พปชร. เขย่าเก้าอี้ครม. ไล่ล็อบบี้พรรคเล็ก หมากเขี่ยรมต.สะพัด ต่อรองหนัก พรรคเล็กไม่พอใจ โดนเท ปมแกนนำรัฐบาลแก้รธน. รื้อใบบัตรเดียว จับตามวงประชุมพรรค 30 ส.ค.นี้ วางแนวอภิปราย
วันที่ 29 ส.ค.2564 รายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)แจ้งว่า หลังจากเมื่อวันที่ 28 ส.ค.แกนนำ พปชร. แต่ละกลุ่มในพรรคสลับกันเข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพปชร. เพื่อหารือเตรียมการรับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล จำนวน 6 คน ก่อนที่พรรค พปชร.จะมีการประชุมส.ส. เพื่อเตรียมความพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในเวลา 15.00 น.วันที่ 30 ส.ค.ที่ทำการพรรค พปชร.ถนนรัชดาภิเษก
ทั้งนี้ต้องจับตามติพรรคจะออกมาทิศทางใดในการอภิปราย ซึ่งจะมีแกนนำพรรค ส.ส. และรัฐมนตรีของพรรคที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ จำนวน 2 คน คือ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เข้าร่วมเพื่อทำการซักซ้อม โดยการเข้าพบพล.อ.ประวิตร ของแกนนำพรรคบางคน เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวว่า มีความพยายามกดดัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เพื่อให้ปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยพุ่งเป้าที่รัฐมนตรีของพรรค 3 คน ซึ่ง 2 ใน 3 เป็นรัฐมนตรีที่เพิ่งได้รับแต่งตั้งยังไม่ถึงครึ่งปี คือ
นายชัยวุฒิ และ น.ส.ตรีนุช รวมถึง นายสุชาติ ที่ถูกยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นครั้งที่สองติดต่อกัน โดยการกดดันให้ปรับครม.ครั้งนี้ นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรค พปชร. และนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. และประธานวิปรัฐบาล เนื่องจากมองว่าที่ผ่านมารัฐมนตรีใหม่ของพรรคทั้งสองคน เมื่อได้ตำแหน่งไปแล้วกลับห่างเหิน ไม่สนองนโยบายพรรค และไม่ได้ดูแล ส.ส.เท่าที่ควร นอกจากนี้ ยังเห็นว่ารัฐมนตรีหลายคนในรัฐบาลไม่ตอบสนองเสียงสะท้อนปัญหาของ ส.ส.ในพื้นที่ โดยเฉพาะภารกิจที่มีความใกล้ชิดกับประชาชน
การกดดันครั้งนี้คาดว่าจะใช้วิธีทำให้รัฐมนตรีที่อยู่ในข่ายได้รับคะแนนน้อยที่สุด ใช้เป็นข้ออ้างเรียกร้องให้มีการปรับครม. โดยมีตัวแปรคือบรรดาพรรคเล็ก หากการเคลื่อนไหวครั้งนี้ทำได้สำเร็จ และนำไปสู่การปรับ ครม.ได้ จะทำให้มีเก้าอี้ว่าง 3 ตำแหน่ง คือ รมว.แรงงาน รมว.ศึกษาธิการ และรมว.ดีอีเอส และจะทำให้รัฐมนตรีในกลุ่ม 4 ช. มีโอกาสที่จะขยับตำแหน่งที่สูงขึ้น ซึ่งในการปรับครม.ครั้งที่แล้วเคยมีความพยายามผลักดันให้ ร.อ.ธรรมนัส ไปเป็น รมว.แรงงาน นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน ไปเป็น รมว.ศึกษาธิการ และนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม ไปเป็น รมว.ดีอีเอส แต่ไม่สำเร็จ และในครั้งนี้ยังมีความพยายามจะใช้สูตรดังกล่าวอีกครั้ง โดยเฉพาะ ร.อ.ธรรมนัส ที่ปัจจุบันเป็นเลขาธิการพรรค พปชร. จึงต้องการขยับขึ้นไปเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการในกระทรวงที่ใช้เป็นกลไกในการสร้างฐานเสียงได้
โดยคนที่รับผิดชอบดูแลเรื่องเสียงในสภาฯยังเป็น ร.อ.ธรรมนัส และนายวิรัช เหมือนกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่แล้ว โดยมีรายงานว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ร.อ.ธรรมนัส ได้เดินสายคุยกับบรรดาพรรคเล็ก เรื่องการยกมือโหวตให้รัฐมนตรีแต่ละคน ซึ่งพรรคเล็กมีความพยายามต่อรองหนักมากกว่าทุกครั้ง เพราะมีความไม่พอใจจากกรณีที่พรรค พปชร. สนับสนุนให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องบัตรเลือกตั้งสองใบ ที่พรรคเล็กมองว่าเป็นการทอดทิ้งและเอื้อประโยชน์ให้กับพรรค พปชร.เอง อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า ก่อนหน้านี้ 2-3 วัน พล.อ.ประยุทธ์ ได้เข้าหารือ พล.อ.ประวิตร เป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง คาดเป็นการหารือถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ