2 ผู้ลี้ภัย จากคดีทางการเมือง ชาวไทย โชว์เข้ารับ วัคซีนโควิด “สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล – จรัล ดิษฐาอภิชัย” ฉีดยี่ห้อยอดนิยม ที่ประเทศฝรั่งเศส
วันนี้ (24 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จรัล ดิษฐาอภิชัย อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ อดีตประจำภาควิชาสังคมศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ผู้ลี้ภัยชาวไทย หลังการรัฐประหาร 2557 โพสต์ภาพพร้อมข้อความ ว่า ได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ของ Pfizer
เช่นเดียวกับ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อดีตอาจารย์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ลี้ภัยขาวไทย หลังการรัฐประหาร 2557 โพสต์ภาพและข้อความ ว่าได้รับการฉีดวัคซีนแล้วเช่นกัน โดยได้รับการฉีดวัคซีน เข็มแรก เป็นยี่ห้อ Moderna
สำหรับ จรัล ดิษฐาอภิชัย ถูกฟ้องจากทางการไทย หลังฝ่ายฝืนประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 3/2557 จนกระทั่งศาลทหารอนุมัติออกหมายจับคดีด้านความมั่นคง เขาเดินทางออกจากประเทศไทยไปยังประเทศ และเดินทางต่อไปเพื่อลี้ภัยทางการเมืองที่ประเทศฝรั่งเศส ปัจจุบันได้รับสัญชาติฝรั่งเศส และได้จัดตั้ง สมาคมคนไทยเพื่อประชาธิปไตย เคลื่อนไหว สนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตยของไทย ที่ยุโรป
ด้านสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ถูกฟ้องจากทางการไทย ฝ่าฝืนคำสั่งที่ 5/2557 ลงวันที่ 24 พฤษภาคม และคำสั่งที่ 65/2557 ลงวันที่ 13 มิถุนายน เพื่อเรียกให้ไปรายงานตัว แต่เขามิได้ไปตามคำสั่งดังกล่าว จนกระทั่งมีการออกหมายจับ ปัจจุบันได้รับสถานะผู้ลี้ภัยในประเทศฝรั่งเศสอีกเช่นกัน
สำหรับกรณีดังกล่าว เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างยิ่ง เพราะสืบเนื่องจากสถานการณ์การกดดันรัฐบาลไทยในประเด็นการฉีดวัคซีน เพระาเนื่องจากว่ารัฐบาลไทย ได้สั่งจองวัคซีนยี่ห้อเดียว คือ แอสตร้าเซเนก้า ต่อมา ฝ่ายการเมืองและประชาชนทุกวงการ ต่างตั้งคำถาม กดดันรัฐบาล จนต่อมามีการนำเข้าเพิ่มมาอีกหนึ่งยี่ห้อ นั่น คือ ซิโนแวค
จากนั้น มีรายงานข่าวผลค้างเคียงจากวัคซีนทั้งสองยี่ห้อ มีการตั้งคำถามเรื่องประสิทธิภาพ บางประเทศระงับการใช้หรือไม่ให้การรับรอง นำมาสู่การกดดันของประชาชน และภาคการเมืองอีกครั้ง โดยเฉพาะในการจัดคัลบเฮาส์ล่าสุดของ “ทักษิณ ชินวัตร” โดยระบุว่าเขาสามารถเจรจากับต่างประเทศ เพื่อนำเข้าวัคซีนมาในประเทศไทยได้ เช่นเดียวกับเจ้าสัวหลายๆคน
ประกอบด้วยสถานการณ์ในต่างประเทศ ที่ประชาชนจำนวนมาก ได้รับวัคซีนกันถ้วนหน้า ต่างจากไทย ที่อัตราส่วนการฉีดวัคซีนต่อประชากร ยังอยู่ในระดับต่ำมาก และมีการวิจารณ์ว่าอยู่ระดับท้ายแถวของโลกด้วย ล่าสุด ภายในสัปดาห์เดียว รัฐบาลโดยนายกฯ ได้มีการไฟเขียวเพื่อเจรจาพูดคุยกับบริษัทยายักษ์ใหญ่ เพื่อนำเข้าวัคซีนไฟเซอร์ วัคซีนดังจากสหรัฐฯ รวมถึง การเจรจากับผู้นำรัสเซีย ขอซื้อวัคซีนสปุตนิควี เป็นต้น

