ผู้สื่อข่าวรายงานถึงกำหนดการลงพื้นที่ประชุมครม. นอกสถานที่อย่างเป็นทางการที่ จ.พิษณุโลก และสุโขทัย ระหว่างวันที่ 25-26 ธ.ค.ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช. ) พร้อมคณะว่า เวลา 11.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เดินทางมายังมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม อ.เมือง จ.พิษณุโลก เพื่อเป็นประธานสักขีพยานในการมอบหนังสืออนุญาตให้ทำประโยชน์ในที่ทำกินในพื้นที่ป่าสงวน แก่ประชาชน 14 จังหวัดภาคเหนือ ผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัด 14 จังหวัด โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นายวิษณุ เครืองาม พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นากฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ และนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ร่วมพิธีด้วย ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และอาสาสมัครรักษาดินแดนที่กระจายกำลังดูแลทั่วพื้นที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม
จากนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวกับประชาชนตอนหนึ่ง ว่า ตนมาวันนี้ได้รับฟังปัญหาของชาวพิษณุโลกไปหลายข้อซึ่งส่วนใหญ่ตรงกับแนวทางของรัฐบาลในการพัฒนาพื้นที่ วันนีีี้เราต้องยอมรับว่าประเทศกำลังมีปัญหา อาทิ ความเป็นอยู่ของประชาชนผู้มีรายได้น้อย การกระจายรายได้ การใช้เทคโนโลยี การค้าขายที่ทุกวันนี้เราค้าขายโดยเสรี ซึ่งเราต้องมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ขณะที่ตนต้องดูแลคนทั้งประเทศ ไปตรงไหนก็ถือเป็นคนของตรงนั้น และเราต้องหาทางทำอย่างไรให้มีผลิตภัณฑ์มวลรวมเพิ่มขึ้นทั้งประเทศ แม้บางคนบอกว่าต้องใช้กลไกประชาธิปไตย แต่ตนคิดว่าต้องมีธรมาภิบาล ความเป็นธรรม เป็นกลไกที่เหมาะสม ทำให้ทุกคนได้มีโอกาสด้วย สำหรับภาคเหนือทุกจังหวัดก็ต้องไปดูเช่นกันว่าจะทำอย่างไรให้คนในจังหวัดมีรายได้สูงขึ้น
ส่วนการมอบเอกสารให้เข้าทำประโยชน์ที่ิดินเป็นการปลดล็อกให้ประชาชนที่อยู่ในที่ป่าเสื่อมโทรมมานานให้เขาได้ใช้ที่ดินอย่างถูกต้อง ขณะเดียวกันสิ่งที่คนรู้สึกว่าเศรษฐกิจมันแย่ เกิดมาก่อนปี 2556 ต่อมาเมื่อปี 2557 ที่ตนเข้ามา เศรษฐกิจยังมีการชะลอตัว ดังนั้น เราต้องลดต้นทุนการผลิิต โดยทุกวันนี้ทุกอย่างผูกพันกับการค้าเสรี วันนี้เราต้องหาวิธีผลิตเมล็ดพันธุ์พืชเอง จึงต้องสร้างชุมชนการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อที่ชาวบ้านไม่ต้องไปซื้อเมล็ดพืชจากบริษัทใหญ่ๆ
ทุกอย่างเริ่มดีึ้นเมื่อปี 2558 แต่เศรษฐกิจโลกยังชะลอตัว เพราะหลายประเทศยังมีความขัดแย้ง แต่ เราไม่เคยขัดแย้งกับใคร ประเทศเหล่านั้นต้องการอาหารการกินอย่ เศรษฐกิจโลกขึ้น-ลง ประกอบกับมีภัยพิบัติ ปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง โดยเฉพาะภาคใต้ของเราจะมีพายุมาอีกลูกหนึ่ง เราจึงต้องเตรียมรับมือ
นายกฯ กล่าวอีกว่า รัฐบาลทำเตรียมมาให้ 3 ปี ซึ่งทุกคนต้องช่วยกันรักษา ต้องทำตามยุทธศาสตร์ชาติให้ทั่วถึง อย่างเช่นสร้างถนนก็ทำเส้น ไม่ใช่ทำทีละขยัก ขณะที่ประชาธิปไตยก็ต้องมีธรรมาภิบาล ทั่วถึง และเป็นธรรมกับทุกคน ส่วนที่เป็นปัญหาทางการเมืองก็อย่าให้บานปลายไปกว่านี้เลย
การท่องเที่ยวดีขึ้น ต้องส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมให้มากขึ้น และเน้นให้มีการทำแพ็คเกจการท่องเที่ยวรรวมกันหลายแห่งหลายจังหลวัด รวมถึงต้องมีความปลอดภัย ต้องไม่เอาเปรียบนักท่องที่ยว ต้องช่วยกันดูแลสิ่งใดที่จะไม่ปลอดภัยต่อนักท่องเที่ยว เราต้องช่วยกันดูแลไม่ให้เกิดขึ้น ทุกคนอย่านิ่งดูดาย ไม่ใช่ดูแลแค่เฉพาะบ้านของตัวเอง
ส่วนการบริหารจัดการน้ำ มีปัญหาทั้งสิ้น ปีนี้ตนจะทำให้ครบ รัฐบาลกำลังเข้าไปแก้ปัญหาเพื่อให้ทุกพื้นที่มีน้ำประปาใช้ทั้งหมด ไม่ขาดแคลนน้ำ ทั้งภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรมขนาด ขณะที่น้ำฝนที่ตกลงมาก็ต้องหาทางเก็บกักเอามาไว้ใช้ให้ได้ รวมถึงน้ำทุ่งก็เช่นกัน เราต้องสร้าง แหล่งน้ำเอาไว้เก็บกักในพื้นที่ให้ได้ ดูด้วยว่าพื้นที่นั้นๆถูกกฎหมายหรือไม่ นอกจากนี้ต้องช่วยกันดูแลพื้นที่ป่าต้นน้ำ แม้ตนใช้อำนาจสั่งการได้ แต่ก็จะทำให้ประชาชนรับความเดือดร้อน จึงขอให้ทุกคนให้ความร่วมมือ เพราะหลายพื้นที่ก็เป็นที่ดินของประชาชน อีกทางต้องสร้างการเรียนรู้ ช่วยกันคิดร่วมกันว่าจะทำแหล่งน้ำในพื้นที่ได้อย่างไร เพราะที่ดินในบางพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นของเอกชน ไม่ไร้โครงการรัฐบาลมีความพร้อม ที่จะดำเนินโครงการ แต่ยังผ่านไม่ได้เพราะติด การทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรือ eia ซึ่งตรงนั้นก็ต้องดูกัน
“ภาคเหนือเป็นภาคที่มีประสิทธิภาพ ศักยภาพมากกว่าภาคอื่น มีทั้งป่าไม้ การท่องเที่ยว การเกษตร คนน่ารัก ทุกคนจึงต้องร่วมมือกัน ไม่ว่าจะรัฐบาลนี้หรือรัฐบาลหน้า ทุกคนก็ต้องร่วมมือกับรัฐบาล ไม่ว่ารัฐบาลหน้าจะทำดีกว่ารัฐบาลนี้หรือไม่ ทุกคนก็ต้องช่วยเขา ในห้องนี้ เชื่อว่าไม่มีใครรักผม นั่นก็เป็นเรื่องของท่าน ผมคงไปขอร้องไม่ได้ แต่ถ้ามีความเดือดร้อนอะไร ถ้าจะมาร้องกับรัฐบาล ให้มาร้องที่ผม เพราะเราทำงานแบบประชารัฐ สำคัญว่าเราต้องหาศักยภาพให้เจอ พัฒนาทั้งจากภายในและภายนอก ขณะที่เลือกของท้องถิ่นก็เป็นเรื่องสำคัญ ประชาธิปไตยก็เป็นเรื่องสำคัญ การพัฒนาท้องถิ่นเราทุกคนก็ต้องช่วยกัน และถ้าทุกคนไม่เปลี่ยนความเชืื่อ ไม่เปลี่ยนความคิด ก็จะแก้อะไรไม่ได้ วันนี้ ประเทศไทยปลูกข้าวหลายชนิด และมีการปลูกข้าวที่ลดน้ำตาล ซึ่งผมก็กินข้าว เพราะเห็นเขาบอกว่ากินหวานมากจะดุ นี่ผมก็เย็นลงแล้วนะ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกรัฐมนตรีิ กล่าวอีกว่า ปีใหม่นี้ ตน หวังว่าสิ่งที่ทุกคนเผชิญมาตลอดชีวิต ทั้งความเป็นอยู่และความไม่ยุติธรรม ก็ขอให้หมดไป และขอให้มีแต่ความสุข อีกทั้งขอองค์พระพุทธชินราชให้ทุกคนสำเร็จทุกประการ และรถผมจะเป็นทะเบียนอะไรก็เป็นเรื่องของรถ ความหวังอยู่ที่ตัวเองไม่ใช่อย่างอื่น
จากนั้น นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคเหนือ ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ภาคเอกชน และผู้บริหารท้องถิ่นภาคเหนือ ที่อาคารศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม