จัดแบบเละเทะ! ฝ่ายค้าน จี้ปรับลดงบปี 65 เหตุไม่สอดคล้องสถานการณ์ประเทศ ขู่หากไม่รื้อโครงสร้างการจัดทำงบประมาณ สำนักงบฯอาจเสนอลดเงินดือนขรก.
เมื่อวันที่ 18 ส.ค.2564 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท วาระที่ 2-3 โดยนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม
โดยเมื่อเวลา 11.15 น. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ ในฐานะกมธ.งบประมาณ อภิปรายขอสงวนคำแปรญัตติ มาตรา 4 ภาพรวมงบประมาณปี 65 วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท โดยขอตัดงบส่วนนี้ 6% เนื่องจากเห็นว่าเป็นการจัดงบแบบไม่รักษาวินัยการเงิน การคลัง จัดงบเหมือนหาเสียงของฝ่ายรัฐบาล
อีกทั้งภาวะวิกฤตโควิด-19 ควรยกเลิกงบอบรม สัมมนา แต่ในร่างพ.ร.บ.งบปี 65 ยังพบว่ามีงบสัมมนาถึง 1.7 แสนล้านบาท รัฐบาลไม่ควรจัดงบส่วนนี้ ตนจึงเสนอให้ตัดออก และการจัดงบครั้งนี้ยังมีงบผูกพันข้ามปีถึง 1 ล้านล้านบาท ทั้งที่นาทีนี้ควรเอางบไปดูแลประชาชน ตนจึงเห็นว่า การจัดงบปี 65 ไม่ให้ความเป็นธรรมกับประชาชน
ด้านนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายขอสงวนความเห็นมาตรา 4 ขอปรับลดงบลง 1 แสนล้านบาท เหลือ 3 ล้านล้านบาท และมองว่าทางออกของประเทศไทย น่าจะเป็นการรื้อโครงสร้างรัฐ เพื่อศักยภาพของประเทศ ที่ยังรีดไขมันที่ไม่ตอบโจทย์ได้อีก ได้แก่ ไขมันประเภทที่ 1 งบกลาโหม และงบความมั่นคง ไขมันประเภทที่ 2 งบลงทุนในสิ่งก่อสร้าง และไขมันประเภทที่ 3 งบที่มีพิรุธ เช่น การตั้งราคาสูงกว่าท้องตลาด และใบเสนอราคาไม่สมบูรณ์
ขณะที่น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ขอปรับลดภาพรวมงบลง 1 แสนล้านบาท ให้เหลือ 3 ล้านล้านบาท ด้วยวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น เรากู้เงินเต็มเพดาน แต่ยังต้องใช้เงินคงคลังมาโปะส่วนที่ยังขาดอยู่ ซึ่งปี 65 มีการออกแบบงบให้กู้แบบเต็มเพดาน ส่วนรายได้ที่คาดว่าจะได้ 2.4 ล้านล้านบาท ก็ไม่แน่ใจว่าจะยังทำได้หรือไม่ อีกไม่นานสำนักงบประมาณอาจจะเสนอลดเงินเดือนบุคลากรภาครัฐก็ได้ หากยังไม่มีการปรับโครงสร้างการจัดงบประมาณ
ดังนั้น เราต้องรื้อโครงสร้างการจัดงบให้ตอบสนองออกจากวิกฤตนี้ให้ได้ เพราะงบค่าใช้จ่ายบุคลากรปี 65 ของข้าราชการ ยังคิดเป็น 40% ของงบปี 65 ซึ่งถือว่าสูงมาก เป็นเรื่องที่ต้องนำมาปรับปรุงเพื่อให้ลดลงอีก และควรพิจารณาว่าควรชะลอการเพิ่มหน่วยงานใหม่ด้วยหรือไม่
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะกมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายว่า ตนขอปรับลด 10% เป็นเงิน 3.1 เสนล้านบาท เพราะเห็นว่าหน่วยงานต่างๆ จัดทำงบแบบใช้ไม่ได้ ไม่ดูสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่สมดุลกับเหตการณ์บ้านเมือง จึงขอให้ฉายาในการจัดงบปี 65 ว่าจัดงบแบบเละเทะ ไม่สนโรคภัยไข้เจ็บของประชาชน
“การจัดทำงบครั้งนี้ รัฐมนตรีบางกระทรวงทำแกล้งโง่ โดยอธิบดีชง มือทำเงิน มือทำรวย ปลัดบางคนทำ ฝ่ายค้านรู้หมด แต่ขอให้ใจเย็นๆ อภิปรายไม่ไว้วางใจสิ้นเดือนนี้เจอกัน แต่ภาวะเศรษฐกิจและโรคระบาดเช่นนี้ เบาๆหน่อยได้หรือไม่ เอาพอประมาณ อย่ากร่างกันมากนัก เห็นหัวประชาชนบ้าง พวกผมฝ่ายค้านสะอึก จึงไม่สามารถปล่อยงบนี้ให้ผ่านได้” นายจิรายุ กล่าว