อดีต รมว.พลังงาน “พิชัย นริพทะพันธุ์” แนะ กมธ.พลังงาน 6 แนวทาง ลดราคาน้ำมันได้จริง แนะ “นายกฯ ประยุทธ์” ต้องรู้ทัน อย่าถูกบริษัทพลังงานหลอก

วันที่ 31 มี.ค.64 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ตามที่ตนเสนอแนวทางปรับโครงสร้างราคาน้ำมันเพื่อลดราคาน้ำมันก่อนหน้านี้ ล่าสุดกรรมาธิการพลังงาน สภาฯ เชิญตนเข้าให้ข้อมูลเรื่องราคาน้ำมันที่ควรปรับโครงสร้าง เพื่อลดราคาน้ำมันและให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชนผู้บริโภค

โดยอยากให้มีหลักการในการกำหนดนโยบายพลังงานให้เข้ากับทิศทางโลกในอนาคต แม้ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะปรับลดลงมาแล้ว ไทยก็ควรจะต้องปรับโครงสร้างราคาน้ำมันให้ยุติธรรม อย่าให้บริษัทพลังงานเอาเปรียบประชาชนได้ โดยเสนอแนวทางการลดราคาน้ำมัน 6 แนวทางดังนี้

1.ราคาหน้าโรงกลั่นของไทยให้มีราคาเท่ากับราคาหน้าโรงกลั่นสิงคโปร์ อีกทั้งราคาหน้าโรงกลั่นที่ขายในประเทศต้องเท่ากับราคาส่งออก

2.การปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลที่เก็บอยู่ในปัจจุบันที่ลิตรละ 5.99 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่มเท่ากับ 6.41 บาท น่าจะปรับลดลงได้อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง หรือลดลงลิตรละ 3 บาท เมื่อราคาน้ำมันขึ้นก็ควรลดการเก็บภาษีลง เพราะน้ำมันดีเซลเป็นต้นทุนการผลิตและการขนส่งสินค้า

3.ลดการเก็บเงินเข้าเก็บกองทุนน้ำมัน เพราะราคาน้ำมันในอนาคตไม่น่าจะผันผวนมากแล้ว เพราะพบแหล่งน้ำมันใหม่ในสหรัฐฯ จำนวนมาก แนวโน้มการใช้น้ำมันจะลดลงเรื่อยๆ ทดแทนโดยการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า นอกจากนี้รัฐควรนำเงินมาคืนกองทุนน้ำมันที่เก็บมากเกินในอดีตจำนวนเป็นหมื่นล้านบาท เพราะเป็นเงินของประชาชน ไม่ใช่เงินภาษี โดยเงินกองทุนนี้สามารถนำมาใช้สนับสนุนราคาน้ำมันในช่วงราคาผันผวนได้ จนกว่าราคาน้ำมันจะกลับเข้าสู่ราคาปกติ

4.การลดราคาเอทานอลที่ผสมในแก๊สโซฮอล์ ปัจจุบันราคาเอทานอลที่ผสมในแก๊สโซฮอล์มีราคาสูงมากถึงลิตรละ 24.83 บาท ขณะที่ราคาเนื้อน้ำมันกลั่นแล้วอยู่ที่ 14.58 บาท และราคาเอทานอลในตลาดโลกก็อยู่ในราคาใกล้เคียงกับราคาเนื้อน้ำมันที่กลั่นแล้ว ดังนั้น จึงควรเจรจาเพื่อลดราคาเอทานอลลงเพื่อลดราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ลง รวมถึงการเจรจาลดราคาน้ำมันปาล์มที่ผสมอยู่ในไบโอดีเซลด้วย เพราะราคาสูงถึงลิตรละ 36.96 บาท หรือไม่ก็ควรผสมไบโอดีเซลในสัดส่วนลดลงเพื่อลดราคาน้ำมันดีเซล

5.ลดราคาค่าการตลาด ก่อนหน้านี้ค่าการตลาดของน้ำมันพุ่งขึ้นสูงมากถึงลิตรละ 2.28-4.31 บาท ซึ่งค่าการตลาดที่เหมาะสมควรมีค่าเฉลี่ยไม่เกิน 1.50-1.80 บาท ซึ่งผู้แทนจากสถาบันปิโตรเลียมเห็นตรงกับตน และแจ้งว่าต้นทุนค่าการตลาดจริงอยู่ที่ 1.44 บาทเท่านั้น สามารถลดลงมาได้

6.การลดการเก็บกองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งมีการใช้เงินกองทุนอย่างสะเปะสะปะ นำเงินไปแจกให้กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ตำรวจ ศอ.บต และกอ.รมน.ใช้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ จัดซื้ออุปกรณ์ที่มีราคาแพง ใช้การไม่ได้ บางแห่งอุปกรณ์ยังล่องหน น่าจะมีทุจริตคอร์รัปชั่นกันมาก ถ้าหากไม่สามารถปรับปรุงการดำเนินงานของกองทุนให้มีประสิทธิภาพได้ ก็ควรจะต้องยกเลิกการเก็บเงินเข้ากองทุนไปเลย

ทั้งนี้ อยากให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้ศึกษาเรื่องพลังงานและแนวทางทั้ง 6 ให้ละเอียด จะได้ไม่ถูกบริษัทพลังงานให้ข้อมูลบิดเบือน หรืออาจถูกครอบงำโดยกลุ่มบุคคลที่มาจากบริษัทพลังงานใหญ่ที่มีผลประโยชน์มหาศาล ราคาน้ำมันที่ถูกลงจะช่วยลดภาระประชาชนและยังจะช่วยฟื้นเศรษฐกิจได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน