‘วรวัจน์’ บี้ ‘ประยุทธ์’ จริงใจ วางแผนแก้โควิดจริงจัง เย้ยใช้เงินเกินฐานะคลังแต่ไร้ผล แนะให้ทถ.ใช้งบจัดการแก้โควิดในพื้นที่ด้วยตัวเอง เปิดให้รพ.เอกชนนำเข้าวัคซีน
เมื่อวันที่ 23 เม.ย.64 นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีตรมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โพสต์เฟซบุ๊กว่า
สถานการณ์โควิดประเทศไทยควรจะแก้ไขอย่างไร ด้วยมีคนถามมาจำนวนมาก ผมขออนุญาตให้ความเห็นใน3ความเห็น ผมอยากเห็นความจริงใจของรัฐบาล ความเข้าใจและเห็นใจประชาชน และการลงมือแก้ไขปัญหาจริงจัง อย่างแรก อยากขอผู้บริหารประเทศ เปิดใจให้ความจริงใจในการแก้ไขปัญหา ให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริงก่อน ปัจจุบันผมยังมองไม่เห็น เอื้ออาทรจากหัวใจของผู้บริหารประเทศอย่างแท้จริงเลย จะกรุณาปล่อยวางผลประโยชน์และให้ความสำคัญกับประชาชนจริงจังได้มั้ยครับ อย่างที่ 2 โปรดทำความเข้าใจในปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง ในขณะนี้เตียงในโรงพยาบาลมีไม่เพียงพอจริงๆ เป็นเรื่องที่แก้ไขปัญหาได้มั้ยครับ ขอบอกว่าแก้ไขได้แน่นอนครับ เพียงแต่ขอท่านช่วยรับฟังเสียงประชาชนหน่อย
เตียงสนาม ที่หน่วยงานรัฐจัดให้มีสภาพไม่เหมาะสม ที่จะรองรับประชาชนที่ต้องการจะเข้าไปพักฟื้น เพื่อรอเวลาสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรงอย่างที่เห็นกันอยู่ โดยเฉพาะกลุ่มไฮโซ หรือคนดังต่างๆ ไม่นิยมเข้าพัก จึงมีผู้ป่วยจำนวนหนึ่ง ไม่ได้เข้าไปอยู่ในเตียงสนามที่รัฐจัดให้ ซึ่งประชาชนโดยทั่วไป รัฐบาลไม่สามารถใช้วินัยทหาร เพื่อที่จะบังคับให้เข้าไปอยู่ในนั้นได้ทั้งหมด จึงทำให้มีปัญหา มีผู้ป่วยจำนวนมาก คงค้างอยู่ที่บ้าน และเกิดอาการติดเชื้อทั้งครอบครัวเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และอัตราค่ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชนตอนนี้สูงมาก หลายแสนบาท จนคนทั่วไปรับไม่ไหว อยากให้แก้ไขด้วย โปรดเข้าใจและเห็นใจประชาชนด้วย มันเป็นสภาวะโรคระบาด การเก็บค่าใช้จ่าย ควรจะต่ำลงและเหมาะสมกว่านี้
โปรดกระจายอำนาจเปิดโอกาสให้จังหวัด หรืออบจ.สามารถแก้ไขปัญหา ได้เอง โดยให้จังหวัดหรืออบจ.มีสิทธิ์ตัดสินใจใช้งบประมาณเองได้ เช่น เปิดโอกาสให้จังหวัดเช่าโรงแรมที่พักผู้ป่วยในอัตราสูงได้ เพื่อให้โรงแรมคุ้มค่าที่จะให้เช่าได้มั้ย แล้วให้กลุ่มผู้ป่วยหรือกลุ่มเสี่ยงที่ยังไม่ป่วยแยกกันอยู่ในสถานที่ ที่ไม่ปะปนกันดีมั้ยครับ ไม่ใช่เอาคนที่ป่วยแล้วกับคนที่ยังไม่ป่วยไปอยู่รวมกันในที่เดียวกัน เตียงสนามแบบประหยัดที่รัฐบาลคิด ยังไม่ใช่คำตอบนะครับ คนในท้องถิ่นจะเข้าใจคนในท้องถิ่นด้วยกันเองมากที่สุด ขออำนาจนี้ไปถึงท้องถิ่นจะได้มั้ย และถ้าหากมอบค่าตอบแทนแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่มีความเสี่ยงเป็น 2 เท่า ผมก็เชื่อว่าผู้ปฏิบัติงานทางสาธารณสุขก็จะมีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ขึ้นมาก การขาดแคลนคนดูแลผู้ป่วย ก็จะลดน้อยลง หรือถ้ารัฐจะให้เงินช่วยเหลือเพื่อไม่ให้ผู้ป่วยเดือดร้อนกับการต้องออกไปทำงาน เพื่อช่วยเหลือครอบครัวอีก จะสนับสนุนงบประมาณผ่านจังหวัด เพื่อช่วยเหลือประชาชนคนละ 10,000 บาทต่อเดือน ผมว่าประชาชนก็ยังรับได้ เพราะกลุ่มเสี่ยงและผู้ป่วยก็จะเต็มใจเข้าไปดูแลตนเอง ในโรงแรมทั้งหมดและก็จะทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจ ของประชาชนทั่วไป ก็จะสามารถดำเนินการต่อไปได้ โดยรัฐบาลไม่ต้องเยียวยาคน 30 ล้านคน แต่รัฐบาลจะได้ดูแลคนเพียงหลักแสนคนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงหรือผู้ป่วยเท่านั้น
ปัจจุบันโควิดยังไม่มียารักษาที่แท้จริง จะมีเพียงการส่งเสริมให้ประชาชน สร้างภูมิต้านทาน ด้วยสุขภาพที่แข็งแรง อาหารที่ครบหมู่ และวิตามิน A C E D B6 B12 เหล็ก ทองแดง แมกนีเซียม แมงกานีสหรือวิตามินZn(สังกะสี) รัฐบาลจะสนับสนุนประชาชนได้หรือไม่ วัคซีนเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก แม้ว่าในปัจจุบัน อาจจะฉีดสร้างภูมิคุ้มกันได้เฉพาะโควิดบางสายพันธุ์เท่านั้น แต่ถ้ารัฐบาลเปิดใจให้โรงพยาบาลเอกชนนำเข้าได้ โดยไม่ปิดกั้นเหมือนอย่างที่เห็น โอกาสที่คนไทยจะได้รับวัคซีนทั้งประเทศ จะเกิดขึ้นเร็วขึ้น สถานการณ์วิกฤติเศรษฐกิจก็จะคลี่คลายได้เร็วขึ้นด้วย และการฉีดวัคซีนควรจะมุ่งเป้าไปที่รอยต่อช่องโหว่ที่จะมีกลุ่มเสี่ยงเข้ามาในประเทศไทยก่อน เชื้อโควิดมาจากต่างประเทศ อุดตรงรอยรั่วที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาก่อนก่อน ปัญหาจะลดน้อยลงมากครับ
โปรดการยุติกิจกรรมสีเทาที่ผิดกฎหมาย เช่น บ่อนการพนัน ค็อกเทลเลาจ์ การปล่อยให้แรงงานต่างด้าวเข้าประเทศแบบผิดกฎหมาย การหลบๆซ่อนๆ ของคนที่มีเชื้อโควิด และทำให้เป็นการแพร่เชื้อก็จะหมดไปการเพิ่มวงเงินให้คณะกรรมการกองทุนเงินล้าน ใช้ระบบธนาคารหมุนเวียนเม็ดเงินเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ตรงเป้าหมาย อย่าตีกรอบวงเงินจนผู้ประกอบการรายย่อยไม่ได้ประโยชน์จากการช่วยเหลือทางการเงินจากภาครัฐเท่าที่ควร ส่งเสริมผลิตภัณฑ์เกษตรส่งออกในรูปของอาหาร ที่เป็นจุดแข็งของประเทศไทย ก็จะเป็นการสร้างรายได้แก่ประเทศอย่างมีนัยยะสำคัญ และสุดท้ายสิ่งสำคัญคือ โปรดกรุณาลงมือมีมาตรการแก้ไขปัญหา ที่ชัดเจน ไม่ใช่การบริหารเหมือนไม่ได้บริหาร
โปรดทราบว่าตอนนี้รัฐบาลใช้เงินไปเยอะมาก จนจะเกินฐานะการคลังของประเทศอยู่แล้ว แต่กลับไม่ได้ผล ประเทศไทยนี้เป็นของพวกเราทุกคน ถ้าบริหารงานแบบนี้ โอกาสที่ครอบครัวของพวกเราหรือญาติสนิท มิตรสหายใกล้ชิดเราทุกคน วันนึงคงไม่พ้นติดเชื้อโควิดจนได้ ความเห็นนี้เป็นส่วนหนึ่งของความเชื่อ ส่วนบุคคลของผม แต่ผมเชื่อว่าถ้าแนวทางการปฏิบัติชัดเจนและแก้ไขปัญหาจริงจังไม่เกิน 2 เดือน ปัญหาวิกฤติการณ์โควิดประเทศไทยสงบได้แน่นอน เมืองไทย ยังมีโอกาส และยังมีอนาคตที่แข็งแรง รุ่งเรืองอีกยาวไกลมาก โปรดอย่าทำลายประเทศไทยด้วยอคติอีกต่อไป