อุทธรณ์ยืนยกฟ้อง ‘กิตติศักดิ์’ ชายชุดดำปี’53 ครอบครองระเบิด ทนายเตรียมนำคำพิพากษายื่นอุทธรณ์คดีชายชุดดำ

6 ก.ย. 2560 - 15:13 น.

เมื่อวันที่ 6 ก.ย. ที่ห้องพิจารณา 710 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ.1940/2558 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายกิตติศักดิ์ หรืออ้วน สุ่มศรี หนึ่งในกลุ่มชายชุดดำ เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันมีวัตถุระเบิด อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านโดยไม่มีเหตุอันสมควร

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

คำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2553 จำเลยร่วมกับพวกอีก 2 คน ร่วมกันครอบครองวัตถุระเบิด วงจรระเบิด อาวุธปืนสงครามซุกซ่อนในรถยนต์ฮอนด้าซีวิค ซึ่งมีผู้แจ้งหายจอดทิ้งไว้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โคกคราม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) หลังได้รับทราบแจ้งเหตุจากผู้หวังดี จึงเข้าตรวจค้นรถยนต์ของกลาง พบของกลางระเบิดซีโฟร์ ทีเอ็นที ดินระเบิด ระเบิดขวด ถังดับเพลิงบรรจุปุ๋ยยูเรีย และอาวุธปืนอาก้า ลูกกระสุนเอ็ม 79 รวมจำนวน 20 รายการ ที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ย่านถนนรามอินทรา

คดีนี้จำเลยให้การปฏิเสธ โดยศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 2559 เนื่องจากพยานบุคคลซึ่งเป็นผู้ดูแลอพาร์ตเมนต์ที่เคยให้การในชั้นสอบสวนนั้น เบิกความขัดแย้งกับที่มาเบิกความในศาล และเป็นผู้มีส่วนได้เสีย จึงไม่น่าเชื่อถือ ประกอบกับผลการตรวจดีเอ็นเอและลายนิ้วมือแฝงของจำเลยเทียบกับวัตถุพยานของกลางไม่ตรงกัน เห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้ลงโทษจำเลยได้

ในวันนี้ศาลเบิกตัวจำเลยจากเรือนจำ เนื่องจากจำเลยถูกคุมขังในคดีอื่น

ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วเห็นว่า จากคำเบิกความของ น.ส.ปฏิภัค เอกอภิวัชร์ แม่บ้านและผู้ดูแลอาคารหอพัก รับฟังได้ว่า พยานไม่รู้ไม่เห็นเกี่ยวกับของกลางที่ตรวจพบในรถยนต์ เพราะเกรงว่านายธนเดช เอกอภิวัชร์ หรือไก่ น้องชาย ซึ่งเป็นกลุ่มนปช. และเคยไปร่วมชุมนุมกับจำเลยหลายครั้งจะได้รับความเดือดร้อน จึงเบิกความไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในสาระสำคัญของคดี

นอกจากนี้พยานโจทก์ 2 ปาก ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวน สน.โคกคราม ยังเบิกความยืนยันว่า น.ส.ปฏิภัค ซึ่งเคยให้การในชั้นสอบสวนว่าไม่เคยทราบและไม่เห็นว่านายธนเดช น้องชาย และจำเลยมีส่วนรู้เห็นและใช้รถยนต์คันดังกล่าว ซึ่งมีของกลางจำนวนมากไปร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช. และภายหลังก็ไม่ปรากฏว่าพบตัวนายธนเดช น้องชายพยานอีกเลย ซึ่งต่อมามีผู้แจ้งว่ารถยนต์ของกลางคันดังกล่าวมีจำเลยกับนายธนเดชขับไปร่วมชุมนุม แต่ก็ไม่มีพยานโจทก์ปากใดมายืนยัน

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าคำให้การในชั้นสอบสวนและคำเบิกความในชั้นพิจารณาของ น.ส.ปฏิภัค พยานโจทก์มีลักษณะปิดบัง ไม่ตรงตามข้อเท็จจริง ไม่มีน้ำหนักเพียงพอและไม่อาจรับฟังที่จะลงโทษจำเลยได้ อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้น ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้นชอบแล้ว พิพากษายืนยกฟ้อง

ด้านนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความจำเลย กล่าวว่า ต้องขอบคุณศาลที่ยกฟ้อง เนื่องจากคดีนี้ศาลอาจเห็นว่าพยานหลักฐานไม่เชื่อมโยงกับจำเลย ก่อนหน้านี้ในชั้นสอบสวนมีการพยายามเชื่อมโยงเหตุการณ์ในคดีนี้กับการปฎิบัติการชายชุดดำเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2553 แต่พยานหลักฐานที่ไม่สมเหตุสมผลทำให้ศาลมีข้อสงสัย จึงยกประโยชน์ให้จำเลย ถือเป็นบรรทัดฐานที่ดีในการชั่งน้ำหนักพยาน

นายวิญญัติ กล่าวว่า คดีนี้ศาลยกฟ้องทั้ง 2 ศาล แต่ตัวจำเลยยังถูกคุมขังอยู่ในคดีชายชุดดำ ซึ่งคดีนี้เป็นคดีเริ่มต้นที่มีการปูทางมายังคดีชายชุด เนื่องจากพยานโจทก์หลายปากมีการอ้างถึงเรื่องที่จำเลยในคดีนี้มีการขนระเบิดมาเป็นส่วนหนึ่งของการปฎิบัติการชายชุดดำด้วย และพยานที่มายืนยันในคดีชายชุดดำก็เป็นพยานที่ไม่ใช่ประจักษ์พยานเห็นเหตุการณ์ชัดเจน โดยคดีชายชุดดำที่เกี่ยวเนื่องกันศาลสั่งลงโทษจำเลย แต่เมื่อคดีระเบิดศาลยกฟ้อง ตรงนี้เราก็จะนำคำพิพากษาไปประกอบการยื่นอุทธรณ์ในคดีชายชุดดำด้วย เนื่องจากข้อเท็จจริงเกี่ยวข้องกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายกิตติศักดิ์ จำเลยในคดีนี้ ตกเป็นหนึ่งในผู้ต้องหา 5 คน ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นชายชุดดำที่ก่อเหตุปะทะกับเจ้าหน้าที่ในวันที่ 10 เม.ย. 2553 ที่แยกคอกวัว ในเหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่มนปช. และถูกจับกุมได้เมื่อช่วงเดือน ก.ย. 2557 โดยเจ้าหน้าที่ทหารและพนักงานสอบสวน ที่ตั้งขึ้นเป็นคณะทำงานพิเศษนำตัวมาแถลงว่า ชายชุดดำทั้ง 5 คน (มีหญิง 1 คน) ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุในวันที่ 10 เม.ย. 2553 แต่ต่อมาทั้ง 5 ได้ให้ทนายความนำหนังสือยืนยันว่า ถูกบังคับและทำร้ายร่างกายในการสอบปากคำในสถานที่แห่งหนึ่ง พร้อมขอความเป็นธรรมต่อพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาสั่งไม่ฟ้อง

อย่างไรก็ตาม ต่อมาอัยการได้ฟ้องชายชุดดำทั้ง 5 คนต่อศาลอาญา ข้อหาร่วมกันมีและครอบครองอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกมบอนุญาตได้ และข้อหาพาอาวุธไปในเมือง ร่วมกันก่อการร้าย เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.4022/2557 ซึ่งคดีชายชุดดำดังกล่าวศาลได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 31 ม.ค.2560 ให้จำคุกนายกิตติศักดิ์ จำเลยที่ 1 และนายปรีชา อยู่เย็น จำเลยที่ 2 คนละ 10 ปี ส่วนจำเลยที่ 3-5 ยกฟ้อง และได้ให้ประกันตัวชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ อุทธรณ์ยืนยกฟ้อง ‘กิตติศักดิ์’ ชายชุดดำปี’53 ครอบครองระเบิด ทนายเตรียมนำคำพิพากษายื่นอุทธรณ์คดีชายชุดดำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง