เมื่อวันที่ 22 ก.พ.2565 นายจเด็จ อินสว่าง ส.ว. ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมพร้อมเพื่อจัดสัมมนาให้รายละเอียดต่อ ส.ว. ในวันที่ 23 ก.พ. ก่อนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) หรือกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ในวันที่ 24-25 ก.พ. ที่มีส.ส.เข้าชื่อเสนอรวม 10 ฉบับว่า การจัดสัมมนาดังกล่าวจะทำเป็นการลับ โดยวิทยากรที่เป็นส.ว. จะให้รายละเอียด พร้อมข้อสังเกตเนื้อหาทั้ง 10 ฉบับ

สำหรับการอภิปรายของส.ว.ต่อที่ประชุมรัฐสภา ที่ได้รับจัดสรรเวลา 6 ชั่วโมงนั้น เบื้องต้นมีส.ว. ที่เข้าชื่อขออภิปรายร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 20 คน

ส่วนกรณีที่มีส.ว. บางคนแสดงความเห็นว่าจะไม่รับหลักการร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองนั้น เข้าใจว่าเป็นฉบับของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่มีเนื้อหาส่อขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ในประเด็นการแก้ไขให้คนภายนอกพรรคเข้าครอบงำ ชี้นำพรรคการเมือง แต่ในรายละเอียดเชิงลึกนั้นต้องไปพิจารณาในวงสัมมนาวันที่ 23 ก.พ.อีกครั้ง เบื้องต้นตนมองว่าหากเนื้อหาของร่างพ.ร.ป.ฉบับใดที่ขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ไม่สามารถลงมติรับหลักการได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับร่างพ.ร.ป.ที่ส.ว.มีแนวโน้มไม่รับหลักการ คือ ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ของ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ทั้ง 3 ฉบับ โดยฉบับของนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เสนอเปิดช่องให้บุคคลที่ไม่เป็นสมาชิกพรรคครอบงำ ชี้นำพรรคการเมือง, ฉบับของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคประชาชาติ เสนอตัดข้อห้ามพรรคการเมืองยอมให้คนนอกครอบงำกิจการของพรรค และข้อห้ามคนนอกที่ไม่เป็นสมาชิกพรรคยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมของพรรค และฉบับของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เสนอให้ตัดอำนาจยุบพรรคของศาลรัฐธรรมนูญ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน