‘ราษฎร’ แถลงกลางสนามหลวง ไม่สังฆกรรมวงปรองดอง ของรัฐบาล แค่ละครฉากหนึ่ง ยันไม่ลดเพดาน ข้อเรียกร้อง 3 ข้อ เหมือนเดิม “ลาออก-แก้รัฐธรรมนูญ-ปฏิรูปสถาบัน”

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน เวลาประมาณ 16.00 น. ที่ท้องสนามหลวง เขตพระนคร กรุงเทพฯ กลุ่ม ‘ราษฎร’ จัดแถลงข่าวโดยมีบุคคลกว่า 20 รายเป็นตัวแทน อาทิ นายจตุภัทร์ บุญภัทร์รักษา หรือไผ่ ดาวดิน, นายธัชพงศ์ แกดำ หรือ บอย YPD, นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือไบร์ท กลุ่มเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี

นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ ขอนแก่นพอกันที และนางสาวสุพิชฌาย์ ชัยลอม หรือเมนู เป็นต้น โดยทั้งหมดอ่านแถลงการณ์พร้อมกัน มีเนื้อหาโดยสรุป ไม่ยอมรับคณะกรรมการปรองดอง-สมานฉันท์ เพราะไม่ใช่ทางแก้ปัญหา การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คืออุปสรรคใหญ่ที่สุด จึงขอประกาศจุดยืน ไม่ยอมรับ โดยยืนยัน 3 ข้อเรียกร้อง โดยแถลงการณ์ มีเนื้อหาดังนี้

แถลงการณ์จากราษฎร

ดังที่ฝ่ายรัฐบาลได้เสนอให้จัดตั้งคณะกรมการปรองดอง-สมานฉันท์ขึ้น โดยให้เหตุผลว่าเป็นไปเพื่อลดความตึงเครียดทางการเมืองในสังคม และหาทางแก้ไขปัญหาให้กับประเทศชาตินั้น พวกเราเห็นว่า การจัดตั้งคณะกรรมการดังกล่าวมิอาจนำมา ซึ่งหนทางแก้ปัญหาใดๆ ดังที่กล่าวอ้างได้

เพราะแท้จริงแล้ว การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นอุปสรรคประการใหญ่ที่สุดที่ขัดขวางการแก้ไขปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมทั้งปวงของประเทศชาติ นอกจากนี้ ยังปราศจากความชอบธรรมโดยสิ้นเชิง

เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เข้าสู่อำนาจโดยมิชอบตั้งแต่แรก จึงนับได้ว่าการจัดตั้งคณะกรรมการดังกล่าวเป็นเพียงการแสดงละครทางการเมืองของฝ่ายรัฐบาล เพื่อซื้อเวลาให้ พล.อ.ประยุทธ์เพียงเท่านั้น

พวกเราขอประกาศจุดยืนว่าจะไม่ยอมรับ และจะไม่สังฆกรรมกับคณะกรรมการที่ฝ่ายรัฐบาลจะจัดตั้งขึ้น และขอยืนยันว่าปัญหาทั้งปวงของประเทศชาติจะเริ่มต้นมิได้เลย หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังไม่ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ พวกเราขอยืนยันในข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อดังต่อไปนี้

  • 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
  • 2.ต้องมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน
  • 3.ต้องมีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ

นายณัฐชนน ไพโรจน์ หนึ่งในแกนนำกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมการปรองดองสมานฉันท์ กรรมการดังกล่าว หากปรองดองจริง รัฐมีสิทธิแสดงออกที่จริงใจได้ ณ ปัจจุบัน รัฐยังไม่เลิกดำเนินคดี จากการไป สน.เป็นการรวมตัวของแกนนำด้วยซ้ำ หากอยากปรองดองจริง การดำเนินการนี้จะไม่เกิด สิ่งที่แสดงสะท้อนว่ารัฐไม่อยากเจรจาอย่างแท้จริง เราก็ไม่อยากเจรจา ในเมื่อรัฐไม่ยอมเช่นกัน

“หากอยากเจรจา คุยกันรู้เรื่อง ที่ผ่านมา ประชาชนเป็นฝ่ายถูกดันให้หลังพิงฝาตลอด เป็นรัฐที่รุกคืบสิทธิของประชาชนตลอด ครั้งนี้เราไม่ยอมถอย ชนักติดฝาแล้ว อย่างแรกที่ต้องทำ และองคาพยพ ลาออกจากตำแหน่งบริหาร นั่นจึงเป็นสัญญาณที่ดีในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มาจากประชาชน” นายณัฐชนนกล่าว

นายจตุภัทร์กล่าวว่า ปัญหาคือการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ได้เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง เป็นโมเดลรัฐธรรมนูญ 60 ที่ตั้งขึ้นมาด้วยอำนาจ ถ้าประยุทธ์ จันทร์โอชา และ องคาพยพ ส.ว. 250 ยังอยู่ การเจรจาในขั้นนิติบัญญัติจะไม่มีความหมาย การแก้ไขในสภาจะไม่เกิด

จะเห็นแล้วว่า ที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้ปกป้องประชาชน ปกป้องประยุทธ์เท่านั้น ดังนั้น หากจะเจรจา ต้องยอมรับข้อเสนอแรก คือประยุทธ์ลาออก จะได้พูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปัญหาจากทั่วทุกภูมิภาค เสียงบนท้องถนนจะเข้าไปสู่สภา ถ้าประยุทธ์ยังอยู่ ส.ว. 250 เป็นอุปสรรคอย่างมาก เรายังมีช่องทางรัฐสภาอยู่ ให้ใช้กระบวนการปกติ

เมื่อถามว่า รอบนี้จะมีหมัดเด็ดหรือไม่ นายจตุภัทร์เผยว่า ดูจากคนที่มานั่งที่นี่ หมัดจะเด็ดหรือไม่ เราพยายามรวบรวมเครือข่ายนักต่อสู้ในภูมิภาคมาหารือ เมื่อข้อเสนอของเรา รัฐไม่ทำตาม เราจึงต้องวางแผนกันเอง วันนี้เรามีเครือข่าย ยิ่งอยู่นานเรายิ่งแข็ง ยิ่งมีเครือข่ายมากขึ้น หากมีกิจกรรมหรือประกาศอะไรจะแถลงข่าวอีกครั้ง ต้องพูดคุยกันก่อน

“ในนามราษฎร แน่นอนว่าความไม่พอใจประยุทธ์มีมากมาย แต่ละกลุ่มก็ออกมา เกิดการเคลื่อนไหวแบบแกนนอน ลุกขึ้นมาจัดมากมาย เราจะประกาศในนามราษฎร แนวทางในการเคลื่อนไหว เราเป็นเพียงกลุ่มเดียว กลุ่มอื่นยังเคลื่อนไหวอยู่

“เราสู้มา ยังไม่ได้ตามข้อเรียกร้อง แต่ทำให้รัฐบาลมีเงื่อนไขในการเจรจา วัฒนธรรมทางการเมือง หรือการใช้ภาษา แต่เราได้เก็บเกี่ยวระหว่างทาง การกดดัน จนยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และความอยุติธรรม และการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ ยืนยันว่ามีพลัง

แม้รัฐบาลไม้ฟัง แต่เสียงเราดังขึ้น และมีคนที่ร่วมเส้นทางมากขึ้น ในแต่ละครั้ง เราพยายามให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ที่ทำได้คือยึดหลักสันติวิธี ชุมนุมใหญ่อีกกี่รอบ ไม่รู้เมื่อไหร่รัฐจะลาออก แต่เราจะทำตลอด ความฝันเราไม่ลดลง เรียนรู้ รับฟัง และปรับเรื่องต่างๆ ไปเรื่อยๆ” นายจตุภัทร์กล่าว

ต่อมา เมื่อถามถึงความกังวลว่าอาจเกิดความรุนแรงขึ้น นายณัฐชนนเผยว่า ความรุนแรงทุกครั้งที่เกิดขึ้นไม่เคยเกิดจากฝั่งประชาชน หากแต่เกิดจากรัฐสร้างสถานการณ์หรือไม่ ขอตั้งคำถามว่า การที่ประยุทธ์ไม่ยอมลาออก รวมถึงจัดตั้งมวลชนขึ้นมา จะเห็นว่ามาจากเจ้าหน้าที่รัฐทั้งสิ้น นี่คือข้ออ้างในการทำปฏิวัติรัฐประหารอีกครั้งหรือไม่ และขอฝากไปยังผู้เรียกร้องประชาธิปไตย จงยืนหยัดสันติวิธี สู้เผด็จการ อย่าใช้อาวุธ ใช้ความรุนแรง ใช้เหตตุผลสู้

“ตอนนี้รัฐทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ สร้างภาพการปะทะ แล้วทำสิ่งที่อยู่นอกกติกา คือสิ่งที่ตั้งคำถาม และวิเคราะห์ เพราะเชื่อว่ามวลชนของเราสันติอหิงสาทุกคน” นายณัฐชนนกล่าว

นายณัฐชนนกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า สิ่งที่รัฐทำนั้นเป็นความไม่จริงใจอย่างยิ่ง เป็นการดูถูกเหยียดหยามประชาชน พล.อ.ประยุทธ์มาจากการทำรัฐประหาร แต่ประชาชนเรียร้องเรือนหมื่น เรือนแสน ไม่ทำ กลับตั้งคณะกรรมการปาหี่ ดำเนินคดีนักกิจกรรมไม่รู้จักจบจักสิ้น ประยุทธ์ คุณอย่าดูถูกพลังของประชาชน ประชาชนทุกหมู่เหล่าในวันนี้ไม่ใช่ใบไม้แห้งที่เหยีบย่ำแล้วจะกลายเป็นปุ๋ย แต่ยิ่งเหยียบย่ำ เมล็ดพันธุ์เราจะเติบโตมาโค่นล้มเผด็จการ

ทั้งนี้ กลุ่มราษฎรประกาศว่าจะใช้เพจ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เป็นช่องทางติดต่อหลัก เนื่องจากตอนนี้มีหลายเพจเกิดขึ้น เพื่อป้องกันปฏิบัติการข่าวสารที่จะเข้ามาใช้ความชอบธรรมในการโจมตีกลุ่มราษฎร พร้อมยืนยันว่า ทุกคนที่มาตรงนี้ และร่วมต่อสู้ ล้วนทำเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้


 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน