแนนให้ผู้สมัครส.ส.แบ่งเขตเลือกตั้งใบเดียว ต้องนำคะแนนดังกล่าวมาคำนวณจำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อ
นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อการเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้น เช่น กระบวนการและขั้นตอนที่ได้ผู้สมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคเกิดความลักลั่น ไม่เท่าเทียมกัน บางคนได้มาจากในเขตเลือกตั้งของตนเอง ขณะที่บางคนได้มาจากในเขตเลือกตั้งอื่น ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค
เสนอตัดข้อความในมาตรา 135/1
ในหนังสือระบุข้อความจากนายธีระว่า ความไม่พร้อมของระบบการคัดเลือกเบื้องต้น จะส่งผลกระทบต่อคะแนนที่จะมาคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีพรรคอีกด้วย เช่นเดียวกับการกำหนดให้สมาชิกพรรค 1 คนเลือกส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 15 คน อาจไม่ได้คนดีมีความรู้ความสามารถมาอยู่ในลำดับต้นๆ เนื่องจากผู้ลงคะแนนไม่รู้จักและคุ้นเคยกับรายชื่อในบัญชีเหล่านั้นมาก่อน จึงไม่สะท้อนความเป็นจริงตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย และจะเกิดความยุ่งยากเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการจัดคัดเลือกผู้สมัครเบื้องต้น ว่าค่าใช้จ่ายส่วนใดจะเป็นของผู้สมัครส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ ขณะนี้พรรคและนักการเมืองไม่สามารถจัดทำกิจกรรมทางการเมืองได้ตามประกาศคสช. ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อการใช้ระบบการคัดเลือกเบื้องต้น เนื่อง จากพรรคและนักการเมืองมีภารกิจมากที่ต้อง เตรียมการ เพื่อให้เกิดความพร้อมรองรับการเลือกตั้งระบบใหม่
ดังนั้น ขอให้นำร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยพรรค การเมือง หมวด 3 การส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง มาตรา 47 เดิมที่เสนอที่ กรธ.และกกต. กลับมาบัญญัติไว้ในบทเฉพาะกาล มาตรา 135/1 แทน โดยตัดข้อความในมาตรา 135/1 ที่สนช.เพิ่มไว้ใหม่ทั้งหมด กรธ.และกกต.ได้ไตร่ตรองจนตกผลึกว่าร่างพ.ร.บ. มาตรา ดังกล่าว มีความเหมาะสมกับสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญปี 2560 และไม่ยุ่งลำบากนักที่พรรคจะปฏิบัติได้ และสนช.จะได้ระบบการคัดเลือกผู้สมัครเบื้องต้นเพื่อส่งสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคในการเลือกตั้งครั้งถัดไป
มีชัยร่วมนั่งกมธ.ถก”พรรค-กกต.”
ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกระแสพรรคการเมืองคัดค้านระบบไพรมารี่โหวต ในร่างกฎหมายพรรคการเมือง ที่สนช.ปรับแก้ว่า กรธ.กำลังศึกษาร่างกฎหมายพรรคการเมืองในส่วนที่สนช.แก้ไขอยู่ แม้ตัวแทนจากกกต.ที่มาชี้แจงอาจบอกว่าไม่มีปัญหาในการปฏิบัติ แต่กรธ.ไม่เข้าใจ ยังเห็นว่าอาจมีปัญหา จึงต้องทบทวนว่าขัดแย้งกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญตรงไหน ถ้ามีก็จะเสนอเพื่อตั้งกมธ.ร่วม 11 คน ประเด็นการทำให้ส่งส.ส.ลงเลือกตั้งไม่ทัน หรือทำให้การเลือกตั้งสะดุดไม่ราบเรียบ อาจเป็นประเด็นโต้แย้งได้ ตอนนี้ไม่ได้มีแค่พรรคเล็กที่คัดค้าน แต่พรรคใหญ่ก็ไม่เห็นด้วย หากกรธ.ทำข้อ โต้แย้งกฎหมายลูกว่าด้วยพรรคการเมือง ตนจะเป็นตัวแทนไปร่วมหารือในชั้นกมธ.ร่วมด้วยตัวเอง เช่นเดียวกับกฎหมายว่าด้วยกกต. ที่กกต.เห็นแย้ง ตนก็จะไปร่วมเป็นกมธ.ร่วมด้วย
“ตัวแทนของกกต.อาจถูกสั่งให้มาบอกกรธ.ว่าไม่มีปัญหาก็ได้ เพราะเวลากรธ.ซัก ตัวแทนของกกต.ก็ตอบไม่ได้ การชี้แจงของ กกต. นอกจากจะไม่ชัดเรื่องปัญหาในทางปฏิบัติแล้ว ยังอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญด้วย โดยเฉพาะการตีความว่าไพรมารี่โหวตคือเลือกตั้ง กกต.มีอำนาจควบคุม แจกใบเหลืองใบแดงได้ แต่ถามกลับว่าถ้าไพรมารี่โหวตคือเลือกตั้ง แล้วทำไมกกต.ไม่ไปจัด ทำไมพรรคจึงต้องทำไพรมารี่โหวตเอง นี่คือสิ่งที่กกต.ตอบไม่ได้ เป็นการตีความขัดแย้งกันเอง กกต.บอกไม่มีปัญหา แต่เรื่องของบ้านเมือง ถ้ามันเป็นปัญหาสำหรับคนอื่น ก็ต้องแก้” นายมีชัยกล่าว
ตั้งกมธ.หารือกฎหมาย”กกต.”
ด้านนายชาติชายกล่าวว่า ข้อเสนอและข้อทักท้วงของตัวแทนพรรคนั้น ตนจะนำเข้าสู่ที่ประชุมกรธ. ในช่วงบ่ายวันนี้ ส่วนจะนำไปสู่มติของกรธ. นำส่งความเห็นไปยังนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เพื่อตั้งกมธ.ร่วม 3 ฝ่ายหรือไม่นั้น ยังตอบไม่ได้ ทั้งนี้มีหลักการที่ต้องพิจารณา คือหากบทบัญญัติที่ตัวแทนพรรคทักท้วงมีปัญหาทางข้อกฎหมาย กรธ.ต้องหารือเพื่อวางหลักพิจารณากับสนช. แต่หากพิจารณาแล้วว่าเป็นประเด็นปัญหาในทางปฏิบัติของพรรค ต้องให้ กกต.เป็นผู้พิจารณากำหนดระเบียบหรือขั้นตอนอื่นๆ รองรับ เพราะเรื่องนี้ต้องพิจารณาโดยหลักสำคัญด้วยว่าการบัญญัติกฎหมายใดต้องไม่สร้างปัญหาในทางปฏิบัติด้วย เนื่องจาก หลักการของระบบไพรมารี่โหวต ที่ให้สมาชิกพรรคหรือตัวแทนพรรคมีส่วนร่วมคัดเลือกผู้สมัครนั้นเป็นสิ่งที่กรธ.เห็นด้วยและยอมรับ
นายนรชิต สิงหเสนี โฆษกกรธ. แถลงว่า ประธานสนช.ได้มีหนังสือลงวันที่ 26 มิ.ย. แจ้งว่า กกต.ได้มีหนังสือส่งเอกสารความเห็นว่าร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยกกต. ที่สนช.ให้ความ เห็นชอบแล้ว ไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 267 วรรคห้า บัญญัติให้สนช.ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา 1 คณะ โดยที่ประชุม กรธ.มีมติให้กรรมการร่างรัฐธรรมนูญเข้าเป็นกมธ.วิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยกกต. 5 คน ซึ่งทางวิป สนช.จะนำเรื่องนี้หารือในวันที่ 27 มิ.ย. นอกจากนั้นวันนี้กรธ.ได้รับร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ… ภายหลังจากที่ผ่านวาระ 3 แล้ว ขณะเดียวกันได้ส่งร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน พ.ศ… ให้กับสนช.แล้วเช่นเดียวกัน ซึ่งถือเป็นร่างพ.ร.ป.ฉบับที่ 4 ที่กรธ.ส่งให้กับ สนช.
ยังแห่ให้กำลังใจ”ปู”ถึงบ้านพัก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ ที่บ้านพักซอยโยธินพัฒนา 3 ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ มีประชาชนจากกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง เดินทางมามอบดอกไม้เพื่อให้กำลังใจน.ส.ยิ่งลักษณ์ หลังจากเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ได้จัดกิจกรรม “ยิ่งลักษณ์พบแฟนเพจ 6 ล้านไลก์” และมีการถ่ายทอดสด ทำให้ประชาชนที่ต้องการจะให้กำลังใจอดีตนายกฯเดินทางมาเพื่อนำดอกไม้มามอบให้อดีต นายกฯ เพื่อเป็นกำลังใจในการต่อสู้คดีและให้ผ่านปัญหาอุปสรรคต่างๆ ไปได้ด้วยดี
บรรยากาศการเดินทางมาของประชาชน เริ่มมีมาตั้งแต่ช่วงเช้า บางคนมานั่งรอที่บริเวณแปลงผักและทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเวลาประมาณ 09.30 น. เจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ทราบว่าได้เรียนให้คนใกล้ชิดของอดีตนายกฯทราบแล้ว และอดีตนายกฯจะลงมาพบกับพี่น้องประชาชนประมาณ 10.00 น. โดยประชาชนที่มารอพบเพื่อมอบดอกไม้ให้กำลังใจประมาณ 500 คน
น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวกับประชาชนที่มาให้กำลังใจว่า “ขอบคุณทุกท่านที่มาให้กำลังใจ รู้สึกตื้นตันและดีใจมากๆ ที่มีประชาชนเข้าใจและเห็นใจ ในช่วงเวลาเช่นนี้ จริงๆ ไม่ได้เปิดบ้านให้คนมาให้กำลังใจ แต่กิจกรรมพบแฟนเพจที่จัดนั้นเป็นข้อเรียกร้องของแฟนเพจที่อยากมาชมสวนผักที่ปลูกไว้ ซึ่งอยากบอก กับทุกๆ คนว่าทุกกำลังใจสำคัญเสมอ” น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าว
ปชป.หนุน”สุรินทร์”ชิงผู้ว่าฯกทม.
นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตรมว.ต่างประเทศ อดีตเลขาธิการอาเซียน และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงข่าวเตรียมลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.หลังจากที่ได้มีการพูดคุยภายในพรรคอย่างไม่เป็นทางการว่า ขณะนี้ตนประชุมอยู่สตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว และตอนนี้ยังไม่มีอะไรจะพูด ส่วนจะลงสมัคร รับเลือกตั้งหรือไม่นั้นตนยังไม่ทราบและ ยังไม่ได้มีการปรึกษาหารือกับใครในพรรคประชาธิปัตย์แต่อย่างใด
ด้านนายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว และยังไม่ได้คุยกับหัวหน้าพรรค แต่ก็ดีใจที่มีคนคุณภาพกลับมาช่วยงานพรรค ทั้งนี้หากนายสุรินทร์จะลงสมัครผู้ว่าฯกทมจริงก็ขึ้นอยู่กับชาวกทม. และนายสุรินทร์ก็ต้องลงพื้นที่เพื่อพิสูจน์ให้ชาวกทม.เห็นว่าตั้งใจจะมารับใช้เขาจริงๆ เชื่อว่ายังมีเวลาอีกมากเพราะคสช.ยังไม่ให้เคลื่อนไหวทาง การเมือง และพรรคยังไม่มีการประชุมพรรคจึงตอบไม่ได้ แต่พรรคประชาธิปัตย์มีคนพร้อมลงสมัครเยอะ