ชัยวุฒิ โยนกรรมการบริหารพรรค เคาะส่งเลือกตั้งซ่อม ปัดตอบ ปารีณา ดันพี่ชายลงสมัคร มั่นใจรักษาที่นั่งได้ เหตุประชาชนนิยมพลังประชารัฐ
เมื่อวันที่ 8 เม.ย.2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลฎีกาพิพากษาตัดสิทธิ์ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีตส.ส.ราชบุรี ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดชีวิตว่า ในพื้นที่มีสมาชิกพรรคที่พร้อมลงสมัครรับเลือกตั้งแทน โดยต้องผ่านคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครและต้องคุยในคณะกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.)ก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีข่าวว่าน.ส.ปารีณา จะให้พี่ชายลงรับสมัครเลือกตั้งซ่อม นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ไม่ทราบ เมื่อถามย้ำว่าการเลือกตั้งซ่อม พรรคพลังประชารัฐมักจะแพ้ นายชัยวุฒิ กล่าวสวนว่า ที่ชนะก็เยอะ การเลือกตั้งมีทั้งแพ้และชนะ เราคิดว่าต้องทำให้ดีที่สุดและจ.ราชบุรี พรรคมีส.ส.หลายคน เรามีคะแนนนิยมในจังหวัดนี้ดีอยู่แล้ว เชื่อว่าจะรักษาพื้นที่ไว้ได้ ขณะที่ตัวน.ส.ปารีณา เมื่อถูกตัดสิทธิ์ก็ไม่สามารถมาเป็นสมาชิกพรรคได้ แต่ถ้ามาช่วยเป็นที่ปรึกษาหรือแนะนำในฐานะประชาชนก็ว่าไปเพราะมีความเข้าใจในพื้นที่ น่าจะช่วยประชาชนได้
เมื่อถามว่าการส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมในครั้งนี้ พรรคร่วมรัฐบาล ควรคำนึงถึงมารยาทในการร่วมรัฐบาลด้วยการให้เกียรติพรรคเจ้าของพื้นที่ก่อนหรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า คิดว่าเรื่องนี้คงมีการคุยกัน ซึ่งการเลือกตั้งเป็นไปตามกติกาและกฎหมาย รอให้เขาคุยกันก่อนและคิดว่าคงไม่ใช่ประเด็นหลัก
เมื่อถามว่าหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ได้พูดคุยกับน.ส.ปารีณา อย่างไรบ้าง นายชัยวุฒิ กล่าวว่ายังไม่คุย แต่เป็นห่วงและให้กำลังใจ น.ส.ปารีณา เพราะเท่าที่ตนติดตามข่าว น.ส.ปารีณาไม่ได้มีเจตนาทำความผิด แต่ด้วยเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญที่มีเรื่องจริยธรรมเข้ามา ทำให้มีความผิดในเรื่องนี้ เชื่อว่าทุกคนน้อมรับและยอมรับคำตัดสินของศาล ส่วนตัวเห็นใจน.ส.ปารีณา ที่ตั้งใจทำงานดูแลประชาชนในพื้นที่ และมีบทบาทการเมืองในสภา ซึ่งทำหน้าที่ได้ดี ก็น่าเสียดาย
ผู้สื่อข่าวถามว่ามองอย่างไรที่มีเสียงวิจารณ์ว่านักรบตาย เพราะปกป้องพลังประชารัฐ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ก็ว่ากันไป เรื่องนี้สะท้อนว่าระบบศาลหรือกระบวนการยุติธรรม องค์กรอิสระในประเทศไทยให้ความเป็นกลางทั้งฝ่ายค้าน รัฐบาลหรือทุกคนที่มีความผิด ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่มีใครมีสิทธิ์พิเศษหรือไปสั่งการได้ เพราะเป็นเรื่องตามกระบวนการที่ตรงไปตรงมา อยากให้ประชาชนเข้าใจว่าไม่ใช่ฝ่ายค้านหรือรัฐบาลโดน แต่เป็นเรื่องข้อเท็จจริงทางกฎหมาย และองค์กรอิสระต่างทำหน้าที่ได้ตรงไปตรงมา ทำให้เกิดความเชื่อมั่นให้กับประชาชน