เสี่ยโจ้ สับแหลก ประยุทธ์ ทิ้งทวนขยายสัมปทานสายสีเขียว ส่อพารมต.ติดคุก อัดจงใจสร้างหนี้แลกสัมปทานให้บีทีเอส ท้า “พระรามประยุทธ์” หากกล้าแผงศรใช้ ม.44 เคลียร์ความผิด เจอซักฟอก 151 ต่อ ลั่นนรกมีจริง อย่ายุบสภาหนี
วันที่ 18 ก.พ.65 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อครม. ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 เป็นวันที่สอง
จากนั้นเวลา 18.40 น. นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย อภิปรายถึงโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว มูลค่า 4 แสนล้านบาทว่า พล.อ.ประยุทธ์จะทิ้งทวนรถไฟฟ้า 4 แสนล้านเอื้อเจ้าสัว จะพารัฐบาลพัง พารัฐมนตรีติดคุกทั้ง ครม. โดยในส่วนเส้นทางหลักหรือไข่แดงยังเหลือเวลาอีก 7 ปีก่อนสิ้นสุดสัญญาในปี 72 ถามว่าทำไมต้องเร่งรีบต่อสัญญาสัมปทาน เพราะเป็นเรื่องของผลประโยชน์ โดยสมัย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นผู้ว่าฯ กทม.ไปจ้างบีทีเอสวิ่งรถจากปี 72 ไปจนถึงปี 85 ซึ่งผิดกฎหมาย
ทั้งนี้ สายสีเขียวมีส่วนต่อขยาย ที่เป็นปัญหาคือส่วนต่อขยายเขียวเหนือจากหมอชิตไปคูคต และเขียวใต้จากแบริ่งไปเคหะบางปู สมุทรปราการ เริ่มปี 59 สัญญาสิ้นสุดปี 85 ซึ่ง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ไปจ้างบีทีเอสวิ่งรถ และก่อให้เกิดหนี้ 3.7 หมื่นล้านโดยไม่มีกฎหมายรองรับ การดำเนินการในอดีตผิดกฎหมาย ซึ่งอยู่ระหว่าง ป.ป.ช.ดำเนินการสอบสวน เพราะ กทม.ใช้วิธีพิเศษ โดยให้กรุงเทพธนาคมไปจ้างบีทีเอสโดยไม่มีการประมูลในส่วนต่อขยาย หนี พ.ร.บ.ร่วมทุน นอกจากนี้สัมปทานหลักในเส้นไข่แดง ซึ่งจะสิ้นสุดสัญญาในปี 72 แต่ในความเป็นจริงคือในปี 85 ถามว่าเอาอำนาจอะไรไปให้บีทีเอสวิ่งถึงปี 85 ใช้กฎหมายใดรองรับ สัญญาในส่วนของไข่แดงเป็น พ.ร.บ.ร่วมทุน แต่ส่วนต่อขยายกลับใช้วิธีจ้างวิ่งรถ ไม่ใช่ พ.ร.บ.ร่วมทุนซึ่งผิดชัดเจน ซึ่ง ป.ป.ช.กำลังสอบสวนอยู่
นายยุทธพงศ์ อภิปรายว่า หาก กทม.จะขยายสายทางระหว่างอายุสัญญา ให้บีทีเอสเป็นเจ้าแรกที่ได้สิทธิ์ แต่ กทม.กลับไม่ให้เสนอราคา แต่ให้กรุงเทพธนาคมจ้างบีทีเอส จงใจหนีการประมูล เอื้อประโยชน์ให้บีทีเอส ทำสัญญาโดยไม่มีมติ ครม.รองรับ ขณะที่ทรัพย์สินเป็นของรฟม. ทั้งนี้ กรุงเทพธนาคมจ้างบีทีเอสวิ่งรถส่วนต่อขยายเขียวเหนือเขียวใต้ตั้งแต่ปี 59 ถามว่ากระทรวงมหาดไทยมีอำนาจอะไรที่ยกส่วนต่อขยายเขียวเหนือเขียวใต้ให้กับบีทีเอส ทั้งที่ไม่ได้เป็นเจ้าของ มันผิดกฎหมาย กระทรวงคมนาคมถึงได้คัดค้านเมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา การกระทำที่ผิดกฎหมายของพระรามประยุทธ์ คือ ขยายสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวล่วงหน้า 37 ปี ข้ามศตวรรษไปถึงปี 2602 อ้างคำสั่ง คสช.ที่3/2562 เป็นเครื่องมือล้างผิด เป็นใบเบิกทาง เป็นศรของพระรามประยุทธ์ที่จะเคลียร์ความผิด ล้างมลทินให้ตัวเอง ยกเว้นกฎหมาย เอื้อประโยชน์ ผูกขาดตัดตอนให้เอกชนรายเดียว ที่สำคัญคือจัดฉากสร้างหนี้ 3.7 หมื่นล้านบาท วันนี้เป็นนายกฯ จนคนเขาไล่จะไปอยู่แล้ว ยังจะมาใช้คำสั่ง คสช.อีก แบบนี้สมควรถูกไล่หรือไม่
นายยุทธพงศ์ อภิปรายอีกว่า คนในรัฐบาล กระทรวงคมนาคม พรรคภูมิใจไทยยังระบุเลยว่าหากไม่ดำเนินการตามกฎหมาย ก็จะยังคัดค้านเหมือนเดิม เพราะมันผิดดฎหมาย รัฐมนตรี 7 คนถึงลาประชุม ครม.เพราะกลัวทำผิดกฎหมาย พระรามประยุทธ์จงใจทำผิดกฎหมาย หนี พ.ร.บ.ร่วมทุน สั่งให้กทม.จ้างเอกชนมาติดตั้งระบบรถไฟฟ้าและให้วิ่งรถโดยไม่ทำตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน ตั้งคณะกรรมการไปเจรจากับบีทีเอส และแก้ไขสัญญาสัมปทานโดยให้ถือว่าดำเนินการตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน ถามว่าจะมี พ.ร.บ.ร่วมทุนไปเพื่ออะไร แถมยังทำผิดกฎหมาย เพราะหนี พ.ร.บ.ร่วมทุน ที่สำคัญจงใจสร้างหนี้ 3.7 หมื่นล้านหวังเอื้อประโยชน์บีทีเอส และ กทม.ปล่อยให้คนนั่งรถฟรีตั้งแต่ปี 61 จนถึงวันนี้ จึงหาเหตุยกสัญญาสัมปทานให้เขา ขอบอกว่าเป็นการจัดฉากสร้างหนี้ เปิดทางให้บีทีเอสเสนอขอแลกหนี้กับการขยายสัมปทานล่วงหน้า 37 ปี ประชาชนจะเดือดร้อนเพราะพระรามประยุทธ์ หากไม่ขยายสัมปทานค่าโดยสารจะเป็น 158 บาท แต่ถ้าขยายสัมปทานคิด 65 บาทซึ่งก็ยังแพง ดังนั้นท่านควรรอให้ถึงปี 72 แล้วเอาสัมปทานกลับมาเป็นของรัฐเพื่อให้ค่าโดยสารถูกลง แล้วให้ รฟม.ดำเนินการเจ้าเดียว ก็จะใช้แค่ตั๋วใบเดียว
“พระรามประยุทธ์จะไปอยู่แล้ว ท่านอยู่ได้นานไม่เกินเดือน มี.ค.66 แต่เดือน พ.ค.นี้จะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ใหม่ ทำไมไม่ให้ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่เข้ามาตัดสินใจ พระรามประยุทธ์กำลังจะพารัฐมนตรีติดคุกทั้ง ครม. ถ้าพระรามประยุทธ์จะแผลงศรโดยใช้ ม.44 กล้าทำผิดกฎหมาย ต่อสัมปทานให้บีทีเอส ผมประกาศเลยว่าวันที่ 22 พ.ค.65 เปิดสภาฯ ครั้งที่ 1/2565 พบกับการยื่นอภิปรายไม่ไวว้างใจตามม.151 แล้วพระรามประยุทธ์จะรู้ว่านรกมีจริง แน่จริงอย่ายุบสภาฯ หนีก่อน ผมไม่สามารถไว้วางใจพระรามประยุทธ์บริหารราชการต่อไป” นายยุทธพงศ์ ระบุ