อนุทิน โพสต์เครียด! หลังประยุทธ์-ครม. เลื่อนฉีด วัคซีน ด่วน ชี้ประเมินกันตั้งแต่เมื่อคืน จากข้อมูลที่ได้รับรายงาน ลั่น ความปลอดภัยของประชาชน ต้องมาก่อน
วันนี้ (12 มี.ค.64) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข โพสต์เฟซบุ๊ก หลังจากนายกฯ และ ครม.ต้องเลื่อนการฉีดวัคซีนโควิดในวันนี้ออกไปก่อน โดยระบุว่า ความปลอดภัยของประชาชนต้องมาก่อน การเลื่อนฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาให้แก่นายกรัฐมนตรีวันนี้ เป็นไปตามการวินิจฉัยของคณะแพทย์ เนื่องจากมีการรายงานผลข้างเคียง หรืออาการไม่พึงประสงค์ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นกับการฉีดวัคซีนมาก่อน และมีการชะลอการฉีดวัคซีนแอสตราเซนเนกาในบางประเทศ
เพื่อรอผลการสอบสวนและสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติม ข้อมูลนี้เพิ่งได้รับรายงานเมื่อค่ำวานนี้ และคณะแพทย์ได้พิจารณากันอย่างจริงจัง ตามข้อมูลที่ได้รับจากต่างประเทศ จนได้ข้อสรุปว่าจะชะลอการฉีดวัคซีนแอสตราเซนเนกาไว้ระยะหนึ่ง เพื่อรอผลการสอบสวนอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดก่อน
คณะแพทย์ยืนยันว่าวัคซีนแอสตราเซนเนกา เป็นวัคซีนที่มีความปลอดภัยและได้รับมาตรฐานจากองค์การอนามัยโลก ฉีดไปแล้วมากกว่า 30 ล้านโดส และมีการสั่งซื้อมากกว่า 3,000 ล้านโดส คณะแพทย์ยึดหลักความปลอดภัยของประชาชนที่จะได้รับวัคซีนสูงสุด จึงให้ชะลอไว้ก่อน แม้ว่าวัคซีนที่ใช้ในยุโรปกับวัคซีนที่ส่งมาประเทศไทยเป็นคนละล็อต และมาจากคนละโรงงาน แต่เมื่อมีรายงานอาการที่ไม่พึงประสงค์ แม้จะยังไม่ยืนยันว่าเป็นผลจากวัคซีนโดยตรงก็ตาม
การชะลอหรือหยุดฉีดวัคซีนชั่วคราว เพื่อสอบสวนหาข้อมูลเป็นเรื่องปกติทางการแพทย์ โดยเฉพาะการฉีดวัคซีนใหม่ และการฉีดวัคซีนในวงกว้างระดับประเทศและระดับโลก ซึ่งการฉีดวัคซีนโควิดอื่นๆ ในบางประเทศ ก็เคยหยุดหรือชะลอเพื่อรอผลการสอบสวนมาแล้ว ก่อนจะกลับมาฉีด เมื่อมีความมั่นใจในผลการสอบสวนว่า ไม่ใช่ผลจากวัคซีน
นี่เป็นเหตุผลหนึ่งของการใช้วัคซีนแบบสถานการณ์ฉุกเฉิน หากมีอาการไม่พึงประสงค์ แม้จะไม่ชัดเจนว่ามาจากวัคซีนหรือไม่ คณะกรรมการบริหารจัดการวัคซีนของรัฐบาล จะมีคำสั่งให้หยุดการฉีดวัคซีนไว้ก่อน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของประชาชน นายกรัฐมนตรีในฐานะประชาชน ต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของคณะกรรมการฯ เช่นเดียวกัน
วันนี้จึงยังไม่มีการฉีดวัคซีนแอสตราเซนเนกาในประเทศไทย จนกว่าจะมีผลการสอบสวนชัดเจนว่ามีความปลอดภัย หรือหากมีผลข้างเคียงจะมีแนวทางแก้ไขป้องกันอย่างไรจึงปลอดภัยสูงสุดสำหรับประชาชน คาดว่าการสอบสวนในยุโรปจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขจะรายงานให้ประชาชนทราบต่อไป และในช่วงนี้ยังมีการฉีดวัคซีน sinovac ตามแผนเดิมครับ