มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ ร้อง คณะกมธ.สภาฯ แนบ 6 หมื่นรายชื่อคนรักสัตว์ ชง แก้ พ.ร.บ.ทารุณกรรมสัตว์ ยกเคส “เตี้ย มช.” เป็นตัวอย่าง

เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ที่รัฐสภา นายนิติพล ผิวเหมาะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือร้องเรียนจากนายสุรินทร์ เมทะนี ที่ปรึกษามูลนิธิวอชด็อก ไทยเลนด์

เรียกร้องเพื่อให้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการคุ้มครองสัตว์ในประเทศไทย พร้อมแนบไฟรายชื่อจากประชาชน และคนรักสัตว์มากกว่า 6 หมื่นรายชื่อ ที่เรียกร้องให้ปรับปรุงกฎหมายคุ้มครองสัตว์ โดยมีกรณี “เตี้ย มช.” เป็นคดีตัวอย่าง

นายสุรินทร์ กล่าวว่า สืบเนื่องในจุบันในประเทศไทยมีการทารุณกรรมสัตว์เพิ่มมากขึ้น แต่การบังกับใช้กฎหมายกลับไม่มีประสิทธิภาพ สืบเนื่องจากความไม่ชัดเจนของข้อกฎหมาย การไม่เป็นสากล ไม่สามารถนำมาบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิผล

อีกทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ความเข้าใจในการนำ พ.ร.บ.ป้องกันทารุณกรรมสัตว์มาบังคับใช้ กฎหมายที่เกี่ยวกับสัตว์ ไม่มีประสิทธิภาพพอที่จะนำมาบังคับใช้อย่างเต็มที่ ในปัจจุบันพ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ที่ออกมา ไม่มีบทลงโทษชัดเจน ไม่มีการกำหนดโทษขั้นต่ำสุดถึงสูงสุด

การตัดสินคดีการประเมินชีวิตของสัตว์เป็นทรัพย์สินที่สามารถจ่ายเป็นสินไหมทดแทนได้ แทนที่จะคำนึงถึงคุณค่าในการดำรงชีวิต และมีบทลงโทษในการกระทำผิดเยี่ยงการกระทำเช่นเดียวกับมนุษย์ การปล่อยให้ผู้กระทำความผิดทารุณกรรมสัตว์ในรูปแบบต่างๆ

แม้จะพ้นผิดหรือได้รับโทษน้อยแทบทุกคดีที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในอดีตที่ผ่านมา ไม่ได้ส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทที่เป็นประเทศที่เป็นศูนย์กลางแห่งพุทธศาสนา และทำให้ผู้กระทำความผิดเกิดความไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ทำให้เกิดการกระทำทารุณกรรมสัตว์ในรูปแบบต่างๆเพิ่มมากยิ่งขึ้น ส่งผลต่อจิตใจและเป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีต่อเยาวชนไทย

นางสุรินทร์ กล่าวต่อว่า มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ และกลุ่มคุ้มครองสิทธิสัตว์แห่งประเทศไทย รวมทั้งองค์กร พันธมิตร ที่ทำงานที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิภาพสัตว์ และการป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ จึงอยากเรียกร้องให้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ ในประเทศไทยให้มีความทันสมัยตามหลักสากล

และมีการบรรจุบทลงโทษต่อผู้กระทำความผิด ให้เป็นคดีอาญาที่ว่าด้วยการบังคับ เข่นฆ่า ทำร้ายชีวิตสัตว์ ให้มีบทลงโทษฉกเช่นเดียวกับการใช้กฎหมายที่ใช้คุ้มครองชีวิตมนุษย์ ทางกลุ่มฯ เชื่อว่าทุกชีวิตมีคุณค่าเท่าเทียมกัน

จึงได้ทำหนังสือเพื่อร้องขอให้นำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาในสภา และให้มีการตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) ในการดูแลปกป้องสิทธิสัตว์และสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย เพื่อให้ประเทศไทยได้มีบรรทัดฐานเทียบเท่ากับนานาอารยะประเทศที่กำลังขับเคลื่อนเรื่องสิทธิสัตว์และสิ่งแวดล้อมต่อไป


 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน