เมื่อวันที่ 26 ม.ย.2564 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีรัฐสภามีมติรับหลักการวาระหนึ่ง ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาธิปัตย์ ที่เสนอแก้ไขมาตรา 83 และมาตรา 91 เปลี่ยนระบบเลือกตั้งจากบัตรใบเดียว เป็นบัตร 2 ใบ ประกอบด้วย ส.ส.เขต 400 คน และบัญชีรายชื่อ 100 คน ขณะที่บทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งในรัฐธรรมนูญ 2560 มีถึง 8 มาตราว่า ไม่คิดว่าจะเป็นอุปสรรค และได้สอบถามฝ่ายกฎหมายเบื้องต้นแล้วคิดว่าไม่ได้มีปัญหาอุปสรรคอะไร
เมื่อรัฐสภามีมติรับหลักการแล้วว่าจะแก้รัฐธรรมนูญมาตราใดบ้างที่เป็นหลักสำคัญ เมื่อเข้าสู่การพิจารณาวาระ 2 ในส่วนของการแก้ไข หากจะต้องไปกระทบกับมาตราใดบ้างก็สามารถปรับปรุงแก้ไขได้ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการที่รับมา ฉะนั้นจะระบุกี่มาตรา ก็ไม่เป็นไร มาตราที่เหลือจะต้องปรับให้สอดคล้องกับมาตราที่รับหลักการไป
“เบื้องต้น เท่าที่คุยกับฝ่ายกฎหมายไม่ได้มีปัญหาอะไร และไม่อยากให้ตีตนไปก่อนไข้ด้วย เพราะเราต้องจับมือกับทุกฝ่ายที่จะช่วยเข็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปสู่ความสำเร็จ แม้ว่าจะเป็นการเข็นครกก็ตาม แต่ถ้าช่วยกันหลายๆ แรง ทั้งในส่วนของ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ส.ส.ฝ่ายค้าน ส.ว. ผมคิดว่า ครกก็ขึ้นไปถึงภูเขาได้ ฉะนั้นที่สำคัญคือขอให้ร่วมมือร่วมใจกัน” นายจุรินทร์ กล่าว
สิ่งสำคัญของแก้รัฐธรรมนูญเรื่องระบบการเลือกตั้ง ซึ่งมีสาระสำคัญที่จะเป็นประโยชน์กับประเทศและประชาชน รวมทั้งระบบการเมืองในภาพรวม
ส่วนที่มีคำถามว่าประชาชนจะได้อะไรนั้น ความจริงตรงนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะการเปลี่ยนระบบจากบัตรใบเดียวเป็นบัตร 2 ใบ เท่ากับเป็นการขยายสิทธิเสรีภาพในการเลือกตัวแทนของประชาชนเพื่อไปจัดตั้งรัฐบาลต่อไปในอนาคต ถ้าได้รัฐบาลที่ดี เข้าใจปัญหาประชาชน มีศักยภาพในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องให้กับประชาชนได้ รวมทั้งปัญหาอื่นๆ ประชาชนจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์โดยตรง
ระบบนี้เปลี่ยนจากระบบใบเดียว ซึ่งสิทธิเสรีภาพประชาชนถูกจำกัด เพราะเอาการเลือกคนกับเลือกพรรคมามัดรวมกัน ระบบเลือกตั้งบังคับไว้แค่บัตรใบเดียว 1 คะแนน เป็นข้าวต้มมัด แต่พอเป็นระบบบัตร 2 ใบ เท่ากับทำให้ประชาชนมีเสรีภาพในการที่จะแยกเลือกคนกับพรรคออกจากกัน คน 1 คะแนน พรรค 1 คะแนน จะเลือกพรรคเดียวกับคนก็ได้ เลือกแยกกันก็ได้ ตามที่ประชาชนปรารถนา เป็นการขยายสิทธิเสรีภาพในการเลือกตัวแทน ถ้านับหนึ่งจากการเลือกที่บิดเบี้ยว ปลายทางอาจจะเป็นปัญหาได้
“วาระที่ 3 เราจะพยายามผลักดันให้การแก้รัฐธรรมนูญประสบความสำเร็จ แม้ว่าจะเหลือแค่ร่างเดียว คือร่างประชาธิปัตย์ แต่ถือว่านี่คือการนับหนึ่งในการที่จะก้าวต่อไปที่จะทำให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้นในประเด็นอื่นได้ แม้ว่าจะเสียดายกับร่างอีก 5 ร่างของประชาธิปัตย์ที่ตกไป เพราะแต่ละร่างเป็นประโยชน์โดยตรงกับประชาชนเหมือนกัน แต่เป็นเรื่องที่ผ่านไประดับหนึ่ง อย่างน้อยร่างที่เหลือ 1 ร่าง เราจะพยายามทำหน้าที่เต็มที่ ไม่วอกแวก ไม่เปลี่ยนใจ”นายจุรินทร์ กล่าว