‘พิชัย’ ชี้ ความมั่นใจ ‘ประยุทธ์’ ทรุดหนักหลังอภิปราย จี้ ตอบ 5 ข้อสงสัย ปมทุจริต แนะ เลิกแก้ตัวมั่วๆเรื่องเศรษฐกิจ และเร่งแก้รัฐธรรมนูญแล้วรีบเลือกตั้ง

วันที่ 22 ก.พ.64 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ขอชื่นชมการทำงานของพรรคฝ่ายค้านในสภาที่อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และอีก 9 รัฐมนตรี ได้อย่างดีเยี่ยม สร้างความสั่นสะเทือนให้กับรัฐบาลและพล.อ.ประยุทธ์อย่างมาก

ล่าสุดผลสำรวจความเชื่อมั่นของรัฐบาลหลังการอภิปรายปรากฏว่า ประชาชนไม่เชื่อมั่นเลยมีถึง 43.25% เชื่อมั่นน้อยลง 23.28% แสดงว่าประชาชนเชื่อมั่นน้อยลงถึงไม่เชื่อมั่นเลยถึง 66.53% หรือประมาณ 2 ใน 3 ของประชาชนทั้งหมด ซึ่งสูงมาก แสดงถึงว่าประชาชนหมดความหวังกับรัฐบาลชุดนี้แล้ว นอกจากนี้ประชาชนยังให้คะแนนฝ่ายค้านมากกว่ารัฐบาล 6.90 ต่อ 5.01 จากคะแนนเต็ม 10

ทั้งนี้ ประชาชนจำนวนมากรวมถึงสื่อมวลชนต่างเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ ล้มเหลวในการบริหารเศรษฐกิจประเทศมาตลอด 6 ปี และไม่สามารถตอบการอภิปรายเรื่องเศรษฐกิจให้ประชาชนเข้าใจได้เลย อธิบายเหมือนการอ่านแบบไม่เข้าใจ ทิศทางเศรษฐกิจของประเทศมีแต่จะดำดิ่งลงไปเรื่อยๆ การที่พล.อ.ประยุทธ์ให้ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน ออกมาชี้แจงทางเศรษฐกิจ 8 ข้อหลังการอภิปราย ยิ่งทำให้ดูแย่ไปกันใหญ่

นอกจากเป็นแก้ตัวน้ำขุ่นๆ แบบมั่วๆ ยังสร้างความตลกขบขันให้กับประชาชนที่มีความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ ทำลายความน่าเชื่อถือให้กับรัฐบาลมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันไม่มีประชาชนคนไหนไม่รู้ว่าเศรษฐกิจไทยย่ำแย่ทรุดโทรมอย่างหนัก ไม่รู้จะออกมาแก้ตัวมั่วๆ แบบนั้นทำไม ยิ่งทำให้ดูเหมือนว่ารัฐบาลยังไม่รู้ปัญหาเลย และยังไม่สำนึกถึงความยากลำบากของประชาชนเข้าไปใหญ่ ความจริงคือเศรษฐกิจไทยย่ำแย่ตั้งแต่สมัยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ บริหารแล้ว การปลดนายสมคิดเท่ากับการยอมรับความล้มเหลวตั้งแต่ตอนนั้น

นอกจากนี้พล.อ.ประยุทธ์และ 9 รมต. แม้จะได้รับเสียงโหวตผ่านการอภิปรายเพราะพวกมากลากไป แต่ยังไม่ได้ตอบข้อสงสัยคาใจประชาชนจำนวนมาก ในประเด็นการเอื้อประโยชน์และการทุจริตคอร์รัปชั่นในส่วนที่พรรคเพื่อไทยอภิปรายไว้ 5 เรื่องสำคัญ ดังนี้

1.เรื่องเหมืองทองอัครา รัฐบาลได้ให้สัมปทานสำรวจแร่ 4 แสนไร่แก่บริษัทจริงหรือไม่ ทำไมถึงให้ ทั้งๆ ที่ยังมีคดีฟ้องร้องกับพล.อ.ประยุทธ์ค้างอยู่ เป็นการให้สัมปทานเพื่อไกล่เกลี่ยคดีกันใช่หรือไม่ หากใช่จะเป็นการนำสมบัติชาติไปแจก เพื่อแก้ปัญหาความผิดพลาดของตนเองที่ใช้ ม. 44 ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องตอบเรื่องนี้ให้ชัดเจน

2.เรื่องทุจริตถุงมือยาง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ จะมาอ้างไม่รู้ไม่เห็นกับความเสียหาย 2,000 ล้านบาท ที่มีการทุจริตในการทำสัญญาซื้อขายถุงมือยางมูลค่ากว่าแสนล้านบาทไม่ได้ เพราะประธานองค์การคลังสินค้า (อคส.) เป็นคนที่นายจุรินทร์เสนอแต่งตั้งผ่าน ครม.เอง จะมาบอกว่าไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้

และหากเป็น รมว. พาณิชย์แล้วไม่รู้เลยว่าหน่วยงานในสังกัดมีสัญญาซื้อขายสินค้ากว่าแสนล้านบาท ก็ไม่ควรเป็นรมว. พาณิชย์ต่อไปแล้ว และนายจุรินทร์จะต้องร่วมรับผิดชอบกับความเสียหายครั้งนี้อย่างปฏิเสธไม่ได้ เรื่องนี้สร้างความเคลือบแคลงใจ ถึงขนาด ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์พรรคเดียวกันเอง ยังไม่ยอมยกมือให้ถึง 3 คน

3.เรื่องปัญหารถไฟฟ้าสายต่างๆ และระบบคมนาคม ทั้งการต่อสัญญาสัมปทานข้ามศตวรรษ และ การยกเลิกการประมูลที่ยังไม่สามารถตอบข้อซักถามให้ชัดเจนได้ ขนาดส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐยังไม่ยกมือให้ รมว.คมนาคมถึง 6 คน

4.เรื่องการลักลอบขนแรงงานเถื่อน มีข้อสงสัยว่ามีการให้ผลประโยชน์ถึงคนในรัฐบาล รัฐบาลก็ยังไม่สามารถตอบการอภิปรายได้

5.เรื่องการนำเงินกองทุนอนุรักษ์พลังงานไปให้กอ.รมน. และศอ.บต.กว่า 1,232 ล้านบาท ที่อยู่ภายใต้ พล.อ.ประยุทธ์โดยตรง มีปัญหาอุปกรณ์แพง ใช้การไม่ได้ แถมบางแห่งล่องหน อีกทั้งยังมีปัญหาการตรวจรับงาน เหมือนเป็นการนำเงินกองทุนอนุรักษ์พลังงานไปแจกให้ละเลงกัน พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ตอบ ถามว่าพล.อ.ประยุทธ์จะรับผิดชอบอย่างไร

นี่เป็นเพียงบางเรื่องที่มีปัญหาอย่างชัดเจน และเป็นที่สนใจของประชาชนอย่างมาก แต่ยังไม่มีการชี้แจงให้กระจ่าง และยังมีอีกหลายเรื่องที่พล.อ.ประยุทธ์ และ 9 รมต. ยังไม่ได้ชี้แจงหรือชี้แจงไม่ชัดเจน จึงทำให้รัฐบาลสอบตกการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ในสายตาประชาชนส่วนใหญ่

ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ น่าจะต้องรู้ตัวแล้ว ทางออกที่ดีที่สุดคือพล.อ.ประยุทธ์ น่าจะต้องเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง แล้วรีบจัดการเลือกตั้งก่อนที่ประชาชนจะแห่กันออกมาไล่เหมือนที่เกิดในประเทศพม่า ซึ่งถ้าถึงตอนนั้นก็จะสายไปแล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน