วิโรจน์ แนะ ประยุทธ์ เสียสละลาออก ร่างรธน. ยุบสภา ให้ปชช.นับอนาคตตัวเอง

27 ต.ค. 2563 - 13:29 น.

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร อัด ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแกนกลางปัญหา แนะเสียสละลาออก ร่างรธน. ยุบสภา ให้ปประชาชนนับอนาคตตัวเอง

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 27 ต.ค.63 ในการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่ออภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 165 เพื่อหาทางออกประเทศ ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า

ความแตกต่างหลากหลายและความคิดเห็นที่ไม่เหมือนกันเป็นเรื่องปกติของทุกสังคม การจะบังคับให้ทุกคนคิดเหมือนกันคงเป็นไปไม่ได้ และเราต้องยอมรับว่าความคิดเห็นที่แตกต่างกันในประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญ และการปฏิรูปสถาบัน เป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อน ย่อมก่อให้เกิดความหวาดระแวงในหมู่ประชาชนที่เห็นต่าง ประชาชนตระหนักดีว่าโลกที่เปลี่ยนแปลงไปรวดเร็ว ทุกองค์กรจำเป็นต้องปรับตัวบ้างไม่มากก็น้อย ความพยายามที่จะตึงทุกอย่างให้คงเดิมไม่ก่อให้เกิดผลดี และก่อให้เกิดผลเสียในระยะยาวด้วยซ้ำ แต่จุดยืนในสังคมคือเราต้องอยู่ร่วมกันในประเทศนี้ต่อไป

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
เพิ่มเพื่อน

ทุกวันนี้คนคิดต่างอยู่รอบตัว เราไม่สามารถกำจัดคนเห็นต่างออกไปจากชีวิตเราได้ ท่าทีของรัฐบาลต่อปรากฏการณ์ทางสังคมนี้สำคัญมาก รัฐบาลที่ยึดโยงประชาชนต้องเปิดใจรับฟังเสียงประชาชน ใช้วิธีการตามระบอบประชาธิปไตย กลไกของรัฐสภา ควบคู่กับการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้คนคิดต่างแสดงความเห็นต่อกันด้วยความเคารพ ก็จะทำให้ความหวาดระแวงทุเลาลงมองเห็นเจตนาที่ดีของอีกฝ่ายมากขึ้น และจะเป็นตัวอย่างที่ดีที่จะทำให้การพูดคุยเรื่องสถาบันในสังคมภายนอกมีวุฒิภาวะตามไปด้วย
แต่สิ่งที่รัฐบาลทำตรงกันข้าม ไม่รับฟังเสียงประชาชนกลับเหิมเกริมว่าตัวเองไม่เคยผิดอะไรเลย เมื่อนายกฯ ที่เป็นแกนกลางของปัญหายังยืนกรานว่าตัวเองไม่ผิดอะไรเลย ปัญหาจึงเป็นไฟลามทุ่ง ไม่ต่างอะไรกับการเอาน้ำมันก๊าซลาดไปในกองเพลิง และที่ให้อภัยไม่ได้เลย คือพฤติกรรมที่พยายามจะซ้ำเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 ด้วยการยุยงปลุกปั่นให้ประชาชนเกลียดชังกัน และโศกนาฏกรรมแบบนี้เกิดการผลิตซ้ำมาแล้วอีกครั้งในเหตุการณ์สังหารประชาชนที่ทุ่งสังหารราชประสงค์เมื่อเดือนพ.ค.53 มีประชาชนเสียชีวิต 99 ศพ ผ่านไป 10 ปี แต่ไม่มีการชำระประวัติศาสตร์ และฆาตกรยังลอยนวล พล.อ.ประยุทธ์ ไม่คิดจะเรียนรู้ความเสียหายทางประวัติศาสตร์แบบนี้เลย ยังเอาคำว่าชังชาติ ล้มเจ้า มาปลุกปั่นสร้างความเกลียดชัง ต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นจะฆ่ากันแล้วทำบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ แล้วทำรัฐประหารเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำๆอย่างนั้นหรือ

นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า วันนี้เสื้อเหลืองจากการเป็นสัญลักษณ์ของความรู้รักสามัคคี แต่น่าตกใจที่สุดที่เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา มีชายใส่เสื้อเหลืองไปร่วมแสดงจุดยืนแสดงความจงรักภักดี แต่ไม่สนับสนุนอำนาจเผด็จการของพล.อ.ประยุทธ์ เกือบถูกรุมทำร้ายจากคนใส่เสื้อเหลืองอีกกลุ่ม จนสังคมเกิดคำถามว่าเสื้อเหลืองได้ถูกพล.อ.ประยุทธ์ สร้างให้กลายเป็นสัญลักษณ์ในการปกป้องอำนาจเผด็จการของตนไปแล้วตั้งแต่เมื่อไหร่ นอกจากนี้ยังเอาข้าราชการออกมาใส่เสื้อเหลืองร่วมชุมนุม มีคนที่ถูกเกณฑ์ไม่น้อยที่รู้สึกไม่สบายใจจึงต้องออกมาพูด มีการเกณฑ์ตำรวจ ทหาร มาใส่เสื้อเหลือง พฤติกรรมแบบนี้เป็นข้อสังสัยว่าเป็นความพยายามการแบ่งประชาชนออกเป็นสองฝ่าย สร้างเงื่อนไขความขัดแย้งให้ประชาชนประทุษร้ายต่อกันในที่สุด


ที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ เอาแต่หลอนตัวเองหลอกตัวเองซ้ำว่าๆ ว่าการชุมนุมที่คนอยู่เบื้องหลัง คิดดูถูกประชนอยู่ตลอดเวลา แล้วใช้มุกเดิมๆ ในการสร้างปีศาจ และยัดเยียดให้ประชาชนกลุ่มหนึ่งเป็นศัตรู เอาประชาชนเป็นเหยื่อพอเกิดเหตุปะทะกันก็ใช้อำนาจพิเศษ จากนั้นใช้กฎหมายจัดการประชาชนที่คิดต่างอย่างเลือกปฏิบัติ และยืนยันว่าการชุมนุมหลายจุดทั่วประเทศ ถ้าจะมีคนที่อยู่เบื้องหลังคือพรรคการเมืองที่เปิดเผยว่า รัฐธรรมนูญนี้ออกแบบมาเพื่อพวกเรามากกว่า รัฐธรรมนูญนี้ถูกออกแบบมาให้กับพรรคกับพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อประชาชน รัฐบาลชุดที่มาจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จึงไม่ได้เป็นรัฐบาลเพื่อประชาชน

ดังนั้นประชาชนจึงอึดอัดจนแทบจะระเบิด แต่สิ่งที่ประชาชนต้องช่วยกันในเวลานี้คือ การประคับประคองไม่ให้สังคมนี้ตกเป็นเหยื่อเงื่อนไขความขัดแย้งและความเกลียดชังที่เกิดขึ้น ต้องยอมรับว่าคนที่คิดต่างนั้นมีอยู่จริง ซึ่งมีสิทธิ์ที่จะแสดงความเห็นต่างของเขา แต่ต่างฝ่ายต่างต้องมีการอดทนอดกลั้นและอยู่ร่วมกันได้ ประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับผู้ชุมนุมต้องเข้าใจก่อนว่า ท่าทีที่ตรงไปตรงมาที่เราไม่คุ้นเคยจนกลายเป็นความเกรี้ยวกราดในบางครั้ง เป็นเพราะการถูกกดทับด้วยอำนาจนิยม ผ่านครอบครัวและสังคม ในระบบเส้น ระบบอุปถัมภ์และระบบโซตัสที่บอกแล้วต้องเชื่อ ห้ามตั้งคำถาม แต่ปัจจุบัน ละครตบจูบที่ผู้ใหญ่ดูแล้วสนุกนั้น พวกเขาตั้งคำถามว่าพระนางสามารถรักกันได้หรือไม่ หรือการที่บอกว่าเดินตามผู้ใหญ่หมาไม่กัด พวกเขาก็ตั้งคำถามว่าต้องห่างระยะกี่เมตรหมาที่ไหนกัด

การแก้ไขปัญหานี้เราจะใช้อำนาจนิยมกดเข้าไปอีกต่อไปไม่ได้ ที่สำคัญที่สุดเราต้องพูดคุยและเข้าใจพวกเขาด้วยสายใยทางสังคมที่มีต่อกัน และมองคนเหล่านั้นเป็นเพื่อนร่วมชาติที่อยู่ร่วมกันในประเทศนี้ในขณะที่เราปฏิเสธไม่ได้ว่าประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวด้วยความรักในสถาบันด้วยใจจริงก็มีอยู่จริงประชาชนอีกฝ่ายก็ต้องเคารพคนเหล่านี้ด้วยเช่นกัน

นายวิโรจน์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีนักวิชาการและผู้หลักผู้ใหญ่ออกมาแสดงความคิดเห็นแนวทางการปฏิรูปสถาบัน ตนเชื่อว่าในปัจจุบันนี้ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นยังมีหนทางที่จะคลี่คลายได้ หากต่างฝ่ายต่างลดระดับการพูดที่เป็นการเหยียดหยามอีกฝ่ายหนึ่ง ปรับโทนกันลงมา เมื่อประชาชนหวังพึ่งให้รัฐบาลนี้สร้างพื้นที่ปลอดภัยไม่ได้ เลี่ยงไม่ได้ที่ประชาชนจึงสร้างพื้นที่ปลอดภัยด้วยตัวเอง การพูดคุยเรื่องต่างๆ จะต้องมีฉันทามติร่วมกันเพียงแต่พล.อ.ประยุทธ์ วันนี้จะต้องรู้ตัวเองว่าได้กระทำผิดอะไรลงไป ไม่ได้อยู่ในสถานะที่เป็นตัวกลางในการแก้ปัญหานี้ได้ ตนจึงขอเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์เสียสละลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และขอให้พรรคร่วมรัฐบาลได้พิจารณาถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล และเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่เป็นอิสระจากกลไกคสช. และร่างรัฐธรรมนูญจากสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่ยึดโยงกับประชาชน จากนั้นจึงยุบสภา คืนอำนาจให้กับประชาชน ต้องยอมรับว่ารัฐนาวานี้ได้นับถอยหลังลงแล้ว 3 2 1 0 พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออก เพื่อให้ประชาชนได้อนาคตของพวกเขาไปข้างหน้า 1 2 3 4 5 …

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่นายวิโรจน์ อภิปรายเสร็จสิ้น นายถวิล เปลี่ยนศรี ส.ว. ลุกขึ้นประท้วงว่าเหตุการณ์ 6 ต.ค.19 ที่นายวิโรจน์พูดถึงมีความแตกต่างจากเหตุการณ์ช่วงเดือนมี.ค.-พ.ค.53 โดยสิ้นเชิง เพราะปี 53 ผู้ชุมนุมมาชุมนุมเรียกร้องว่ารัฐบาลไม่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะรัฐบาลตอนนั้นคือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งมาจากการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้นการเรียกร้องตรงนั้นไม่ได้เป็นการเรียกร้องประชาธิปไตย เป็นความแตกต่างกับเหตุการณ์ 6 ตุลา 19

อีกประเด็นท่านใช้คำว่ารัฐบาลในขณะนั้นล้อมปราบประชาชนที่แยกราชประสงค์ ในฐานะที่เคยเป็นเลขาศูนย์อำนวยการสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ในขณะนั้น การที่รัฐบาลแก้ไขปัญหาตอนนั้นไม่มีการสลายการชุมนุม เพียงแต่รัฐบาลกระชับวงล้อม รัฐบาลใช้กำลังศอฉ.ขณะนั้นไปทำลายเครื่องกีดขวาง ไม่มีการสลายการชุมนุม ทำให้นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นประท้วงว่าประธานรัฐสภาไม่ควรให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาชี้แจงลงรายละเอียดด้วยการใส่ร้ายประชาชนในเหตุการณ์ปี 53

โดยนายชวน ระบุว่า อนุญาตให้นายถวิลชี้แจงต่อไป เพราะถูกพาดพิงจากการอภิปรายของนายวิโรจน์ และบอกว่าขอกลัวความจริง ผมตัดสินแล้วอนุญาตให้ชี้แจงต่อ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ วิโรจน์ แนะ ประยุทธ์ เสียสละลาออก ร่างรธน. ยุบสภา ให้ปชช.นับอนาคตตัวเอง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง