เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2564 ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมกันของสมาชิกรัฐสภา โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) 13 ฉบับ ที่พรรคพลังประชารัฐเสนอ 1 ฉบับ พรรคร่วมฝ่ายค้าน 4 ฉบับ และพรรคร่วมรัฐบาล 3 พรรคคือ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย และพรรคชาติไทยพัฒนา 8 ฉบับ
นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่า จุดยืนของพรรคตั้งใจที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อตอบโจทย์ของพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด เป็นที่มาของรัฐธรรมนูญที่เราได้เสนอไปเมื่อคราวก่อน โดยเสนอให้มีการแก้ไขมาตรา 256 ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน แล้วให้ ส.ส.ร.ไปเขียนกติกาที่รับฟังความเห็นมาจากพี่น้องประชาชน แต่ร่างที่เสนอนั้นไม่ผ่านสภา จึงเป็นที่มาของร่างรัฐธรรมนูญอีก 3 ฉบับนี้ ที่เราร่วมลงชื่อกับพรรคประชาธิปัตย์
สำหรับประเด็นยุทธศาสตร์ชาติ โจทย์ของตนไม่ได้สนใจว่ายุทธศาสตร์ชาติจะมีอยู่หรือไม่ ตนเห็นด้วยที่จะมีการวางแผน และวางรากฐานระยะยาวให้กับประเทศ แต่สิ่งที่ยังติดใจ คือ ท่านเขียนกว้างมากเกินไป สามารถเขียนให้เฉพาะเจาะจงกว่านี้ได้ การวางยุทธศาสตร์ชาติต้องวางให้รอบด้าน ไม่ใช่เพียงแค่ด้านความมั่นคงเท่านั้น จึงขอชวนเพื่อนสมาชิกรับหลักการ
ส่วนการแก้ไขมาตรา 272 ซึ่งเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อน เพราะการจะทำให้ ส.ว.มาโหวตเห็นด้วย เป็นไปไม่ได้เลยที่จะชักชวนโดยการข่มขู่ เสียดสี หรือด่าทอ รังแต่จะนำมาซึ่งความพินาจ และความไม่สำเร็จในการเดินสู่เป้าหมาย แต่ทางที่ดีที่สุดคือต้องเอาเหตุผลมาคุยกัน จึงขอนำเสนอว่า ในรัฐธรรมนูญปี 2560 ในตัวบทหลักไม่มีให้วุฒิสภาเลือกนายกฯ แปลว่าเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญไม่ได้ตั้งใจให้วุฒิสภาเข้ามากำหนดตัวนายกฯตลอดกาล หรือตลอดอายุของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพียงแต่อยู่ในบทเฉพาะกาลเท่านั้น
ในบทเฉพาะกาลกำหนดไว้เพียง 5 ปี อยู่ที่ว่า 2 เกือบ 3 ปีที่ผ่านมา เพียงพอหรือยังกับการเปลี่ยนผ่าน และพอหรือยังสำหรับบทเฉพาะกาล ถ้าถามตน ตนว่าเพียงพอแล้ว และถ้าถามประชาชน ก็คงบอกว่าเพียงพอแล้ว แต่ตนไม่แน่ใจกับคำตอบถ้าถามทางวุฒิสภา ดังนั้น วันที่ 24 มิ.ย. เราจะมีคำตอบร่วมกัน
นายภราดร กล่าวว่า เรื่องกติกาการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะกติกาใดก็แล้วแต่ บัตร 1 ใบ หรือ 2 ใบ จะแบ่งกี่เขตหรือจะคิดคะแนนแบบใด หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่พวกเราภูมิใจไทยเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับกติกา แต่เราในฐานะผู้เล่น มีความชอบธรรมมากน้อยแค่ไหนที่จะมาเขียนกติกาให้ตัวเองเล่น นี่คือสิ่งที่ต้องถามตัวเอง เราจึงไม่สมควรที่จะมาเขียนกติกา เพื่อให้ตัวเองลงไปเล่น
กติกาควรเขียนโดยกรรมการ ซึ่งกรรมการคือประชาชน ที่ต้องเขียนกติกาให้ผู้เล่นได้เล่น ดังนั้น ขอสรุปว่าร่างใดก็ตามใน 13 ร่างที่เสนอมา หากเป็นร่างที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนโดยตรง เราพร้อมที่จะสนับสนุน แต่ร่างใดที่จะแก้ไขแล้วถูกครหาว่านักการเมืองแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของตัวเอง ตนขอไม่ร่วมแสดงความเห็นในประเด็นดังกล่าว