เมื่อวันที่ 6 ก.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)ต่อการแก้รัฐธรรมนูญ ที่ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ว่า ขณะนี้ส.ว.ยังเสียงแตกทางความคิดเห็น มีทั้งฝ่ายที่สนับสนุนให้ตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.)มายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับและไม่ให้ตั้งส.ส.ร.มายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส.ว.มีการตั้งกลุ่มส.ว. 60 กว่าคน ใช้ชื่อว่า “กลุ่มส.ว.อิสระ” ส่วนใหญ่เป็นพลเรือน ไม่มีทหาร ตำรวจ
พร้อมตั้งกลุ่มไลน์ขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นกัน แนวทางของกลุ่มเห็นตรงกันว่า สนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่อยากให้มีการแก้ไขเป็นรายมาตรา พร้อมให้แก้ไขมาตรา 272 เรื่องการยกเลิกอำนาจส.ว.ในการลงมติเลือกนายกฯ
นายกิตติศักดิ์ รัตนะวราหะ ส.ว. กล่าวว่า ยอมรับว่าอยู่ในกลุ่มส.ว.อิสระ เป็นกลุ่มที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ แนวทางของกลุ่มมีความชัดเจนสนับสนุนให้แก้รัฐธรรมนูญ แต่ควรแก้ไขแบบรายมาตรา ไม่ใช่การตั้งส.ส.ร.มายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ เพราะมองว่า ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่ใช่เป็นตัวแทนประชาชนจริงๆ แต่เป็นเงาส.ส. ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังคงมีปัญหาความขัดแย้งไม่จบ และไม่สบายใจว่าส.ส.ร.จะยกร่างรัฐธรรมนูญเลยเถิดไปขนาดไหน
“กลุ่มส.ว.อิสระพร้อมให้แก้รัฐธรรมนูญ แต่ควรทำเป็นแบบรายมาตรา เพราะจะไม่สร้างความขัดแย้ง และประหยัดงบประมาณ หากจะมีการแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 272 ตัดอำนาจส.ว.โหวตนายกฯก็ไม่ขัดข้อง เพราะแต่ละคนเห็นตรงกันว่า หมดความจำเป็นที่จะให้ส.ว.มาโหวตเลือกนายกฯแล้ว ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องการเป็นนายกฯต่อ ต้องใช้ความสามารถตัวเองไปหาเสียงสนับสนุนจากส.ส.เอง เพื่อพิสูจน์บารมี จะได้มีความสง่างาม ไม่ต้องใช้เสียงส.ว.มาช่วย จะได้ไม่ถูกมองเรื่องการสืบทอดอำนาจ”นายกิตติศักดิ์กล่าว
นายกิตติศักดิ์กล่าวว่า ในวันที่ 8 ก.ย. เวลา 10.00 น. กลุ่มส.ว.อิสระจะประชุมกันที่รัฐสภา เพื่อหารือกันถึงแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ น่าจะมีข้อสรุปที่ชัดเจนออกมาว่า กลุ่มจะสนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญในแนวทางใด ส่วนที่ส.ว.คนอื่นๆมีความคิดเห็นแตกแยกกันไปหลายทางนั้น ไม่ถือเป็นความแตกแยก แต่ละคนมีความคิดแนวทางของตัวเอง แต่เชื่อว่าสุดท้ายแล้ว ส.ว.ทุกคนจะเห็นไปในแนวทางเดียวกันหมด
ส่วนตัวไม่ขัดข้องเลยถ้าจะแก้มาตรา 272 ริบอำนาจส.ว.เรื่องการโหวตนายกรัฐมนตรี เพราะมองว่า ไม่มีความจำเป็นแล้ว รวมถึงมาตราอื่นก็พร้อมสนับสนุนให้แก้ไข เช่น การกลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ การคำนวณระบบส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน ยกเว้นรัฐธรรมนูญ หมวด 1 และ2 รวมถึงหมวดที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันทุจริตที่ไม่ควรแตะต้อง
ด้านนายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. ให้สัมภาษณ์ว่า โดยภาพรวมแล้วรัฐธรรมนูญ 2560 ในส่วนของบทถาวร มีข้อดีอยู่พอสมควร โดยเฉพาะเมื่อพิจารณามาตรา 144 ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ไม่ให้นักการเมืองเข้ามามีส่วนใช้งบประมาณแผ่นดิน แต่สำหรับเสียงคัดค้านในบทเฉพาะกาลที่เป็นเสมือนส่วนยอดภูเขาน้ำแข็งของความขัดแย้งทางการเมืองในรอบ 15 ปีที่ผ่านมา
อย่างมาตรา 269 ประกอบมาตรา 272 ที่กำหนดให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คัดเลือก 250 ส.ว. แล้วส.ว.ร่วมเลือกอดีตหัวหน้าคสช.เป็นนายกฯ ยอมรับว่าตรงนี้ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยตามปกติ แต่ได้รับการอรรถาธิบายแก้ต่างจากหลายคน รวมทั้งตนว่าเป็นระบอบการเมืองเฉพาะกิจ และเฉพาะกาลในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพื่อให้บรรลุ 2 เป้าหมาย คือความสงบสุขในบ้านเมือง อย่างน้อยก็ชั่วคราว และเพื่อให้การปฏิรูปประเทศตามแผนงานเดินหน้าได้ดี ในช่วง 5 ปีแรก แต่บัดนี้ทั้ง 2 เป้าหมายไม่สามารถบรรลุผลได้ โดยเฉพาะการปฏิรูปประเทศอย่างการปฏิรูปตำรวจ ที่จำเป็นต้องกล่าวด้วยความเจ็บปวดว่ารัฐบาลชุดนี้สอบไม่ผ่าน
เมื่อชั่งน้ำหนักแล้วตนขอตอบโจทย์โดยไม่ลังเล ขณะนี้ไม่มีความคุ้มค่าที่จะคงมาตรการพิเศษเฉพาะกิจ และเฉพาะกาลช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยเฉพาะที่อ้างว่าเพื่อให้การปฏิรูปประเทศเดินหน้าไว้อีกต่อไป ทำให้ตรงเป้าที่สุดก็คือตัด มาตรา 272 อำนาจร่วมเลือกนายกฯของ 250 ส.ว.ออกไปจากรัฐธรรมนูญ ความคิดเบื้องต้นของตน คือ ควรแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราว่ากันเป็นประเด็นๆไปก่อน โดยต้องรวมประเด็นที่เป็นปัญหาเร่งด่วนที่สุด หรือที่ถูกมองว่าไร้ความชอบธรรมที่สุด คือมาตรา 272 ไว้ด้วย จะเหมาะสมกว่าการแก้ไขให้เกิดการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับโดยส.ส.ร.