ผู้บริหาร สธ. โต้ ฝ่ายค้านโจมตีให้ข้อมูลเท็จซื้อซิโนแวค ยันไม่มีเงินทอน วอนอย่าด้อยค่าวัคซีน ชี้สูตรไขว้ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันสูง
เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ที่รัฐสภา นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย นำผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข แถลงชี้แจงถึงกรณีฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจการจัดซื้อวัคซีนซิโนแวค
โดยนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ไทยนำวัคซีนซิโนแวคเข้ามาใช้ตั้งแต่เดือนมี.ค. 2564 ขณะนั้นวัคซีนได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) เรียบร้อยแล้ว โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัย ซึ่งจากข้อมูลการศึกษาของมหาวิทยาลัยสงขลาศรีนครินทร์ พบว่าวัคซีนสามารถลดการระบาดของโรคได้ และพบว่าวัคซีนซิโนแวคช่วยลดการติดเชื้อและความรุนแรงของโรคที่ระดับ 70-80% ขึ้นไป ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันว่าไม่มีวัคซีนตัวใดที่ป้องกันโรคโควิดได้ 100% ไม่ว่าซิโนแวคหรือไฟเซอร์
ทั้งนี้ ไทยมีการพัฒนาสูตรฉีดวัคซีนที่เรียกว่า สูตรไขว้ โดยใช้ซิโนแวคเป็นเข็มหนึ่งและแอสตร้าเซเนก้าเป็นเข็มสอง พบว่าสร้างภูมิคุ้มกันในระดับที่สูงเทียบเท่ากับการฉีดแอสตร้าเซเนก้า 2 เข็ม แต่ข้อดีคือ ฉีดได้เร็วขึ้นและภูมิคุ้มกันมากขึ้น
ฉะนั้นข้อกล่าวหาดังกล่าว จึงไม่เป็นความจริง ทั้งนี้ นักวิชาการจากหลายแห่ง มีหลักฐานยืนยันตรงกันว่า วัคซีนสูตรไขว้ซิโนแวคกับแอสตร้าฯ มีประสิทธิภาพ จึงเป็นเหตุผลที่กระทรวงสาธารณสุขและกรมควบคุมโรค พยายามจัดหาวัคซีนที่ค้นหาได้มาให้กับประชาชนอย่างทันเวลา
นพ.โอภาส กล่าวต่อว่า องค์การอนามัยโลกขณะนี้ได้สั่งซื้อซิโนแวคหลายร้อยล้านโดส เพื่อฉีดให้กับประชาชนทั่วโลก จึงเป็นตัวยืนยันว่าซิโนแวคมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในช่วงต้นการระบาด แม้ขณะนี้จะมีการระบาดสายพันธุ์เดลต้า ทำให้วัคซีนทุกตัวมีประสิทธิภาพลดน้อยลง แต่เรายังหาวิธีการฉีดวัคซีนแบบไขว้ ที่ทำให้ประชาชนได้รับภูมิคุ้มกันที่รวดเร็วขึ้น
ยืนยันว่าซิโนแวคมีประสิทธิภาพ ขอความกรุณาอย่าด้อยค่าวัคซีนซิโนแวค เพราะวัคซีนตัวนี้ช่วยเราตั้งแต่ต้นปี ทำให้เราดูแลการระบาดของโรคได้เป็นอย่างดี และจะพยายามเร่งสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชน ส่วนเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย โดยเฉพาะพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง ฉะนั้น ข้อกล่าวอ้างที่บอกว่าไม่เป็นไปตามกฎหมาย จึงไม่เป็นความจริง
ด้านนพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผอ.องค์การเภสัชกรรม กล่าวถึงกรณีส.ส.อภิปรายว่า องค์การเภสัชฯ เป็นนายหน้าขายวัคซีนให้กับบริษัทซิโนแวค ว่า ในช่วงการแพร่ระบาดตอนแรก องค์การเภสัชฯ ไม่ได้เป็นผู้จัดซื้อโดยตรง แต่เป็นบริษัทลูกแห่งหนึ่งทำหน้าที่ แต่ทางการจีนไม่ยอม จึงเป็นเหตุให้องค์การเภสัชฯ ต้องไปติดต่อเอง ส่วนเรื่องราคา มีการนำเข้า 16 ช่วง จะมีราคาแตกต่างกันแต่ละช่วง ตั้งแต่ 17 เหรียญดอลลาร์ ต่อมาเราซื้อในราคาถูกเป็นลำดับ เพราะมีการต่อรองราคา จนมาถึงราคาสุดท้าย 8.9 เหรียญดอลลาร์ เฉลี่ยราคา 11.99 เหรียญดอลลาร์
ส่วนที่อภิปรายว่ามีส่วนต่างจำนวนมาก ขอชี้แจงว่าเข้าใจคลาดเคลื่อนอย่างมาก เพราะเราได้ใช้เงินองค์การเภสัชฯ จัดซื้อไปก่อนหลายพันล้าน จากนั้นเมื่อได้ของแล้วก็กำหนดราคาขาย ซึ่งเราต้องแบกรับอัตราแลกเปลี่ยน ยืนยันว่าไม่มีส่วนต่าง กรอบการอนุมัติเป็นการขอเผื่อไว้ แต่เมื่อมีการเรียกเก็บ ก็เก็บราคาตามจริง โดยบวกค่าดำเนินการ ค่าขนส่ง 2-4% และส่วนต่างที่เหลือไม่มีใครได้แน่นอน 100% ซึ่งงบประมาณตรงนี้กรมควบคุมโรคเป็นผู้ดูแล และมีการเบิกจ่ายตามจริง
ขณะที่นพ.นคร เปรมศรี ผอ.สถาบันวัคซีน ระบุถึงการเข้าร่วมโครงการโคแวกซ์ (Covax) ว่า มีประเทศเข้าร่วมโครงการ 139 ประเทศ แต่มีการแจกวัคซีนเพียง 224 ล้านโดส จะเห็นได้ว่าแต่ละประเทศได้รับวัคซีนไม่มาก การที่เราจัดซื้อวัคซีนโดยตรง ทำให้เราได้รับวัคซีนมากกว่า และมีความแน่นอนมากกว่า
ตอนนี้เราได้รับวัคซีนและฉีดให้ประชาชนไปแล้ว 30 ล้านโดส ถ้าเราเข้าร่วมโครงการโคแวกซ์ อาจจะไม่มีความแน่นอนในการได้รับวัคซีน และอาจได้รับวัคซีนที่น้อย เพราะเป็นการจัดหาโดยโครงการขนาดใหญ่ มีประเทศเข้าร่วมมาก จึงเป็นเหตุให้กระทรวงสาธารณสุขจัดหาวัคซีนจากผู้ผลิตวัคซีนโดยตรง แต่ในอนาคตหากสถานการณ์เปลี่ยนไป ไทยอาจจะพิจารณาเข้าร่วมโครงการก็ได้