” พิธา ” มั่นใจ รัฐบาล ใกล้ถึงช่วงแดนประหาร เจอปัญหารุมเร้า ทั้งสภาล่ม ครม.ไม่ลงรอย-วาระ 8 ปี เผย “ก้าวไกล” เก็บอาวุธลับไว้ล้มรัฐบาลในเวทีซักฟอกสมัยประชุมหน้า ยันเอกภาพฝ่ายค้านยังเหนียวแน่น
วันที่ 12 ก.พ. 2565 ที่ตลาดอิงน้ำสามโคก จ.ปทุมธานี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีความสั่นคลอนของพรรคร่วมรัฐบาล ว่าต้องใช้คำว่าหนีเสือปะจระเข้ เพราะตอนอยู่ที่สภาก็โดนคลื่นใต้น้ำแบบหนึ่ง เนื่องจากถ้าจะให้เกินองค์ประชุมต้องใช้ 237 เสียง พรรคฝ่ายค้านมีอยู่ 210 เสียง ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลมีอยู่ 260 กว่าเสียง
” แต่ก็มีพรรคใหม่เกิดขึ้นประมาณ 20 คน พรรคเล็กอีกประมาณ 10 เสียง ซึ่งต้องเรียกว่าดาบนั้นคืนสนอง เพราะความพิกลพิการของรัฐธรรมนูญ 60 ที่ทำให้มีบันไดในการสืบทอดอำนาจให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อปี 2562 จึงทำให้เกิดความสั่นคลอนในสภาได้ ขณะเดียวกันจระเข้ก็คือคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ไม่ลงรอยกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ”

นายพิธา กล่าวต่อว่า ตนในฐานะหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านลำดับสอง ต้องใช้วิกฤตนี้ให้เป็นโอกาสของประชาชนในการผ่านกฎหมายสำคัญๆ ก่อนหน้านี้กรณีร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ที่มีการลงมติว่าจะอนุมัติให้ ครม.เอากลับไปพิจารณา 60 วันหรือไม่ ก็แพ้ไปแค่สิบกว่าเสียง นอกจากนี้ช่วงนี้ก็มีการเช็กองค์ประชุมซึ่งก็ได้แต่เทคนิค แต่ถ้าจะเอาทั้งเทคนิคและเนื้อหา พรรคฝ่ายค้านจะต้องร่วมมือกันคว่ำกฎหมาย
” เราจะพยายามทำเช่นนี้เพื่อให้กลไกในการตรวจสอบรัฐบาลและสภาฯ มีความหลากหลายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ในวันที่ 17-18 ก.พ. ก็จะแนะนำรัฐบาลและซักถามวิกฤตปัญหาที่มีอยู่ในตอนนี้ จะเป็นการปูพรมไปถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบลงมติ ตามมาตรา 151 ในสมัยประชุมหน้า บางเรื่องที่เป็นการทุจริตที่จับได้คาหนังคาเขา และมีข้าราชการชั้นสูงส่งข้อมูลมาให้ก็อาจจะไม่ใช้ในเวทีนี้ แต่จะเก็บไว้ใช้ในเวทีมาตรา 151 เพราะอยากให้อาวุธที่ใช้ในการตรวจสอบรัฐบาลอยู่ในเวทีที่ล้มได้จริงๆ

ช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค. เป็นช่วงแดนประหารของรัฐบาล จะเห็นภาพความสั่นคลอนได้ชัดเจนมาก และในช่วงเดือนส.ค. ศาลรัฐธรรมนูญก็จะวินิจฉัยวาระดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี เราจะดูจังหวะการเมืองและนำผลประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้งในการใช้สภาให้เป็นประโยชน์ “ นายพิธา ระบุ
เมื่อถามถึง การยุบสภามีความเป็นไปได้หรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ตลอด แต่วิเคราะห์แบบปกติไม่ค่อยได้ เพราะรัฐบาลเข้าสู่อำนาจแบบไม่ปกติ ถ้ารัฐบาลมาด้วยประชาธิปไตยแบบเต็มใบ ป่านนี้ยุบสภาไปนานแล้ว แต่เนื่องจากมีกลไกพิเศษหลายอย่างทั้งส.ว.250 คน และองค์กรอิสระต่างๆ ก็อาจจะพยายามยื้อไป อย่างไรก็ตามรัฐบาลคงพยายามยื้อจนครบวาระ แต่ถามว่าจะทำได้หรือไม่ เพราะเกมการเมืองมองช็อตเดียวไม่ได้ เมื่อแตกออกมาเป็นพรรคใหม่มีอยู่ 20 เสียง ทางฝั่งนั้นคงต้องหาวิธีซื้อ ส.ส.ฝ่ายค้าน คืนไปให้ได้ 20 เสียง
ถามอีกว่า เสถียรภาพของพรรคร่วมฝ่ายค้านยังเหนียวแน่นหรือไม่ นายพิธา ระบุ มีเอกภาพดี ตนได้พูดคุยกับ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน และพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย อยู่ตลอดแน่นอนว่ามีความแตกต่างกันบ้างเรื่องวิธีการและวิธีคิด นั่นจึงเป็นสาเหตุที่เราอยู่กันคนละพรรค แต่เป้าหมายใหญ่ในการเอาเผด็จการออกจากรัฐสภายังเหมือนกัน ทั้งนี้ หากเกิดการวิจารณ์ใดๆ เราก็น้อมรับและปรับตัว

เมื่อถามกรณี นายมงคลกิตต์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ อ้างชื่อ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. และนพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อยู่ในกลุ่ม 16 จะมีการดำเนินการอย่างไรหรือไม่
นายพิธา เปิดเผยว่า ไม่เป็นประเด็นอยู่แล้ว นายณัฐชาและนพ.วาโยก็ได้ออกมาแถลงชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่นเดียวกับหลายพรรคที่ออกมาปฏิเสธแล้ว คงอยากจะให้ครบ 16 คนเท่านั้นเอง อย่างไรก็ตาม เขาก็มีสิทธิ์ที่จะรวมตัวและทำอะไรให้สร้างสรรค์กับสภา ยืนยันว่าตนไม่ได้รู้สึกอะไร และไม่ได้คิดว่าจะทำให้พรรคเสียหาย คิดว่าประชาชนเข้าใจ