ประยุทธ์ แจง ประเทศไทยสั่ง "วัคซีน" น้อย อ้างเราคุม "โควิดรอบแรก" ได้ดีมาก

20 เม.ย. 2564 - 16:00 น.

พล.อ.ประยุทธ์ แจงเหตุสั่งวัคซีนน้อยเพราะเราคุม “โควิด” ได้ดีมาก จึงเอามาแค่พอจำเป็น ไม่อยากให้ประชาชนเสี่ยง ไม่ใช่เพราะเราจองช้า ทุกอย่างตามสถานการณ์

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เมื่อเวลา 12.40 น. วันที่ 20 เม.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตอนหนึ่งถึงกระแสโซเชียลโจมตีรัฐบาลกรณีอยากให้เปิดให้เอกชนนำเข้าวัคซีน โควิด-19 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนตอบสนองท่านแล้ว ไม่ใช่ว่าตนไม่ได้ทำที่ผ่านมาทำมาตลอด มอบให้กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาดำเนินการ แต่ตนต้องการให้เกิดความชัดเจนเกิดขึ้น จึงได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาอีกคณะหนึ่งที่มี นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร ที่ปรึกษา ศบค. เป็นประธาน ได้หารือสมาคมโรงพยาบาลเอกชน และผู้รู้ทั้งหลายมาให้ข้อมูลตรงนี้ ว่าจะดำเนินการเรื่องนี้ได้อย่างไรให้ได้วัคซีนทางเลือกเข้ามาในประเทศไทย

วัคซีนสำคัญอีกตัว คือบริษัทเอกชนเวลาเขาจะนำออกมา เขาก็ต้องขออนุญาตรัฐบาลเขาเช่นกัน เราก็ติดต่อรัฐบาลต่อรัฐบาลด้วย เพราะฉะนั้นเป็นความยากง่ายของเรา กราบเรียนว่าที่เราได้รับวัคซีนมาในช่วงแรก เราจัดซื้อ สั่งมา ในฐานะที่เราสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ดีมากในระยะที่ 1 เราก็จัดหาวัคซีนมาตามความจำเป็น เราไม่อยากทำให้ประชาชนมีความเสี่ยงในกรณีที่วัคซีนเหล่านั้นยังไม่ได้รับการพิสูจน์ทราบ

วันนี้เมื่อพิสูจน์ทราบมาแล้วตนก็เปิดโอกาส ช่องทาง ให้หลายๆยี่ห้อได้เข้ามาเสนอความต้องการจะขายวัคซีนให้กับเรา เราก็ต้องหาช่องทางว่าจะซื้อได้อย่างไร วันนี้เนื่องจากเป็นการติดต่อระหว่างรัฐต่อรัฐในการใช้วัคซีนในสถานการณ์ฉุกเฉินเวลานี้ เพราะฉะนั้นต้องไปดูภาคเอกชนของเขา กับรัฐของเขาด้วย แล้วเราก็พร้อมที่จะรับวัคซีนของเขามาในขณะนี้ ก็ขอให้เข้าใจตรงนี้แล้วกัน ไม่ใช่เพราะเราจองช้าหรือช้าเกินไป จำนวนน้อยเกินไป ทุกอย่างมันพัฒนาตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เราไม่อยากให้ประชาชนต้องมีความเสี่ยง ในตอนแรกที่เริ่มมีการผลิตวัคซีนออกมา

หลายประเทศก็เช่นเดียวกันกับเรา ส่วนเรื่องการฉีดวัคซีนนั้นตนได้เร่งรัดให้มีการฉีดให้เร็วที่สุดในโควตาที่ให้ไป ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนรับบริการวัคซีนให้ทั่วถึงตามกำหนดความเร่งด่วนออกไปในขณะนี้ของกระทรวงสาธารณสุข วันนี้ตนเร่งรัดในครม.ไปแล้ว ให้ทุกจังหวัด ให้กทม. เร่งฉีดวัคซีนที่ได้รับไปให้เร็วที่สุด จำนวนมากที่สุดที่ได้ไปจนครบ และรัฐบาลก็เตรียมวัคซีนสำรองตรงนี้ไว้อีกด้วยในระยะต่อๆไปเพื่อให้ทั่วถึง เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ให้ได้

“ที่ถามว่ารัฐบาลไม่เปิดทางให้เอกชนเป็นเรื่องการผูกขาดนั้น เป็นไปไม่ได้ เพราะผมไม่เคยคิดเรื่องนี้เลย คิดแต่เพียงว่าทำอย่างไรจะปลอดภัย ทำอย่างไรจัดหาได้ และในส่วนของการดำเนินการเราไม่สามารถไปซื้อเหมือนซื้อยาปกติทั่วไปได้ เพราะเป็นวัคซีนที่ใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินในปัจจุบัน และบริษัทผู้ผลิตเอกชนนั้นไม่รับผิดชอบในกรณีที่เกิดผลกระทบหรือผลข้างเคียง จึงจำเป็นรัฐต้องเป็นผู้จัดหาในขณะนี้ ซึ่งต่อไปคงคลี่คลายตรงนี้ไปได้” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

เมื่อถามถึงการเข้าถึงวัคซีนของประชาชน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้ก็ได้มีการเร่งรัดไปแล้วจึงทราบว่าในส่วนของแอปพลิเคชันหมอพร้อม กระทรวงสาธารณสุขจะเริ่มให้มีการลงทะเบียนในวันที่ 1 พ.ค. เนื่องจากจะต้องมีการเตรียมการมากพอสมควรเพื่อให้เข้าถึงประชาชนทั้งประเทศได้โดยเร็ว เดิมมีการนำข้อมูลมาจากผู้ที่เข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลต่างๆทั่วประเทศซึ่งก็ได้มาจำนวนหนึ่ง แต่ที่เหลือก็ต้องหาเพิ่มเติมว่าคนทั้งประเทศมีความต้องการจะฉีดวัคซีนด้วยความสมัครใจเท่าไหร่อย่างไร

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในส่วนของยาฟาวิพิราเวียร์ หลายคนเข้าใจว่าเราขาดแคลน แต่รัฐบาลก็ได้มีการจัดเตรียมแผนสำรองในการจัดหาไว้แล้วโดยกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งยาฟาวิพิราเวียร์ไม่ใช่ยาที่กินแล้วป้องกันโควิด-19 ส่วนวัคซีนก็เป็นวัคซีนที่สร้างภูมิต้านทานในตัวเรา ให้เข้มแข็งขึ้นและไม่ไปแพร่เชื้อให้คนอื่นอย่างไรก็ตามก็ต้องใช้มาตรการเดิมที่มีอยู่คือการสวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง และล้างมือ

ทั้งนี้เห็นหลายจังหวัดมีการควบคุมผู้ที่ใส่หน้ากากและไม่ใส่หน้ากากและมีบทลงโทษสำหรับผู้ที่ไม่ใส่หน้ากาก ตนก็ไม่อยากให้ประชาชนเดือดร้อนแต่บางครั้งก็จำเป็น เพราะไม่อย่างนั้นทุกคนก็ประมาทเลินเล่อ ก็จะทำให้การแก้ไขปัญหายากขึ้นเรื่อยๆ ตนก็โทษใครไม่ได้อยู่แล้ว เพราะเป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องไม่โทษซึ่งกันและกัน แล้วก็ร่วมมือกัน

“ขอขอบคุณกำลังใจที่ให้มากับผม ให้มากับรัฐมนตรี ให้กับครม. ซึ่งประชาชนส่วนมากก็ให้กำลังใจมากับเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ให้กำลังใจกับรัฐบาลซึ่งผมก็จะไม่หยุดนิ่งในการที่จะคิดบริหารจัดการในเรื่องต่างๆ แต่ทั้งนี้ก็ต้องฟังความคิดเห็นจากกระทรวงสาธารณสุขและบุคลากรทางการแพทย์” พล.อ.ประยุทธ์

นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า สำหรับแผนจัดหายาฟาวิพิราเวียร์เดือนเม.ย.-พ.ค.จำนวน 2 ล้านเม็ด เดือนพ.ค.-มิ.ย.จำนวน 1 ล้านเม็ด เดือนมิ.ย.- ก.ค.จำนวน 5 แสนเม็ด ฉะนั้นเราจะสั่งซื้อยาฟาวิพิราเวียร์สำรองในสต๊อกจำนวน 3.5 ล้านเม็ดให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งวันนี้ทราบว่ายังมีพอสำหรับในขั้นต้นที่จะใช้ในการรักษาสต๊อกต่างๆที่เตรียมไว้หากสถานการณ์เร็วร้ายมากขึ้นก็ต้องเพิ่มไปอีกฉะนั้นก็ต้องมีแผนเป็นขั้นตอน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับการเข้ามาของวัคซีนย้อนไปเดือน ก.พ.นี้รวมเข้ามา 317,000 โดส แบ่งเป็นซิโนแวค 200,000 โดส แอสตราเซเนกา 117,000 โดส เดือนมี.ค.ซิโนแวคเข้ามาอีก 800,000 แสนโดส เดือนเม.ย.ซิโนแวคเข้ามาอีก 1,000,000 โดส รวมเข้ามาแล้ว 2,117,000 โดส ตอนนี้ได้จัดแผนในการแจกจ่ายไปยังพื้นที่ต่างๆเพิ่มเติมมากขึ้นแล้ว และขอให้เร่งรัดการฉีดให้มากยิ่งขึ้น หากบุคคลากรทางการแพทย์ ไม่พอขอให้ไปรวบรวมบรรดาหมอ พยาบาล ที่มีความสามารถ มารวมช่วยกันฉีด

ขณะเดียวกันโรงพยาบาลเอกชนก็พร้อมยินดีช่วยฉีดตรงนี้ ได้มีการหารือกันอยู่แล้วแหละ จะทำอย่างไรให้รวดเร็วขึ้น ในส่วนของวัคซีนที่ประมาณการไว้ที่จะเข้ามาและติดต่อไว้ในขณะนี้เรียนให้ทราบ ในวันที่ 24 เม.ย.ซิโนแวคจะเข้ามาอีก 5 แสนโดส เดือนพ.ค.ซิโนแวคเข้ามาอีก 1 ล้านโดส แต่ในส่วนของ 1 ล้านโดสตรงนี้ต้องรอนโยบายของรัฐบาลจีนด้วย เพราะการนำออกจากประเทศจีน ต้องขออนุมัติรัฐบาลจีนก่อน ซึ่งเราหารือกันเป็นประจำอยู่แล้ว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนของแอสตราเซเนกาที่ผลิตในประเทศไทย จะเริ่มทยอยส่งตั้งแต่เดือนมิ.ย.ประมาณ 4-6 ล้านโดส และเพิ่มจำนวนตั้งแต่เดือนก.ค.ไปจนถึงสิ้นปี 64 จนครบ 61 ล้านโดส เพราะฉะนั้นบวกกับที่เราจะจัดหาเพิ่มเติมเป็นวัคซีนทางเลือกก็คิดว่าน่าจะเพียงพอ ขณะนี้สถาบันวัคซีนแห่งชาติกำลังเจรจากับไฟเซอร์ ประเทศอังกฤษ มีความเป็นไปได้ส่งให้ได้ช่วงเดือนก.ค.ถึงสิ้นปี 64 ประมาณ 5-10 ล้านโดส ขณะนี้กำลังรอใบเสนอราคาและเงื่อนไขอยู่ ซึ่งเรามีวัคซีนอีกหลายยี่ห้อด้วยกัน แต่ตนไม่อยากพูดไปล่วงหน้า เพราะอยู่ในขั้นตอนการติดต่ออยู่ รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ประยุทธ์ แจง ประเทศไทยสั่ง "วัคซีน" น้อย อ้างเราคุม "โควิดรอบแรก" ได้ดีมาก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง